Spring News

April Fools Day : ความตายเลสลี่ จาง ที่ทุกคนอยากให้เป็นแค่ เรื่องโกหก

01 เม.ย. 2564 เวลา 10:53 น. 1.0k

1 เมษายน ทุกๆปีจะมีเรื่องโกหกมากมายที่มักพรั่งพรูออกมาในฐานะวัน April Fools Day แต่วันเดียวกันนี้ในปี 2003 กลับสร้างความเศร้าสะเทือนใจใครหลายคน โดยเฉพาะแฟนหนังฮ่องกงที่อยากให้เหตุการณ์นี้เป็นเพียงเรื่องโกหก...นั่นคือข่าวการสูญเสียนักแสดงยอดฝีมือ เลสลี่ จาง อดีตซูเปอร์สตาร์ LGBTQ+ จากการตัดสินใจลาโลก และยังมีคนคิดถึงเขาอยู่ทุกปี ในฐานะบุคคลที่ "กล้าหาญ" เปิดเผยตัวตน ในวันที่โลกยังไม่ยอมรับเรื่องเพศที่หลากหลาย...

1). วันที่ 1 เมษายน 2003 คือวันที่ เลสลี่ จาง นักแสดงซูเปอร์สตาร์ฮ่องกงตัดสินใจจบชีวิตตัวเองด้วยการ โดดลงมาจากชั้น 24 โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล ฮ่องกง ท่ามกลางความมึนงงและไม่เชื่อในเหตุการณ์ครั้งนั้น เพราะบางคนก็คิดว่า ...นี่คือคำโกหกในวัน April Fool's Day ,บ้างก็คิดว่านี่คือการขายข่าวบันเทิง, แต่เมื่อทุกอย่างยืนยันว่า ชายหนุ่มที่นอนบนพื้นหน้าโรงแรมคือเลสลี่ จางตัวจริง...โลก ณ เวลานั้น 
...หยุดหมุน ความเศร้าโศก...

2). ความตายของเลสลี่ จาง ซึ่งกระทำอัตวินิบาตกรรมด้วยวัย 46 ปี เมื่อ 18 ปีที่แล้ว สร้างความสับสนปนความทุกข์ทน เพราะกระแสตอนแรก ไม่มีใครเชื่อว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นจริง ... แต่เมื่อเข็มนาฬิกาไม่อาจย้อนกลับหลังได้แล้ว การค้นหาถึงสาเหตุจบชีวิตของเลสลี่ จาง จึงเกิดขึ้น 

3). แม้ คำตอบเรื่องสาเหตุการตายของเลสลี่ จางจะอยู่ในสายลม...แต่แฟนคลับของเลสลี่ จาง ต่างเชื่อว่าเขามีปัญหากับภาวะซึมเศร้า และปมของการต้องเก็บกดการเป็น LGBTQ+ ในยุคเมื่อ 20 ปีก่อนเป็นเรื่องที่ยังไม่ได้รับการยอมรับเหมือนทุกวันนี้ 

 4). ในปี 1997 เลสลี่ จาง บนวัย 41 เพิ่งจะประกาศว่าตัวว่าเป็นเกย์ รวมทั้งแต่งตัวเป็นผู้หญิงในการร้องเพลงบนเวทีคอนเสิร์ต แต่เรื่องเพศสภาพที่เปลี่ยนไป ไม่ได้ทำความนิยมของเลสลี่ จางต่อแฟนๆลดลงเลยทั้งแฟนๆในญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีนแผ่นดินใหญ่ ...เรียกได้ว่าความเป็นเขาเปล่งประกายเหนือกว่าขอบเขตของทั้งเรื่องเชื้อชาติ ภาษาและเพศสภาพ  

