Spring News

เจฟฟ์ เบซอส ทุ่ม 2 พันล้านดอลลาร์ให้ นาซา เพื่อคืนเวทีแข่งขันไปดวงจันทร์

27 ก.ค. 2564 เวลา 14:47 น. 3

เจฟฟ์ เบซอส เจ้าของ Amazon และผู้ก่อตั้ง บลูออริจิน (Blue Origin) ทุ่ม 2 พันล้านดอลลาร์ให้ นาซา - NASA เพื่อคืนเวทีให้สามารถกลับแข่งขันการสร้างยานอวกาศไปดวงจันทร์ สู้กับ สเปซเอ็กซ์ - SpaceX ของอีลอน มัสค์ ได้

เจฟฟ์ เบซอส เจ้าของแอมะซอน (Amazon) ยื่นจดหมายเปิดผนึก อุทธรณ์ต่อ บิล เนลสัน ผู้ดูแลระบบองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NASA) ในการหวนคืนเวทีแข่งขันไปดวงจันทร์ให้กับบริษัทที่เจฟฟ์ก่อตั้ง บลูออริจิน (Blue Origin) ในการแข่งกับ สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ของอีลอน มัสค์

โดยในจดหมายเปิดผนึก ได้เสนอการออกค่าใช้จ่ายที่ครอบคลุมของนาซา ซึ่งมีมูลค่ากว่า 2,000 ล้านดอลลาร์ (6.5 หมื่นล้านบาท) เพื่อหวังว่าบลูออริจินจะได้รับการพิจารณาใหม่ในการทำสัญญาเพื่อสร้างยานพาหนะที่จะนำมนุษย์อวกาศคนต่อไปลงจอดบนดวงจันทร์ หลังจากที่นาซาเลือกสเปซเอ็กซ์ไปเมื่อเดือนเมษายนด้วยมูลค่าสัญญา 2.9 พันล้านดอลลาร์ (9.5 หมื่นล้านบาท)

แรกเริ่มเดิมที นาซาประกาศให้มีบริษัทเอกชนอย่างน้อย 2 องค์กรเข้ามาประมูลงานในการสร้างยานอวกาศส่งนักบินไปยังพื้นผิวดวงจันทร์ ในโครงการ Human Landing System (HLS) แต่กลับประกาศชื่อสเปซเอ็กซ์ไปเพียงรายเดียว ตัดชื่อบลูออริจินออก โดยอ้างค่าใช้จ่ายเป็นเหตุผลหลัก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ทำให้เจฟฟ์ เบซอส ปฏิเสธการตัดสินใจของนาซาอย่างเปิดเผย และต้องการให้แน่ใจว่าปัญหาทางการเงินไม่ใช่สิ่งที่จะมาขัดขวางไม่ให้บลูออริจินไม่มีสิทธิ์เข้าไปแข่งขันการเดินทางไปสู่ดวงจันทร์ได้

"บลูออริจิน จะขจัดขาดแคลนเงินทุนของ HLS โดยการชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมดในงบประมาณปีปัจจุบันรวมไปถึงอีกสองปีต่อจากนี้ ซึ่งสูงถึง 2 พันล้านดอลลาร์ เพื่อให้โปรแกรมกลับมาดำเนินการตามเดิมได้ในทันที ข้อเสนอนี้ไม่ใช่การประวิงเวลา แต่เป็นการชำระเงินให้อย่างถาวร เพื่อให้รัฐบาลจัดสรรได้อย่างถูกต้อง" ผู้ก่อตั้งบลูออริจิน กล่าว

เจฟฟ์ เบซอส เน้นย้ำถึงความจำเป็นที่นาซาจะต้องให้ความเป็นธรรมในการแข่งขัน โดยแนะว่ารัฐบาลจะเสียใจหากไม่ได้ทำเช่นนั้น

"หากปราศจากการแข่งขัน เพียงระยะเวลาอันสั้นในสัญญานาซาจะพบว่าตัวเองมีทางเลือกที่จำกัด เนื่องจากมันพยายามที่จะเจรจาเรื่องเส้นตายที่พลาดไป การเปลี่ยนแปลงการออกแบบ และค่าใช้จ่ายที่มากเกินไป หากปราศจากการแข่งขัน ความทะเยอทะยานทางจันทรคติในระยะสั้นและระยะยาวของนาซาจะล่าช้าออกไป ในที่สุดจะมีต้นทุนเพิ่มขึ้น และจะไม่ตอบสนองผลประโยชน์ของชาติ" เจฟฟ์ กล่าว

นาซา คาดว่าจะให้นักบินอวกาศหญิงคนแรกและคณะไปลงจอดที่ขั้วโลกใต้ของดวงจันทร์ในปี 2024 ผ่านโครงการอาร์เทมิส (Artemis) ซึ่งครั้งสุดท้ายที่มนุษย์สำรวจพื้นผิวดวงจันทร์ คือภารกิจอะพอลโล 17 (Apollo 17) ในปี 1972

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด