Spring News

พรรคเพื่อไทย จัดเสวนาซัดรัฐบาล "จากล็อกดาวน์ สู่น็อกดาวน์ประเทศไทย"

23 ส.ค. 2564 เวลา 11:35 น. 62

เพื่อไทย จัดเสวนา “จากล็อกดาวน์ สู่น็อกดาวน์ประเทศไทย” สร้างความเสียหายยับเยิน เพราะล่าช้า ไม่มีประสิทธิภาพ และไม่เปิดใจรับฟังข้อเสนอแนะ

พรรคเพื่อไทย จัดเวทีเสวนา “จากล็อกดาวน์สู่น็อคดาวน์ประเทศไทย” โดยมี พิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรค, กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์  ส.ส.มหาสารคาม, เผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรค และ อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเป็นผู้ดำเนินรายการ

โดยชี้ให้เห็นว่าการบริหารจัดการของรัฐบาลในการแก้ไขสถานการณ์โรคระบาดของโควิด-19 ล้มเหลว ล่าช้า ไร้ประสิทธิภาพ และไม่เคยเปิดใจรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนที่มีเจตนาดี

โดยเฉพาะจากกลุ่มผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบโดยตรง จนทำให้ภาคเอกชนต้องทยอยปิดกิจการรวมถึงสถาบันการเงินที่จะเริ่มมีปัญหาเรื่องความสามารถในการชำระหนี้  และที่สุดแล้วหากสถานการณ์โรคระบาดทุเลาลง แต่สถานการณ์เศรษฐกิจจะยังย่ำแย่ต่อไป เนื่องจากรัฐบาลไม่มีมาตรการเตรียมความพร้อมรับมือการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

พรรคเพื่อไทย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลล้มเหลวทุกด้าน

พิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐบาลล้มเหลวทุกด้าน ไตรมาสแรกของปี 2564 จีดีพีติดลบ 2.6% และไตรมาสต่อไปจะติดลบหนักขึ้น  ขณะที่หนี้ครัวเรือนจะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 93% ในปลายปีนี้  ซึ่งถือว่าสูงมาก

จนสำนักข่าวบลูมเบิร์ครายงานว่าประเทศไทยประสบกับภาวะการขาดดุลแฝง  คือการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดและการขาดดุลทางการคลังพร้อมกัน จึงเสนอทางออกว่า  รัฐบาลต้องเตรียมพร้อมหามาตรการรองรับการฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็นนโยบายคนละครึ่ง จะลงขันกันระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทยกับรัฐบาลช่วยกัน  ด้านเศรษฐกิจก็อาจใช้นโยบายลดดอกเบี้ย และนำเทคโนโลยีมาใช้ เช่นการจองวัคซีนของประชาชนให้ได้รับความสะดวก รวดเร็ว ให้ประชาชนอยู่กับสถานการณ์โควิดให้ได้

จตุจักร

เสนอรัฐบาล ต้องจัดหาวัคซีนมีคุณภาพมาฉีดให้กับประชาชน

นพ.กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ส.ส.มหาสารคาม กล่าวว่า รัฐบาลบริหารจัดการสถานการณ์โควิด-19 ล้มเหลว ทำให้ประชาชนล้มตาย จำนวนมาก 

วันนี้ คนไทยได้รับวัคซีนเข็มแรก 18% เข็มสอง 6.9%  หรือเพียง 24% ขณะที่ทั่วโลกได้รับวัคซีนเฉลี่ยอยู่ที่ 31% สิงคโปร์ 77% จึงเสนอว่า รัฐบาลจะต้องจัดหาวัคซีนที่มีคุณภาพทันต่อการกลายพันธุ์ของเชื้อโรคเป็นสิ่งที่ต้องจัดหามาอย่างรวดเร็วและทันการณ์  

นอกจากนี้ควรควบคุมโรคระบาดเชิงรุกด้วยการตรวจและแจกจ่ายชุดตรวจโควิดด้วยตนเอง ATK อย่างรวดเร็วและมีคุณภาพ ถ้าเราปูพรมตรวจและคัดแยกคนติดเชื้อกันตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา ประเทศไทยจะไม่เดินมาถึงจุดนี้ 

จตุจักร

มาตรการล็อกดาวน์ล้มเหลว ทำระบบเศรษฐกิจพังทลาย

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคและผู้อำนวยการศูนย์นโยบายและวิชาการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การล็อกดาวน์ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ล้มเหลว และกำลังนำไปสู่การพังทลายของระบบเศรษฐกิจ เป็น 6 ขั้นบันไดสู่หายนะทางเศรษฐกิจจากการล็อกดาวน์  ซึ่งได้แก่

1. ล็อกดาวน์ : ช้าและไร้ประสิทธิภาพ รัฐบาลปล่อยให้เชื้อโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้าระบาดทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร แล้วจึงล็อกดาวน์ และยังเป็นการล็อกดาวน์แบบเหมาเข่งซึ่งทั่วโลกไม่ทำ และโดยเฉพาะการล็อกดาวน์ภาคธุรกิจ เพราะทำให้เกิดความเสียหายแก่เศรษฐกิจในวงกว้าง  

2.เทิร์นดาวน์ :  รัฐบาลไม่รับฟังข้อเสนอจากภาคส่วนต่างๆ นำเสนอเป็นจำนวนมาก  เช่น พรรคเพื่อไทยเคยนำเสนอมาตรการคงการจ้างงาน ซึ่งไม่ใช่การแจกเงินทั่วไป แต่ต้องจ่ายตรงไปที่นายจ้าง เพื่อให้นายจ้างรักษางานเก่าของแรงงานไว้ให้ได้อย่างน้อย 90% ไม่ใช่รอตกงานแล้วหางานใหม่ให้ 

3. สโลว์ดาวน์ : การชะลอตัวลงของเศรษฐกิจ เกิดจากรัฐบาลสโลวไลฟ์ที่ออกมาตรการช้าและไม่ถูกทิศทาง เช่น มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ วงเงิน 5 แสนล้านบาท นับตั้งแต่ออกมาตรการซอฟต์โลนมาเป็นระยะเวลา 1 ปี 4 เดือน ปล่อยสินเชื่อได้เพียง 2.5 แสนล้านบาท หรือครึ่งหนึ่งของวงเงินสินเชื่อ คิดเป็น 1 ใน 4 ของความต้องการเท่านั้น 

4.ชัตดาวน์ : ภาคเอกชนทยอยปิดกิจการลงเรื่อยๆ  จนไม่มีความสามารถในการชำระหนี้ให้กับธนาคาร  เมื่อปิดกิจการก็ต้องปลดคนงาน  คนงานไม่มีเงินจ่ายหนี้  ส่งผลต่อรายรับของธนาคาร

5. เบรกดาวน์ : ภาคสถาบันการเงินจะเริ่มมีปัญหาและอาจพังลง เพราะความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้น้อยลง  ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบระหว่างความอันตรายของการให้สินเชื่อในช่วงก่อนเกิดวิกฤตโควิด ยังน้อยกว่าการไม่ให้สินเชื่อซอฟต์โลน 1 ล้านล้านบาท  แล้วปล่อยให้ภาคเอกชนพังลงแบบนี้

6. น็อคดาวน์ : เมื่อสถาบันการเงิน ภาคเอกชน ตลาด ภาคครัวเรือน มีปัญหา เศรษฐกิจไทยจะถูกน็อกดาวน์  หากเปรียบเป็นมวยที่แพ้เพราะถูกหมัดน็อกจนล้มลง เป็นความเสียหายถาวร ห่วงโซ่การผลิต การลงทุนจากต่างประเทศ การท่องเที่ยว ชื่อเสียง ความเชื่อมั่นจากต่างประเทศ  เสียหายอย่างถาวร

ตอนนี้ประเทศไทย กำลังก้าวไปสู่บันไดขั้นที่ 5 แม้จะยังไม่ถึงในตอนนี้ แต่มีแนวโน้มและใกล้เคียง พรรคเพื่อไทยมองว่า เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องป้องกันความเสียหายอย่างทันท่วงที สิ่งเหล่านี้ เป็นความเสียทางเศรษฐกิจที่รุนแรง หากปล่อยไว้จะยิ่งไหล -  รั่ว-  พัง รัฐบาลควรใช้มาตรการทางการเงินและมาตรการทางการคลัง ให้ตรงจุด รวดเร็ว ทันการณ์และชาญฉลาด

ที่มา FB : พรรคเพื่อไทย : เสวนา “จากล็อกดาวน์ สู่น็อกดาวน์ประเทศไทย”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ข่าวที่น่าสนใจ