Spring News

เสาะหาความจริง ! ทำไมตำรวจบุรีรัมย์ ได้ฉีดแอสตร้าเซนเนก้า เข็ม 3 ?

25 ก.ค. 2564 เวลา 8:05 น. 88

สังคมสงสัย ทำไมตำรวจบุรีรัมย์จำนวนหนึ่ง ได้ฉีดแอสตร้าเซนเนก้า เข็ม 3 แม้ สสจ.บุรีรัมย์ ออกหนังสือชี้แจง แต่ยังไม่ชัด โดยเฉพาะ “ผู้ให้บริการด่านหน้า” ที่อยู่ในข่ายได้รับการวัคซีน ครอบคลุมถึงอาชีพใดบ้าง ?

จากกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 11 นาย ของ สภ.แห่งหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์ ได้เข้ารับการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า เข็ม 3 เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน รวมถึงได้มีการเผยแพร่การเข้าฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า เข็ม 3 ที่ จ.บุรีรัมย์ ในสื่อโซเชียล โดยไม่ได้ระบุว่า ผู้ที่รับวัคซีนเป็นบุคลากรทางการแพทย์หรือไม่

ฉีดวัคซีน

สสจ.บุรีรัมย์ ชี้แจง

ต่อมา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบบุรีรัมย์ (สสจ.บุรีรัมย์) ได้ออกหนังสือชี้แจงว่า เป็นการฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรทางการแพทย์และบริการด่านหน้า เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้มีศักยภาพในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ตามมติคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2564 ประกอบกับมีข้อสั่งการของกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2564 ที่ให้มีการฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 3 แก่บุคลากรการแพทย์และสาธารณสุข

สสจ.บุรีรัมย์ ไม้ได้ชี้แจงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 11 นาย ในบุรีรัมย์ ได้รับวัคซีน

ส่วนกรณีการฉีดวัคซีนให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สภ.แห่งหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์ นั้น ในหนังสือดังกล่าวไม่ได้มีการชี้แจง รวมถึงภาพที่มีการโพสต์โซเชียลเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (23 ก.ค.) ก็ได้ถูกลบออกจากระบบของสื่อโซเชียล จึงไม่สามารถตรวจสอบได้ว่า ข้อเท็จจริงเป็นเช่นใด

Springnews จึงได้พยายามติดต่อสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากภาพและข้อมูลที่เผยแพร่ออกไปก่อนหน้านั้น เป็นข่าวปลอม หรือมีความจงใจให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคม ทางสำนักข่าวก็จะได้ช่วยเผยแพร่ข้อเท็จจริง เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับสังคม

วัคซีนโควิด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สสจ.บุรีรัมย์ แจงกรณีบุคลากรการแพทย์-ด่านหน้า ได้ฉีดวัคซีนโควิดเข็มที่ 3

สธ.ยันฉีด "วัคซีนไฟเซอร์" ให้บุคลากรการแพทย์-ด่านหน้า ไม่น้อยกว่า 5 แสนโดส

Breaking News : ป่วยนิวไฮ! โควิดวันนี้เพิ่ม 15,335 ราย เสียชีวิตพุ่ง 129 ราย

ผกก.สภ. อยู่ระหว่างการลางาน ยังไม่ทราบข้อเท็จจริง

แต่จะการพยายามติดต่อไปยัง สสจ.ท่านหนึ่งของจังหวัดบุรีรัมย์ รวมถึงผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ก็ไม่สามารถติดต่อได้ กระทั่งในเวลาต่อมา Springnews สามารถติดต่อ ผู้กำกับ สภ. ดังกล่าว (เวลา 12.43 น. / 25 ก.ค. 64) ที่ถูกระบุว่า มีเจ้าหน้าที่ในสังกัดได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเข็มที่ 3

ซึ่งทาง ผกก. ได้แจ้งกับ Springnews ว่า ตนได้ลางานตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 22 ก.ค. จึงยังไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร โดยขณะนี้ตนอยู่ที่ลพบุรี และกำลังเดินทางกลับ และเมื่อตนได้สอบถามข้อเท็จจริงจากผู้ใต้บังคับบัญชาจนแน่ชัด ก็ยินดีที่จะให้ข้อมูลที่ชัดเจน และถูกต้องต่อไป

ผบช.ภาค 3 แจง การฉีดแอสตร้าฯ เข็ม 3 ให้ตำรวจของ สภ.แห่งหนึ่ง ได้รับการอนุเคราะห์จาก สสจ.

