บีกริมจับมือพันธมิตร สร้างบ้าน อสม.พลิกฟื้นชีวิตเพื่อความอยู่ดีมีสุข

15 ต.ค. 2564 เวลา 3:35 น. 303

บริษัทบีกริม จับมือ สถาบันประชาชนเพื่อการสาธารณสุขมูลฐาน สร้างบ้านอยู่ดีมีสุข ให้อสม.ขุนพลด่านหน้าสู้ภัยโควิด-19 ด้วยใจแห่งการให้เสียสละ อดทน พร้อม อาชีพปลูกไผ่ สมุนไพร เพื่อเป็นขวัญ กำลังใจ ขับเคลื่อนระบบสาธารณสุขไทย เพื่อความปลอดภัยของ พี่น้องประชาชนทุกคน

ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริม และ กลุ่มบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ ร่วมกับ ดร.เมธี จันท์จารุภรณ์ ประธานสถาบันประชาชนเพื่อการสาธารณสุขมูลฐาน และพีรพล ตริยะเกษม ประธานมูลนิธิสถาบันวิชาการ 14 ตุลา จัดสร้างบ้านอยู่ดีมีสุขครอบครัวอสม.โดยทำพิธียกเสาเอกบ้านหลังแรกให้กับ อสม.วิทสันติ หอมงาม หมู่ 12 ตำบลหนองไม้แก่น อำเภอ แปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา

ปลูกบ้านล้านหลังให้ อสม.

จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด 19 มีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เป็นกลไกสำคัญในการป้องกันและควบคุมโรค ดูแลสุขภาพของประชาชน อย่างเข้มแข็ง จนได้รับการยกย่องจากนานาประเทศ ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่ อสม.จำนวน 1,050,000 คนทั่วประเทศ (ทุกหมู่บ้าน/ชุมชน)ต่างได้เสียสละเวลา แรงกาย แรงใจ ความอดทนทุกข์ยากต่าง ๆ เพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชนในหมู่บ้านและแก้ไขปัญหาสำคัญ ๆ ของประเทศชาติตลอดมา 

ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริม กล่าวว่า การสร้างบ้านอยู่ดีมีสุขให้กับครอบครัว อสม. ผู้ที่มีบทบาทหลัก ในการช่วยเหลือดูแลสุขภาพ และ ควบคุมป้องกันโรคให้กับประชาชนในประเทศไทย ตลอดมา ทาง บีกริม ยินดีร่วมสนับสนุนอย่างเต็มที่ ซึ่งสอดรับกับ โครงการ “บี.กริม ปันน้ำใจ สู้ภัยโควิด 19” ที่ได้สนับสนุนเงินบริจาค และปัจจัยสิ่งของจำเป็น เช่น อุปกรณ์ทางการแพทย์ ประกันชีวิต และถุงยังชีพ เป็นต้น โดยบริจาคทั้งทางตรง กับ สถานพยาบาลต่างๆ หรือ ประชาชนที่เดือดร้อน รวมถึงผ่านองค์กรการกุศล สำคัญต่างๆอย่างเร่งด่วนมาตั้งแต่ช่วงเริ่มแรกของการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด 19 ในประเทศไทย

 

ดร.ฮาราลด์ ลิงค์  กล่าวอีกว่า บี.กริม ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมายาวนานกว่า 142 ปี มีความเกี่ยวข้องผูกพันกับสังคมไทย ในหลากหลายภาคส่วนผ่านธุรกิจและบริการต่างๆ ของ บี.กริม เมื่อยามที่ประเทศไทยประสบภัย ทำให้คนไทยได้รับความทุกข์ร้อนจึงเป็นความตระหนักจากใจจริงถึงความร่วมแรงร่วมใจในการให้ความช่วยเหลือตามกำลังความสามารถของแต่ละบุคคลหรือองค์กร ซึ่งรวมถึง บี.กริม ด้วยอย่างแน่นอน

ปลูกบ้านล้านหลังให้ อสม.

ด้านดร.เมธี จันท์จารุภรณ์ ประธานสถาบันประชาชนเพื่อการสาธารณสุขมูลฐาน กล่าวว่า อสม. มีบทบาทหลักคือการช่วยดูแลสุขภาพและควบคุมป้องกันโรคให้กับประชาชนในพื้นที่ ดั่งคำขวัญที่ว่า “แก้ข่าวร้าย กระจายข่าวดี ชี้บริการ ประสานงานสาธารณสุข” อสม.ก็คือชาวบ้านในหมู่บ้านประกอบอาชีพเหมือนกับชาวบ้านทั่ว ๆ ไป ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรฐานะยากจน การศึกษาไม่สูงนัก มีรายได้น้อย อยู่แบบเรียบง่ายและมีจิตอาสา แม้ว่าจะต้องประกอบอาชีพ แต่ก็ยังทำหน้าที่ของ อสม.เพื่อส่วนรวมอย่างมั่นคงเสมอมา ไม่ได้มีการเรียกร้องสิ่งตอบแทนใด ๆ จะมีบ้างก็คือ ค่าป่วยการในการทำงานของ อสม. เดือนละ 1,000 บาทเท่านั้น (ซึ่ง อสม.บางคนใช้เงินในการทำงานมากกว่าเดือนละ 1,000 บาท) สวัสดิการการเจ็บป่วย การเสียชีวิต การประกอบอาชีพ อสม.ต้องทำด้วยตนเองแทบทั้งสิ้น ยังไม่มีองค์กรใด ๆ มาให้ความช่วยเหลืออย่างจริงจัง ความเป็นอยู่ของ อสม.กว่า 40 ปี จะยังคงทุกข์ยากอยู่ในลักษณะเช่นนี้อีกต่อไป

ดังนั้นสถาบันประชาชนเพื่อการสาธารณสุขมูลฐาน ซึ่งดำเนินงานร่วมกับ อสม.มาโดยตลอดและเข้าใจสภาพปัญหาของ อสม.มาเป็นอย่างดี จึงได้หารือกับภาคธุรกิจเอกชนอย่าง บริษัท บีกริม ที่มีแนวความคิดในการสนับสนุนภาคประชาชนให้มาสนับสนุนการดำรงชีวิตของ อสม.ให้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะเรื่องที่พักอาศัยให้มีสภาพที่ดี มั่นคง สวยงาม ภายใต้โครงการบ้านอยู่ดีมีสุขครอบครัว อสม. รวมทั้งการสนับสนุนการสร้างอาชีพ ปลูกไผ่ สมุนไพร ให้เกิดรายได้กับ อสม.ผู้เข้าร่วมโครงการ

กิจกรรมโครงการปลูกบ้านล้านหลังให้ อสม.

ขณะที่ นายพีรพล ตริยะเกษม ประธานมูลนิธิสถาบันวิชาการ 14 ตุลา กล่าวว่าโครงการบ้านอยู่ดีมีสุขนี้ จะเป็นความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน อาทิ บริษัท บีกริม สถาบันประชาชนเพื่อการสาธารณสุขมูลฐาน ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านแห่งประเทศไทย มูลนิธินายแพทย์ปรีชาดีสวัสดิ์เพื่อการสาธารณสุขไทย มูลนิธิพัฒนาการสาธารณสุขมูลฐาน ชมรม อสม.ระดับจังหวัด และบริษัท เวลโกรโซลูชั่น จำกัด เป็นต้น ทาง อสม.และครอบครัวสามารถที่จะมีบ้านอยู่ดีมีสุขได้เมื่อเข้าร่วมโครงการ ซึ่งมีรายละเอียดหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้เบื้องต้น คือเป็น อสม.มาไม่น้อยกว่า 5 ปี มีความเข้มแข็งในการทำงาน มีรายได้เพียงพอในการที่จะผ่อนบ้านตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด การพิจารณาคัดเลือกจะพิจารณาจากคณะกรรมการของ อสม.ระดับจังหวัดและผู้ที่ได้รับมอบหมาย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม โปร่งใสและเป็นประโยชน์ต่อ อสม.โดยตรง

นับเป็นเรื่องราวดีๆ ที่ทุกหน่วยงาน ได้ร่วมมือกัน สร้างสรรค์ กิจกรรมดีๆแบบนี้ ถือเป็นขวัญ กำลังใจที่มอบให้ อสม. ผู้เป็นขุนพลด่านหน้าคอยช่วยเหลือให้คนไทยทุกคนปลอดภัย จับมือกันก้าวผ่านสถานการณ์อันยากลำบากนี้ไปด้วยกัน และจะเป็นประโยชน์และมีส่วนสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนสังคมไทยต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ข่าวที่น่าสนใจ