กรมชลฯเร่งระบายน้ำท่วมขัง 11 จังหวัดพร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์ำน้ำภาคใต้

26 พ.ย. 2564 เวลา 5:46 น. 9

กรมชลประทาน เดินหน้าระบายน้ำท่วมขังพื้นที่ลุ่มต่ำ 11 จังหวัดอย่างต่อเนื่อง ระดมเครื่องสูบน้ำ เครื่องจักร เร่งระบายน้ำออกสู่ทะเล ให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว พร้อมเฝ้าระวังฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้อย่างใกล้ชิด

จากอิทธิพลของพายุและร่องมรสุมที่พาดผ่านประเทศไทยตั้งแต่เดือนกันยายน จนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้ ในช่วงที่ผ่านมามี 53 จังหวัดทั่วประเทศประสบอุทกภัย กรมชลประทานได้รับมือสถานการณ์น้ำหลาก ทั้งการบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคารชลประทาน กำจัดวัชพืชขวางทางน้ำ ความพร้อมของเครื่องจักรเครื่องมือ ตลอดจนร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่


ดร.ธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังคงมีพื้นที่น้ำท่วมขัง 11 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อุบลราชธานี พิษณุโลก พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี นครปฐม และภาคใต้ 2 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี และสตูล ทั้งนี้กรมชลประทาน ยังคงเร่งระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ปกติโดยเร็ว

สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันปริมาณน้ำที่ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาลดลงเหลือ  674 ลบ.ม.ต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาลดลงต่ำกว่าตลิ่งแล้ว ในขณะที่ยังคงเหลือน้ำในทุ่งลุ่มต่ำเจ้าพระยาประมาณ 1,335.58 ล้าน ลบ.ม.ปัจจุบันระบายน้ำออก 71.97 ล้าน ลบ.ม. ต้องระบายน้ำออกอีก 787.28 และจะเก็บกักน้ำไว้ในทุ่งประมาณ 548.30 ล้าน ลบ.ม. หรือระดับน้ำเฉลี่ย 0.30 เมตร เพื่อให้เกษตรกรได้ทำการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งต่อไป ส่วนสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำท่าจีน ปัจจุบันการระบายน้ำในแม่น้ำท่าจีน ยังคงเป็นไปได้ช้า เนื่องจากอิทธิพลของน้ำทะเลหนุนสูง ทำให้ยังคงมีพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำได้รับส่งผลกระทบในเขตจังหวัดสุพรรณบุรี และนครปฐม กรมชลประทาน ได้ลดปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่จะไหลลงสู่แม่น้ำท่าจีน ด้วยการผันน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตก
ทั้งนี้กรมชลประทานยังคงเฝ้าระวังสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำทางภาคใต้อย่างใกล้ชิด จากประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยาที่แจ้งเตือนฝนตกหนักในช่วงนี้ กรมชลประทานได้บริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำ ให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม พร้อมกับการเพิ่มศักยภาพในการระบายในลำน้ำต่างๆ ในพื้นที่เสี่ยง ให้พร้อมรับน้ำฝนที่จะตกลงมาเพิ่ม เพื่อบรรเทาผลกระทบจากน้ำที่อาจล้นตลิ่งในพื้นที่เสี่ยงได้ ตลอดจนเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือให้พร้อมใช้งานได้ทันที

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ข่าวที่น่าสนใจ