ต่อมามีรายงานข่าวว่า ผู้บัญชาการ ภูธรภาค 3 ได้ชี้แจงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สภ.แห่งหนึ่ง ได้รับฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเข็ม 3 ว่า เนื่องจาก สสจ.บุรีรัมย์ เป็นหน่วยงานประสานรับมาจากกระทรวงสาธารณสุข ก่อนปันส่วนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ 11 นาย ของ สภ.ดังกล่าว ที่ทำหน้าที่ด่านหน้ารับผู้ป่วยโควิดจากกรุงเทพฯ กลับมารักษาในภูมิลำเนา อีกทั้งยังสั่งการให้ ผกก.ชี้แจงด่วน เพื่อไม่ให้สังคมเกิดความเข้าใจผิด โดยมีรายละเอียดดังนี้

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 กล่าวชี้แจงข้อมูลที่เผยแพร่ในโลกออนไลน์ ขอทำความเข้าใจว่า ในการบริหารจัดการสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ของแต่ละพื้นที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่มีอำนาจในการประสานขอรับการจัดสรรวัคซีน แต่เป็นอำนาจของ สสจ.ในคณะกรรมการโรคติดต่อของแต่ละจังหวัดนั้นๆ ที่เห็นว่า เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานใด ปฏิบัติงานเป็นหน้าด่าน เป็นกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 เช่น บุคคลากรทางการแพทย์ หรือตำรวจก็ได้

ขณะเดียวกัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้ทุกโรงพัก จัดเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็น พาหนะ และชุด PPE ไว้รองรับผู้ป่วยโควิด-19 จากกรุงเทพฯ ที่ต้องการเดินทางกลับไปรักษาตัวในจังหวัดภูมิลำเนาตัวเอง ในกรณีสถานการณ์โรคโควิด-19 แพร่ระบาดรุนแรง จนเตียงภาคสนาม หรือรถตู้ของระบบสาธารณสุขไม่เพียงพอ ก็จะได้ใช้รถตู้ รถห้องขังของโรงพัก เสริมกำลังขับไปรับ – ส่งตามนโยบายของรัฐบาล

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ กล่าวว่า สำหรับ สภ.ดังกล่าว ได้เตรียมการให้ตำรวจ 11 นาย ซึ่งอยู่ระหว่างการอบรมจากบุคลากรทางการแพทย์ ในขั้นตอนการปฏิบัติงานที่จะสามารถป้องกันไม่ให้ผู้ปฏิบัติงานทั้ง 11 รายรับเชื้อโควิด-19

ซึ่งอาจทำให้ สสจ.บุรีรัมย์ มองเห็นว่า การทำหน้าที่เป็นด่านหน้าของตำรวจ 11 นาย จากทั้งหมดประมาณ 50 นาย มีความสุ่มเสี่ยง จึงจัดสรรให้ได้รับการฉีดวัคซีน

“ตนได้เห็นการโพสต์ในเฟซบุ๊กของ สภ.ดังกล่าวแล้ว ก็ได้ตำหนิผู้กำกับ พร้อมสั่งการเร่งโพสต์ชี้แจงให้สังคมเข้าใจตามที่กล่าวมาข้างต้น โดยเฉพาะตามโครงสร้างการบริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของแต่ละจังหวัด จะขึ้นตรงกับคณะกรรมการติดต่อโรคประจำจังหวัด มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน สสจ.เป็นเลขาฯ ซึ่งมีอำนาจจัดสรรวัคซีนจากกระทรวงสาธารณสุข มาฉีดให้กับหน่วยงานในพื้นที่...” ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 กล่าว

วัคซีนโควิด

ผู้ให้บริการด่านหน้า คือใครบ้าง ?

จากมติคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2564 มีข้อสั่งการของกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2564 ที่ให้มีการฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 3 แก่บุคลากรการแพทย์และสาธารณสุข นั้น

แต่ในหนังสือชี้แจงของ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ระบุถึงการจัดวัคซีนให้บุคลากรการแพทย์และสาธารณสุข รวมไปถึง “ผู้ให้บริการด่านหน้า” ดังนี้

“...สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์และโรงพยาบาลในสังกัดทุกแห่ง จัดเตรียมวัคซีนจำนวน 7,964 โดส เพื่อฉีดให้บุคลากรทางการแพทย์ และผู้ให้บริการด่านหน้า และได้ดำเนินการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า กระตุ้นเข็มที่ 3 ให้กับบุคลากรทางการแพทย์และบริการด่านหน้าแล้ว จำนวน 3,533 คน เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจและความปลอดภัยแก่บุคลากรการแพทย์ และบุคลากรด่านหน้า ตามนโยบาย...”

ซึ่ง “ผู้ให้บริการด่านหน้า” ในหนังสือดังกล่าว ไม่ได้มีการระบุอย่างชัดเจนว่า เฉพาะในส่วนของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล หรือรวมถึงอาชีพอื่นๆ ที่ต้องเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ต้องให้บริการด่านหน้า เจ้าหน้าที่กู้ภัย อาสาสมัครกู้ภัย ฯลฯ 

จึงเป็นเรื่องที่ สสจ.บุรีรัมย์ ต้องออกมาชี้แจงหลักเกณฑ์ในการพิจารณาให้ชัดเจน เพื่อคลี่คลายข้อข้องใจให้กับสังคม

สสจ.บุรีรัมย์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด