Spring News

ปารีณา เผยพี่ชายติดโควิด รักษาตัวที่บ้าน ใช้ภูมิธรรมชาติ ดีกว่าฉีดไฟเซอร์

19 ส.ค. 2564 เวลา 9:32 น. 66

"ปารีณา ไกรคุปต์" โพสต์เฟซบุ๊ก เผย พี่ชายติดโควิดรักษาตัวที่บ้าน มีภูมิคุ้มกันแบบธรรมชาติ ดีกว่าไซเฟอร์ และย้ำให้ทุกคนดูแลตนเอง ฟังแพทย์ พยาบาลและทีมศบค. ชี้ ไม่ให้ร่วมชุมนุม  ฟังบ้าง อย่าดีแต่ด่า เพราะชีวิตมนุษย์สำคัญที่สุด

19 ส.ค. 64 กรณี นางสาว ปารีณา ไกรคุปต์ อดีต ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ได้โพสต์รูปภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า พี่ชายปารีณาติดโควิด ขออนุญาตแชร์ประสบการณ์ ผู้ติดเชื้อ พี่ชายปารีณาได้ทำการรักษาตัวที่บ้าน (home isolate) พี่ชายปารีณามีอาการไอเล็กน้อย เสียงเปลี่ยน มีเสมหะ ไม่ปวดหัว ไม่มีไข้ ทางรพ.ให้รักษาตัวอยู่ที่บ้านมีเครื่องวัดอุณหภูมิ และอ๊อกซิเจน กินฟ้าทะลายโจร มีหน้ากาก และถุงแดง ไว้ทิ้งขยะของผู้ป่วยให้

คุณหมอให้อยู่รักษาตัวที่บ้าน 14 วัน แล้วก็อนุญาตให้ออกมาได้โดยไม่ต้องตรวจสวอปอีก เนื่องจาก ตรวจไปก็อาจเจอ เพราะจะมีเชื้อตายอยู่ในร่างกาย ก็ขออนุญาติแนะนำเพื่อนบ้านทุกท่านว่าอย่าเพิ่งมาบ้านปารีณารักษาระยะห่างกันช่วงนี้ เพื่อความปลอดภัย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สาเหตุการติดเชื้อเกิดจาก พี่ชายไปลงพื้นที่หาเสียง และไปติดเชื้อกับทีมงานที่ไปหาเสียง เพราะลูกสาวทีมงานมีไข้ก่อน พอไปตรวจและพบว่าเป็นโควิด ทุกคนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงพากันไปตรวจปรากฏว่าติดโควิดทุกคน หมอให้รักษาตัวที่บ้าน

ผู้ติดเชื้อทุกคนต่างโทรศัพท์มาหาปารีณาเพราะอยากได้เตียงในการรักษาและเชื่อว่าปารีณาผู้โด่งดังของพลังประชารัฐจะขอเตียงได้เพราะเสพข่าวปลอมเยอะ ปารีณาบอกเลยว่าพี่ชายแท้ๆพ่อแม่เดียวกันของปารีณาพลังประชารัฐได้ลงทะเบียนเพื่อขอรับวัคซีนอะไรก็ได้ ทุกวันนี้ยังคงรอคิว และยังไม่ได้ฉีดซักเข็มเดียว อย่ามั่ว

ขณะเดียวกันปารีณาพยายามอธิบายว่า เตียงที่ว่างอยู่ในจังหวัดราชบุรี เขาเก็บไว้ให้ผู้ป่วยหนัก คุณไม่ใช่ผู้ป่วยอาการรุนแรง คุณไม่มีสิทธิ์ไปนอนเตียง อยากดังแบบณวัฒน์ไหม? การรักษาที่บ้านบรรยากาศอากาศดีกว่าเยอะ เชื่อหมอซิ จะไปทำไม ผู้ป่วยทุกคนจึงเข้าใจ ปารีณาขอขอบคุณ

วันนี้พี่ชายปารีณามีภูมิคุ้มกันแบบธรรมชาติได้รับเชื้อเป็น น่าจะดีกว่าไซเฟอร์ อันที่มาไทยแล้ว อย่างกับอีการุมทึ้ง เห็นแก่ตัว น่าเกลียด ขณะเดียวกันหมอยงกล่าวว่า ไม่ว่าจะฉีดวัคซีนยี่ห้อใด หรือการได้รับภูมิคุ้มกันธรรมชาตินั้น ภูมิเหล่านั้นมิได้อยู่กับเราตลอดไป และจะจางหายไปภายในปี ในอดีตอินเดียมียอดผู้ติดเชื้อถึ 32 ล้านคน สูงเป็นอันดับสองของโลก และอยู่ดีๆ ยอดก็ตกลงมาอย่างทันที ซึ่งเชื่อว่าประชาชนได้รับภูมิคุ้มกันธรรมชาติ วันนี้ มีประชาชนไทยได้รับภูมิคุ้มกันธรรมชาติเยอะ แต่มิได้แปลว่า การไปติดเชื้อนั้นดี

เตือนว่า ถึงแม้คุณจะมีร่างกายที่แข็งแรง ติดเชื้อแล้วชิว แถมได้รับภูมิธรรมชาติ คุณไม่ป่วย คุณไม่ตาย แต่อย่าลืม ถึงคุณไม่ตาย แต่คุณอาจจะเป็นคนที่ทำให้ผู้อื่นตายแบบตลกน้าค่อม หรือเวทีประกวดมิสแกรนด์ที่จัดการประกวดโดยไม่ใส่หน้ากากมีผู้ติดเชื้อมากมาย ทุกสาขาอาชีพ แพร่เชื้อกัน มีใครป่วย ใครตายบ้างแล้วก็ไม่รู้ โดยเจตนาหรือไม่เจตนา ทั้งหมดคือความเห็นแก่ตัว

จึงขอฝากย้ำแล้วย้ำอีกว่า ช่วยกลับมาดูแลตนเองกัน ขอให้ทุกคนตระหนัก สำนึก ในการใช้ชีวิต ไม่เป็นส่วนหนึ่งในการแพร่เชื้อ ไม่ใช้ชีวิตประมาท การ์ดไม่ตก ฟังหมอแพทย์ พยาบาล และทีมศบค. เมื่อศบค ให้ใส่หน้ากาก ให้พยายามอยู่บ้าน ไม่ให้ปาร์ตี้ ไม่ให้เปิดร้าน ไม่ให้ชุมนุม ไม่ให้ ฟังบ้าง อย่าดีแต่ด่า คือเห็นแก่ตัว เพราะชีวิตมนุษย์สำคัญที่สุด บางคนเห็นพ่อคนอื่นตายยังไม่รู้สึกกัน หากวันหนึงเป็นพ่อคุณล่ะ คุณอาจจะเข้าใจมากขึ้น วอนมองตนเองด้วย

ขอทุกท่านร่วมแรงร่วมใจกันฝ่าวิกฤตนี้ไปให้ได้ โดยเฉพาะเยาวชนที่กำลังชุมนุมกันทุกวัน เป็นการชุมนุมที่มีการมั่วสุม มีเรื่องยาเสพติด มีเรื่องเพสสัมพันธ์ มีอาวุธปืน ระเบิด และความรุนแรง คือ #ม๊อบนรก ฝากผู้ปกครอง รักลูกไม่รังแกลูก พ่อแม่ไม่สอนหรือสอนแล้วไม่ฟัง บทเรียนราคาแพงอาจตกเป็นของลูกคุณ อยากให้ลูก ติดโควิดแล้วมาติดคนที่บ้าน ติดยาเสพติด เสียตัว เสียลูกตา บาดเจ็บ ตีกันเอง ยิงกันเอง ติดคุก หรือเสียชีวิตไหม พ่อแม่ควรทำอย่างไร ใช้สมองกัน ทำอย่างไรก็ได้ เพื่อลูก คิดดู ฝากเจ้าหน้าที่จับคุมผู้ก่อความไม่สงบบนท้องถนนและในโซเชียลด้วย ส่งกำลังใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ข่าวที่น่าสนใจ