 5). การเปิดเผยตัวตนที่ปิดบังมานานของเลสลี่ จาง ได้รับการตอบรับจากแฟน ๆ ที่ต่างรู้อยู่แก่ใจและอยากให้เลสลี่ จางเปิดตัวตนมานานแสนนานแล้ว เขาได้เป็นตัวแทนแห่งความกล้าหาญของเหล่า LGBTQ+ในช่วงเวลานั้น...ที่โลกยังไม่เข้าใจเหมือนทุกวันนี้  
6). ก่อนหน้านั้น ...จากหลักฐาน การรวบรวมคำสัมภาษณ์ต่างๆ เลสลี่ จาง รู้ตัวมาโดยตลอดว่าเขานั้นเป็น LGBTQ+ แต่ในยุคสมัยซึ่งหากเปิดเผยตัวตนอาจจะนำมาซึ่งจุดจบของวงการบันเทิง เขาจึงเลือกที่จะปิดบังตัวตนไว้ แม้ว่ากระทั่งการประกาศลั่นวิวาห์กับเทเรซ่า โม ทั้งที่เขารู้สึกเจ้าสาวเพียงแค่เพื่อน จนหย่าร้างในเวลาต่อมา เลสลี่ จางต้องทนกล้ำกลืนแสดงตัวตนเป็นชายตลอดชีวิตทั้งหน้าฉากและหลังกล้อง

leslie

7). อย่างไรก็ตาม เลสลี่ จาง  ไม่อาจปิดกั้นตัวตนข้างในที่ร่ำร้องให้ปลดปล่อยตัวตนจากอิสรภาพ จนกระทั่งบทบาทการแสดงของหนังทั้ง 2 เรื่องก็ช่วยผลักดันเขาให้เปิดเปลือยตัวตนที่แท้จริง นั่นคือหนังยอดเยี่ยมแห่งทศวรรษที่ 90s อย่าง หลายแผ่นดิน แม้สิ้นใจไม่ขอลืม (Farewell My Concubine-1993) ในบทบาทนักแสดงงิ้วในช่วงเปลี่ยนผ่านของวัฒนธรรม และอีกบทบาทของคู่รักชายรักชายสุดเหงาในเมืองแปลกหน้าอย่างโลกนี้รักใครไม่ได้นอกจากเขา (Happy Together-1997) ที่ทำให้เขาปลดปล่อยอีกร่างจากกรงทองที่กักขังมานานแสนนาน

 8).  บทบาทจากภาพยนตร์ทั้ง 2 เรื่อง ก็ทำให้เลสลี่ จาง กล้าที่จะประกาศตัวตนว่าเขานั้นเป็นไบเซ็กชวล พร้อมกับเปิดตัวคู่รักของเขาที่อยู่ร่วมกันอย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ ต่อหน้าสาธารณชน  

9).  แม้ในช่วงท้ายชีวิต เลสลี่ จาง ไม่ต้องทนเก็บกดกับตัวเองอีกต่อไปแล้ว แต่บาดแผลในใจจากอดีต จนกระทั่งความผิดหวังในผลงานการกำกับเรื่องแรกที่ไม่สำเร็จ, ทำให้เคมีในสมองของเขาทำงานไม่ปกติ แม้ว่าเขาจะเข้าพบจิตแพทย์เพื่อทำการรักษามาตลอด แต่เขาก็ปฏิเสธที่จะรับยา...หลายครั้งเขากล่าวถึง "ความตาย" กับคนใกล้ตัว...

10). ในชีวิตช่วงที่ เลสลี่ จาง ยังไม่เปิดเผยตัวตนที่แท้จริง มีคนรู้ความลับนี้ไม่กี่คนในวงการ ซึ่งระหว่างการถ่ายทำเรื่อง Happy Together ของผู้กำกับหว่อง กา ไว ที่เป็นภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างชายรักชาย , เหลียง เฉา เหว่ย นักแสดงนำที่ต้องเล่น บนเลิฟซีนคู่กับเลสลี่ จาง ไม่สามารถทำใจได้ในการเล่นเลิฟซีนแบบถึงพริกถึงขิง แต่เลสลี่ จาง ไปกระซิบกับเหลียง เฉา เหว่ย ว่า "นายลองคิดดูแล้วกัน ว่าฉันที่เป็นเกย์แล้วต้องเล่นบนเลิฟซีนกับดาราผู้หญิงมากี่เรื่องต่อกี่เรื่อง แล้วฉันจะรู้สึกอย่างไร...?"  

leslie8

11 ). และเพราะคำพูดนี้ ทำให้ ทั้งเหลียง เฉา เหว่ย และ เลสลี่ จาง สามารถฉากเลิฟซีนที่ดีที่สุดในวงการภาพยนตร์ได้และกลายเป็นฉากตำนานความรัก LGBTQ+    

