Spring News

จักรวาลหนังหว่องกาไว รสชาติความเหงา ที่ Pop ในวันแสวงหาความหมายชีวิต

30 ก.ย. 2564 เวลา 11:57 น. 483

หว่องกาไว ถือเป็น "เจ้าพ่อหนังแห่งความเหงา" ที่ทั่วโลกพร้อมใจคาราวะ ตลอดกว่า 30 ปีที่ผ่านมา จักรวาลหนังของเขาล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วย ความสัมพันธ์เปลี่ยวเหงาของผู้คนในเมือง ที่ยากเกินกว่าจะอธิบาย

ประวัติย่นย่อหว่องกาไว ผู้มีความเหงาเป็นลายเซ็น
.
หว่องกาไว ผู้กำกับคนดัง บนวัย 63 ปี ณ ปี 2021 เกิดที่เซี่ยงไฮ้ จีนแผ่นดินใหญ่ และย้ายมาอยู่ฮ่องกงพร้อมกับบิดามารดาตั้งแต่อายุ 5 ขวบ หลังจากเรียนจบสาขาการออกแบบกราฟิก เมื่อปี 1980 เขาเริ่มงานในสถานีโทรทัศน์ทีวีบี ในตำแหน่งผู้เขียนบท จากนั้นเขาเติบโตตามวิถีทาง จนกระทั่ง ปี 1988 หว่องกาไว ด้วยวัย 30 ปี เริ่มกำกับภาพยนตร์เรื่องแรก คือเรื่อง ทะลุกลางอก (As Tears Go By ปี 1988) หนังแนวแอ็คชั่น แก็งสเตอร์ นำแสดงโดย หลิว เต๋อหัว และ จางม่านอวี้  ซึ่งถึงแม้จะเป็นหนัง แก็งสเตอร์ แต่เขาก็ทิ้งร่องรอยแห่งความเหงาเปล่าเปลี่ยวเอาไว้ ในการเล่าเรื่อง และในช่วงเวลาหลังจากนั้น ความเหวา อ้างว้าง ในสไตล์ "กระทำความหว่อง" ก็เริ่มเป็น "ลายเซ็น" ที่เป็นเอกลักษณ์ขึ้นมาเรื่อยๆ
.
จากนั้นในปี 1990 เพียงแค่ 2 ปีให้หลัง หว่องกาไวได้กำกับภาพยนตร์เป็นเรื่องที่ 2 ซึ่งเเป็นแนวดาราม่า แต่มีสไตล์เซื่องซึม เหงา เปล่าเปลี่ยว อ้างว้างในแบบของตัวเขาเองแล้ว ในเรื่อง วันที่หัวใจรัก..กล้าตัดขอบฟ้า หรือ "Days of Being Wild" ปี 1990 ซึ่งได้สร้างปรากฎการณ์ใหม่ให้โลกภาพยนตร์ และถือเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่เป็นอัตลักษณ์ประจำตัว ทำให้เขาเริ่มมีชื่อเสียงในวงกว้างระดับนานาชาติอย่างรวดเร็ว
เลสลี่ จาง จากภาพยนตร์ Days of Being Wild

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นับแต่นั้นเป็นต้นมา จักรวาลหนังหว่องกาไว ทุกเรื่อง ต่างได้ รับการกล่าวขานในระดับนานาชาติว่า เป็นสไตล์หนังที่แปลกใหม่ และมีเสน่ห์ แม้จะเต็มไปด้วยความเหงา ความอ้างว้าง แต่ก็เป็นที่ดึงดูดนักดูหนังจากทุกมุมโลกให้ความสนใจ วัยรุ่นที่แสวงหาความหมายของชีวิตต่างโหยหาอรรถรสความซึมเหงาจากหนังของหว่องกาไว ไล่เรียงลำดับตั้งแต่ ...

- ผู้หญิงผมทอง ฟัดหัวใจให้โลกตะลึง หรือ "Chungking Express" (1994)
- มังกรหยก ศึกอภิมหายุทธ หรือ "Ashes of Time" (1994)
- นักฆ่าตาชั้นเดียว หรือ "Fallen Angels" (1995)   
- โลกนี้รักใครไม่ได้นอกจากเขา หรือ "Happy Together" (1997)
 - ห้วงรักอารมณ์เสน่หา หรือ "In the Mood for Love" ( 2000)
- 2046  (2004)
- 300 วัน 5,000 ไมล์ ห่างไกลไม่ห่างกัน My Blueberry Nights(2008)
- ยอดปรมาจารย์ "ยิปมัน" The Grandmaster (2013)

ผู้หญิงผมทอง ฟัดหัวใจให้โลกตะลึง Chungking Express (1994)

ผู้หญิงผมทอง ฟัดหัวใจให้โลกตะลึง Chungking Express (1994)

เสน่ห์ความความเหงาจากหว่องกาไว
.
เรื่องราวในภาพยนตร์ของหว่องกาไว เขามักจะหยิบยกเอาความสัมพันธ์ที่แปลกประหลาดมาเล่าถ่ายทอด ส่วนใหญ่จะเป็นความสัมพันธ์เปลี่ยวเหงาของผู้คนในเมือง
.
ทั้งจากภาพยนตร์ "Chungking Express" , "Fallen Angels" "In the Mood for Love" และ  2046 พร้อมกับสร้างบรรยากาศในหนังด้วย ควันบุหรี่ แสงไฟที่เซื่องซึม เนิบช้าแสนเหงา บทเพลงเร้าอารมณ์ให้ความเศร้ากรีดลึกถึงหัวใจ
.
ยกตัวอย่างจากหนังที่เคยสร้างปรากฏการณ์ อาทิ "In the Mood for Love" (2000) ที่ ประสบความสำเร็จอย่างสูง ได้เข้าชิงรางวัลภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมหลายสถาบัน ทั้งจาก รางวัลบาฟตา รางวัลซีซาร์ และรางวัลของสถาบันภาพยนตร์อเมริกัน...เรื่องนี้บอกเล่าเรื่องราวของ คุณนายชาน (จางม่านอวี้) และ คุณเชา (เหลียงเฉาเหว่ย) ที่ย้ายมาอยู่ในห้องเช่าติดกันในวันเดียวกันพอดี  ทั้งสองต่างแต่งงานแล้ว แต่ชีวิตคู่ของแต่ละฝ่ายกำลังจืดจางและมาถึงทางตัน มีทีท่าว่าจะซ้ำรอยเป็นคู่รักนอกใจของตนเอง ทั้งเขาและเธอต้องทำสงครามภายในจิตใจ ระหว่างการทำตามแรงปรารถนากับการยับยั้งชั่งใจอยู่ตลอดเวลา และน้ำหนักความเป็นไปได้ก็โน้มเอียงพลิกผันตลอดเวลา
.
นับว่า เป็นความสัมพันธ์ที่ยากเกินอธิบาย...เพราะมันเป็นความสัมพันธ์ที่แค่ เอ่ยคำว่า คิดถึง ทุกอย่างก็อาจพังทลาย...

In the Mood for Love

In the Mood for Love
.
ส่วนอีกหนึ่งภาพยนตร์ที่เป็น ตำราชีวิตและส่งต่อแรงบันดาลใจจากความเหงาของใครหลายคน อย่าง "ผู้หญิงผมทอง ฟัดหัวใจให้โลกตะลึง หรือ "Chungking Express" (1994)"  ซึ่งมีบท นายตำรวจหมายเลข 663 (รับบทโดยเหลียง เฉาเหว่ย) ที่เหงาและผิดหวังจากความรัก เขาใช้ชีวิตทุกวันของเขาวนเวียนซ้ำๆในฮ่องกง อยู่กับการกินกาแฟดำ ออกไปทำงาน เข้าเวรกะดึก จนกระทั่งการปรากฏตัวของอาเฟย (รับบทโดยเฟย์ หว่อง) หญิงสาวร้านอาหารที่เข้ามาพูดคุย และจากนั้น อาเฟย แอบลักลอบเข้าไปจัดระเบียบข้าวของภายในห้องโดยที่นายตำรวจหมายเลข 663ไม่รู้ตัว ... นับเป็นเรื่องราวความรักในมุมที่รสชาติแตกต่าง...
.
ในเวลาเดียวกัน อีกหนึ่งตัวละครของเรื่องนี้ นายตำรวจหมายเลข 223 (รับบทโดยทาเคชิ คาเนชิโร) ที่มี เงื่อนไขประหลาดให้ชีวิต และเชื่อว่าทุกอย่างบนโลกล้วนมีวันหมดอายุ แน่นอนว่า ‘ความรักเองก็เช่นกัน’ และแน่นอนว่า เขาผิดหวังจากความรัก แต่เขาก็ยัง ทิ้งตะกอนไว้ให้ผู้ชมคิดต่อว่า  "ถ้าความทรงจำของผมและเธอมีวันหมดอายุ ผมหวังว่ามันจะยาวนานถึงหมื่นปี" ?

Chungking Express
.
นอกจากนี้ หว่องกาไว ยังเคยทำ LGBTQ ในเรื่อง Happy Together เมื่อปี 1997 หว่องกาไว เล่าเรื่องในภาพยนต์นี้ ไปในแนว Hopeless Romantic โดยหนังเรื่องนี้เล่าเรื่อง คู่รักชายหนุ่มนำแสดงโดยเหลียงเฉาเหว่ย และ เลสลี่ จาง ที่ตัดสินใจออกเดินทางสู่อาร์เจนติน่า เพื่อยืนชมความงดงามของน้ำตกอีกวาซูด้วยกัน แต่ระหว่างทาง ความสัมพันธ์ของทั้งคู่กลับแย่ลงเรื่อยๆ จากรัก เป็นชัง ห่างเหิน หมางเมิน...คิดถึง และกลับมาพบกัน เป็นวังวนไม่รู้จบแบบนี้  แต่ ลึกๆ ในใจของแต่ละฝ่ายต่างรู้ดีว่า ความสัมพันธ์แบบนี้เป็นความรักที่มีแต่พวกเขาเท่านั้นที่เข้าใจ ในความสัมพันธ์แบบ LGBTQ
.
..."หูสำคัญกว่าตา เพราะคุณแกล้งทำเป็นไม่เห็นความเศร้าได้ แต่คุณโกหกเสียงจากหัวใจไม่ได้" ซึ่งนี่เป็นเพียงบางส่วน ของตัวละคร ที่มีเสน่ห์ และมีความเหงาเป็นอาภรณ์ห่มคลุม

Happy Together

ความรักเป็นแกนหลัก...ความเหงาคือบรรยากาศ  
.
จักรวาลหนังหว่องกาไว  มักจะมีกระดูกสันหลัง คือ "ความรัก" แต่ความรักในหนังของเขา  เป็นสิ่งที่คลุมเครือไม่ชัดเจน ตัวละครของหว่องกาไว ส่วนใหญ่  ไม่มีที่มา ไม่รู้ที่ไป  ซึ่งสิ่งนี้สามารถเปรียบได้กับคนฮ่องกงในช่วงที่อังกฤษคืนฮ่องกงสู่จีนในยุค 1990  ตัวละครของหว่องกาไว มักจะตัดขาดจากอดีตและลังเลในอนาคต เช่น ตัวละครปรมาจารย์ "ยิปมัน" ใน The Grandmaster ที่ต้องอำลาชีวิตหรูหราในเซี่ยงไฮ้มาใช้ชีวิตในอะพาร์ตเมนต์แคบ ๆ ในฮ่องกง

จาง ซิยี่ ในภาพยนตร์ The Grandmaster
.
ถึงแม้ความรักจะเป็นสิ่งที่ผลักดันตัวละครในภาพยนตร์ของหว่องกาไวทุกเรื่อง แต่ความรักก็ไม่เคยปรากฏตัวขึ้นมาให้เห็น ราวกับว่าภาพยนตร์ของหว่องกาไวเป็นภาพยนตร์รัก ที่ไม่มีความรัก
.
การหาคำตอบว่าความรักคืออะไร ? จากภาพยนตร์ของหว่องกาไวจึงเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก เพราะ หากจะอ้างถึงสิ่งที่หว่อง กาไว เคยกล่าวไว้นั้น ‘วิถีทางที่เขาสร้างภาพยนตร์ไม่ใช่การให้คำตอบ แต่เป็นการโยนคำถาม’
.
คำถามของหว่องกาไว ที่ทิ้งไว้ในโลกแห่งศิลปะภาพยนตร์ได้เป็นตัวจุดประกายให้ผู้คน ค้นหาคำตอบแห่งปริศนาความเหงา ความเดียวดาย มาเป็นเวลานาน น่าเหลือเชื่อที่ความเหงาจากภาพยนตร์หว่องกาไวได้กลายเป็นความ POP ที่คนทั้งโลกยอมรับและ ชูแก้วสดุดีให้กับ "กระทำความหว่อง" ...และทุกวันนี้ ผู้คนก็ยัง ใฝ่หาคำตอบเรื่องนี้อย่างไม่รู้จบสิ้น...

จาง ซิยี่ จากภาพยนตร์ 2046 Fallen Angels

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ข่าวที่น่าสนใจ