กทม. ยอดติดเชื้อโควิดพุ่ง 4,140 ราย แนะกลุ่มเสี่ยงสูงเร่งตรวจก่อนอาการหนัก

05 ส.ค. 2564 เวลา 6:33 น. 2

ศบค. รายงานยอดติดเชื้อ 20,920 ราย ดับ 160 ตั้งครรภ์เสียชีวิตอีก 2 ราย แจงกระจายไฟเซอร์ให้ด่านหน้าในโรงพยาบาล 13 แห่ง เน้นย้ำประชาชน เลือกชุดตรวจแบบ Antigen Test kit ผ่านอย.เท่านั้น หวั่น สลับชุดตรวจ แอนติบอดี แนะกลุ่มผู้ป่วย PUI - เสี่ยงสูง เร่งตรวจ ก่อนอาการหนัก

 แพทย์หญิงอภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ประจำวันพฤหัสบดีที่ 5 สิงหาคม 2564 พบผู้ป่วยติดเชื้อยืนยันรายใหม่ 20,920 ราย เป็นติดเชื้อภายในประเทศ 20,650 ราย ติดเชื้อจากต่างประเทศ 8 รายและติดเชื้อจากเรือนจำหรือสถานที่ต้องขัง 262 ราย รักษาตัวอยู่ 213,910 ราย แบ่งเป็นรักษาตัวในโรงพยาบาล 87,150 ราย รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลสนาม 126,760 ราย อาการหนัก 4 993 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 1,058 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 160 คนรวมเสียชีวิตสะสม 5,663 คน

 ขณะที่รายงานผู้รับการฉีดวัคซีน มีการฉีดวัคซีนแล้วสะสม 18,961,703 โดส สะสมเข็มที่ 1 จำนวน 14,783,001 ราย สะสมเข็มที่ 2 จำนวน 4,178,702 ราย

โดยหากดูทิศทางจากการกระจายการติดเชื้อ มีการรายงานผู้ติดเชื้อในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล แม้ว่าจะมีแนวโน้มที่ดูเหมือนจะเป็นที่ทางลงแต่ก็กลับมีการดีดตัวสูงขึ้น แต่หากเมื่อเทียบกับพื้นที่ต่างจังหวัด นับเป็นร้อยละ 60 ของจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งประเทศ

 ขณะที่รายงานผู้เสียชีวิตจำนวน 160 คนแบ่งเป็นชาย 90 คน หญิง 70 คนเป็นชาวไทย 158 คนเมียนมา 2 คน อายุระหว่าง 12 ถึง 95 ปี โดยอายุ 60 ปีขึ้นไปเสียชีวิตจำนวน 107 คนอายุต่ำกว่า 60 ปีมีโรคเรื้อรังเสียชีวิต 36 คนไม่มีโรคเรื้อรังเสียชีวิต 15 คน และมีหญิงตั้งครรภ์เสียชีวิต 2 คนในพื้นที่กรุงเทพฯและฉะเชิงเทรา โดย หากแบ่งการเสียชีวิตเป็นพื้นที่จังหวัดจะพบว่าอยู่ในกรุงเทพฯ 78 คนสมุทรปราการและ ปทุมธานีจังหวัดละ 8 คน นนทบุรีและนครสวรรค์ จังหวัดละ 7 คน สมุทรสาคร ชลบุรี และปัตตานี จังหวัดละ 6 คน ระยอง 4 คน ร้อยเอ็ด เพชรบูรณ์และตาก จังหวัดละ 3 คน กาฬสินธุ์ นครราชสีมา สกลนคร จังหวัดละ 2 คน สงขลา ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี นครพนม บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ หนองบัวลำภู อุดรธานีอุบลราชธานี ชัยนาท อุทัยธานี จันทบุรีฉะเชิงเทรา ราชบุรี และสระแก้ว จังหวัดละ 1 คน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

• Breaking News : นิวไฮ! ติดเชื้อทะลุ 20,920 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 160 ราย

• Breaking News : นิวไฮทั้งป่วย-ตาย ติดเชื้อทะลุ 20,200 ดับ 188 ราย

• "ศบค." เปิดสาเหตุ "Antigen Test Kit " ให้ผลตรวจ "ปลอม" ได้

 การรายงานผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศพบการติดเชื้อเดินทางกลับจากสหราชอาณาจักร 3 ราย เกาหลีใต้ 1 ราย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 1 ราย กัมพูชา 2 ราย เมียนมา 1 ราย โดยมีการจับกุมผู้ที่ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายรวมแล้ว 44,168 ราย จับได้ที่ชายแดน 30,000 กว่าราย และในพื้นที่ชั้นในอีกกว่า 10,000ราย โดยในจำนวนนี้มีผู้นำพา 411 คน เฉพาะเดือนกรกฎาคมเดือนเดียว สามารถจับกุมดำเนินคดีได้ถึง 4300 คน โดยในส่วนนี้กระทรวงกลาโหมได้มีข้อมูล ฝากไปยังพื้นที่ต่างจังหวัดโดยเฉพาะแนวชายแดนให้เฝ้าระมัดระวังอย่างเข้มงวด

 รายงานผู้ติดเชื้อสูงสุด 10 ลำดับประกอบด้วยกรุงเทพมหานคร 4,140 รายสมุทรปราการ 1,326 ราย ชลบุรี 1,311 รายสมุทรสาคร 1,279 ราย นนทบุรี 754 รายนครราชสีมา 565 ราย สระบุรี 494 รายปทุมธานี 463 ราย ฉะเชิงเทรา 449 ราย และพระนครศรีอยุธยา 427 ราย

 โดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพและสาธารณสุข ได้มีการปรับระเบียบให้ประชาชนสามารถตรวจ Antigen Test kit โดยหามาตรวจได้ด้วยตัวเอง ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ได้ขึ้นทะเบียนชุดตรวจให้ใช้ได้ 2 แบบคือแบบแรกสำหรับใช้โดยบุคลากรทางการแพทย์เฉพาะในสถานพยาบาล และแบบที่ 2 ชนิดที่ประชาชนสามารถซื้อมาตรวจเองได้ Home use หรือ Self Test ซึ่งขณะนี้มีผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการอนุญาตจากอย.จำนวน 19 ยี่ห้อ อย่างไรก็ตามได้มีการเน้นย้ำว่าชุดตรวจเหล่านี้ถือว่าเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์มีความแม่นยำและมีข้อจำกัดในการนำผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการรักษา ฉะนั้นเมื่อเลือกซื้อจะต้องซื้อในร้านขายยาหรือสถานพยาบาลเท่านั้น ยังไม่อนุญาตให้ซื้อที่ออนไลน์หรือร้านสะดวกซื้อเนื่องจากอาจไม่มีมาตรฐาน และชุดตรวจจะต้องเป็นแบบแอนติเจนเท่านั้นห้ามเป็นชนิดแอนติบอดี้ หากเป็นการระบุ เชื้อโพรงหลังจมูก ซึ่งมีความยากลำบากและไม่อนุญาตให้ประชาชนใช้เอง ซึ่งเป็นสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ แต่สำหรับประชาชนใช้เองจะเป็นการเก็บตัวอย่างโพรงจมูก ซึ่งขณะนี้ผ่านการอนุญาตจากอยแล้ว 17 ยี่ห้อ นอกจากนี้การเก็บตัวอย่างนอกจากจะเลือกชุดเก็บตัวอย่างที่ถูกต้องแล้วจะต้องใช้การเก็บตัวอย่างที่ถูกต้องด้วยเช่นกัน โดยสปสช ได้จัดหางบประมาณอนุมัติชุดตรวจทางห้องปฏิบัติการ Antigen Test kit  8.5 ล้านชุด และสามารถให้ประชาชนนั้นสามารถเบิกจ่ายได้

 จากรณีที่ประชาชนต้องการตรวจหาเชื้อแบบ Antigen Test kit  ศบค.ร่วมกับทีมอาสา Tech for thailand ได้รวบรวมสถานที่เปิดตรวจ Antigen Test kit ให้บริการ ผ่าน www.koncovid.com ซึ่งมีทั้งพื้นที่กรุงเทพมหานครและพื้นที่ทั่วประเทศ โดยสามารถพิมพ์รหัสไปรษณีย์ ก็จะปรากฏจุดตรวจในพื้นที่ โดยหากพบว่าเป็นจุดสีเขียวจะเป็นโรงพยาบาลของรัฐ / สีน้ำตาลของโรงพยาบาลเอกชน/ สีม่วงเป็นจุดตรวจเชิงรุก/ สีชมพูเป็นคลินิก/ สีฟ้าคือ Lab /สีเทาเป็นมหาวิทยาลัย/ สีเหลืองคือพื้นที่อื่น/ และสีแดงปิดให้บริการ / ซึ่งแนะนำให้โทรศัพท์ไปถามก่อนเสมอ เนื่องจากอาจมีการเปลี่ยนแปลงในรายละเอียด หรือมีข้อจำกัดกับเฉพาะ

ส่วนการดำเนินการตรวจคัดกรอง covid เชิงรุก 6 กลุ่มเขต ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร วันที่ 6-8 สิงหาคม ที่ลานกีฬาพัฒน์ 2 ถนนพระราม 6 เขตราชเทวี / ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะเขตหลักสี่/ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษาเขตมีนบุรี/ ศูนย์สร้างสุขทุกวัยสวนลุมพินีเขตปทุมวัน/ ร้านใต้สะพานพระราม 8 เขตบางพลัด /ตลาดบางแคภิรมย์เขตบางแค

 ขณะที่กลุ่มที่ควรเข้ารับการคัดกรองโควิด คือกลุ่มที่ผู้ป่วยเป็นไข้ อุณหภูมิร่างกาย 37.3 องศา มีอาการทางระบบทางเดินหายใจ ซึ่งกรมควบคุมโรคเน้นย้ำว่าเป็นผู้ป่วยกลุ่ม PUI ซึ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานครพบว่า ผลบวกของผู้ป่วยกลุ่มนี้บางช่วงสูงถึงร้อยละ 25 / ผู้ที่มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับคนที่เป็นผู้ป่วยยืนยัน / มีประวัติเดินทางจากพื้นที่เสี่ยง เดินทางไปในตลาดชุมชนหรือโรงงาน / มีอาชีพหรือกิจกรรมเสี่ยง อย่างทำงานในโรงงานแคมป์ก่อสร้างพนักงานขับรถ ค้าขาย นอกจากนี้มีรายงานว่าผู้ติดเชื้อที่เสียชีวิต มีรายงานทราบผลแล้วเสียชีวิตการติดเชื้อน้อยกว่า 6 วัน ซึ่งบางครั้งคนไข้อ่านไม่ตระหนักว่าติดเชื้อ รอจนอาการรุนแรง ทำให้การช่วยเหลือและเป็นเรื่องที่ยากลำบาก

 นอกจากนี้ยังมีการเน้นย้ำว่าเมื่อตรวจชุดตรวจเชื้อไวรัสโควิด-19 แบบ Antigen Test kit 
ผลเป็นลบจะต้องตรวจซ้ำใน 3 วัน เฝ้าสังเกตอาการตนเอง กักกันตัวเองและหลีกเลี่ยงกันไปยังสถานที่ชุมชน โดยหากผลเป็นบวกให้โทรแจ้ง 1330 ต่อ 14 หรือสแกนคิวอาร์โค้ด เพื่อเพิ่ม Line Add :@sabaideebot เพื่อเข้าสู่ระบบการดูแลรักษา ขณะที่นโยบายของกรมการแพทย์ทุกคนที่ติดเชื้อโควิด 19 ต้องได้รับบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขอย่างทันเวลา เหมาะสม และปลอดภัย  ขณะที่ภายในพื้นที่กรุงเทพมหานครจะมีเลข เบอร์ตรงของแต่ละเขต ซึ่งแต่ละหมายเลขจะมีจำนวน 20 คู่สาย โดยก่อนการโทรศัพท์ไปแจ้งขอให้เตรียมเอกสาร ได้แก่หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่ เพื่อจัดส่งยาเวชภัณฑ์หรืออุปกรณ์ต่างๆ รวมไปถึงต้องมีเลขที่หรือสถานที่ตรวจ เพื่อย่นระยะเวลาในการพูดคุย สิ่งสำคัญคือเมื่อโทรไปยัง 1330 ระบบจะจับคู่ผู้ป่วยและศูนย์ให้บริการโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะทำให้เกิดความรวดเร็วยิ่งขึ้น โดย ศูนย์ที่จะเข้ามาเป็นพี่เลี้ยงให้กับผู้ป่วยขณะนี้มีจำนวน 226 แห่ง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

 โดยในวันนี้ในที่ประชุมมีการยืนยันว่ายาฟาวิพิราเวียร์มีเพียงพอ และกระทรวงสาธารณสุขมีการสต๊อกไว้และนำเข้าอย่างต่อเนื่อง และภายในเดือนสิงหาคมนี้จะสามารถผลิตได้เองเดือนละ 35 ล้านแคปซูล ซึ่งผู้ป่วยในกทมที่เข้าสู่ระบบ Home isolation เกือบ 100,000 ราย โดยมีจำนวนหน่วยบริการโรงพยาบาลที่เข้าร่วมดูแลประชาชนผ่านระบบ Home isolation ในพื้นที่กรุงเทพฯ 232 แห่ง ประกอบด้วยศูนย์บริการสาธารณสุขสำนักอนามัย 69 แห่งคลินิกชุมชนอบอุ่นโรงพยาบาลขนาดเล็ก 119 แห่งโรงพยาบาลสังกัดสำนักการแพทย์ 6 แห่งโรงพยาบาลสังกัดกรมการแพทย์ 12 แห่งโรงพยาบาลกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์ประเทศไทย 5 แห่งโรงพยาบาลเอกชน 17 แห่งและจิตอาสา 4 แห่ง

 ขณะที่กรมสุขภาพจิตเปิดสายด่วน 1323 โดยเฉพาะครอบครัวผู้ที่มีบุคคลในครอบครัวเสียชีวิตจากสถานการณ์โควิด เพื่อให้คำปรึกษา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ข่าวที่น่าสนใจ