12). ในช่วงแรกชีวิตการแสดงของเลสลี่ จาง ครอบครัวจะไม่สนับสนุน แต่ในวัยรุ่นก็ทำทุกทางเพื่อสู่ฝ่าฟันเข้าสู่วงการบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นการตั้งวงดนตรีกับเพื่อนร่วมขั้นเพื่อเดินสายประกวดร้องเพลงจนได้อันดับ 2 ของการประกวด ได้เซ็นสัญญากับค่ายใหญ่ ด้วยความที่หน้าตาของเขาดูดี จึงได้รับโอกาสให้ได้แสดงหนังเป็นเรื่องแรก แม้จุดเริ่มต้นบนถนนสายภาพยนตร์จะเริ่มด้วยหนังเกรด B แถมยังเป็นหนังที่ติดเรทจำนวนมาก

leslie2

13). ...ครั้งหนึ่ง เลสลี่ จาง เคยบอกว่า จุดเริ่มต้นของวงการบันเทิงของผมมันเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ไม่ต่างกับวิ่งไปบนทางที่เต็มไปด้วยก้อนกรวดก้อนหิน แต่สำหรับคนที่ผ่านเรื่องเลวร้ายมาตลอดชีวิตเรื่องแต่นี้มันเล็กน้อยมาก 

14). เลสลี่ จาง ต้องใช้ความอดทนและความพยายามหลายปีต่อมา จนกระทั่งช่วงกลางทศวรรษที่ 80s ทั้งแนวเพลงซินธ์ป็อปตามยุคสมัยและหนังวัยรุ่นที่เขาร่วมแสดงกับ จางม่านอวี้ ก็ผลักดันให้เขาเป็นดาราแถวหน้าฮ่องกง

15). เลสลี่ จางกลายเป็นที่รู้จักมากขึ้น แต่เลสลี่ จาง พัฒนาตัวเองตลอดเวลา จนได้รับโอกาสอันยิ่งใหญ่จาก 3 ผู้กำกับแห่งยุค คนแรกคือตำนานแห่งหนังแอ็กชั่น จอห์น วู ที่นำเขามาประกบกับนักแสดงระดับฝีมืออย่างตี้หลุง และโจวเหวินฟะ ในภาพยนตร์ที่เปิดยุคใหม่หนังฮ่องกงอย่าง โหด เลว ดี (A Better Tomorrow-1986) 

16).  ฉีเคอะ คือผู้กำกับ ที่ชักชวนเขาแสดงนำในหนังแฟนตาซีกำลังภายในยุคใหม่อย่าง โปเย โปโลเย เย้ยฟ้าแล้วก็ท้า (A Chinese Ghost Story-1987) ซึ่งกลายเป็นหนังทำเงินในหลายประเทศ ส่งผลให้เลสลี่ จาง กลายเป็นดาราขวัญใจของคนทั้งโลกในช่วงเวลานั้น 

17). ส่วน หว่อง กา ไว คือผู้กำกับดังที่ผลักดันให้เขารับรางวัลตุ๊กตาทองฮ่องกงเป็นครั้งแรก ในบทบาทของนักเลงผู้มีบทกวีในหัวใจ - ในหนัง วันที่หัวใจรักกล้าตัดขอบฟ้า (Days of Being Wild-1990) กับ วรรคทองที่ไม่มีวันตาย  ที่กล่าวว่า “ผมเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับนกไร้ขา ตลอดชีวิตมันได้แต่บินไป...เหนื่อยนักก็พักนอนกลางสายลม เท้าของมันสัมผัสพื้นเพียงครั้งเดียวเท่านั้น นั่นคือวันที่มันตาย..."  

18).  หากย้อนเวลากลับไปได้...ความตายของเลสลี่ จาง อันน่าเศร้า...เราทุกคนคงอยากให้เป็นเพียงเรื่อง "โกหก" ในวัน April Fool's Day...เพราะ "เราไม่ได้สูญเสียศิลปินที่ยิ่งใหญ่เท่านั้น แต่เราได้สูญเสียบุคคลผู้เป็นต้นแบบแห่งความกล้าหาญ" 

leslie3

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด