svasdssvasds

"โอไมครอน" ปีศาจร้ายทำลาย จับจ่ายปีใหม่2565 วูบ สะพัดแค่ 8.5 หมื่นล้านบาท

"โอไมครอน" ปีศาจร้ายทำลาย จับจ่ายปีใหม่2565 วูบ สะพัดแค่ 8.5 หมื่นล้านบาท

"โอไมครอน" มาแล้วจ๊ะ ทำเอาคน ธุรกิจ นักท่องเที่ยวเริ่มกระเจิง หลายคนเปรียบให้มันเหมือนปีศาจร้ายทำลายทุกอย่าง ล่าสุดศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจหอการค้าไทย เผยผลสำรวจายช่วงปีใหม่ต่ำสุดในรอบ12ปี เงินสะพัดแค่ 8.5หมื่นล้านบาท เพราะคนกังวล

โอไมครอน ตัวทำลายล้างเศรษฐกิจช่วงปีใหม่

นับว่าเป็นฝันร้ายยิ่งนักสำหรับส่งท้ายปีเก่า2564 ต้อนรับปีใหม่ 2565 ที่หลายคนตั้งหน้าตั้งตารอจะเฉลิมฉลองกัน แต่สุดท้ายโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนก็เหมือนจะเป็นปีศาจร้ายมาทำลายความฝัน เพราะหลายคนเริ่มกลัว ยกเลิกการเดินทาง หลายกิจกรรมเคาท์ดาวน์บางพื้นที่ถูกยกเลิกไป  อาจทำให้การจับจ่ายกระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวลดน้อยถอยลงไป

"โอไมครอน" ปีศาจร้ายทำลาย จับจ่ายปีใหม่2565 วูบ สะพัดแค่ 8.5 หมื่นล้านบาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ล่าสุด ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย นำทีมโดย “ธนวรรธน์ พลวิชัย” ประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565 คาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดจากการใช้จ่ายของประชาชนทั่วประเทศราว 85,796.49 ล้านบาท ลดลง -6.2% จากปีก่อน โดยถือว่าปีนี้ต่ำสุดในรอบ 12 ปี นับตั้งแต่ปี 54 เป็นต้นมา เป็นผลจากปัจจัยความกังวลเรื่องโควิดสายพันธุ์โอไมครอน โดยแบ่งเป็นการใช้จ่ายต่างๆ ดังนี้

การจับจ่ายไม่คึกคักในรอบ 12 ปี

จับจ่ายปีใหม่ไม่คึกคัก

-เที่ยวในประเทศ 47,909 ล้านบาท

-เที่ยวต่างประเทศ 1,732 ล้านบาท  

-เลี้ยงสรรค์ 10,027 ล้านบาท 

-ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค 15,786 ล้านบาท

-ทำบุญ 7,873 ล้านบาท

สิ่งไหนที่คนอยากให้รัฐทำมากสุด

นอกจากความกังวลเรื่องโควิดโอไมครอนแล้ว ส่วนอีกประเด็นประชาชนอยากได้ของขวัญอะไรจากรัฐมากสุด  คำตอบ คือ

-บริหารประเทศอย่างโปร่งใส 

-ปราบปรามทุจริตอย่างจริงจัง

-กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ 

-จัดแพ็คเกจกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง คนละครึ่ง ชิมช้อปใช้

 -แก้ปัญหาโควิด-19ให้หมดไป

 

สำหรับของขวัญยอดนิยมในช่วงปีใหม่ 3 อันดับแรก คือ ซื้อกระเช้าของขวัญ รองลงมา คือ ซื้อของรับประทาน และซื้อเครื่องดื่มบำรุง ส่วนการเดินทางออกไปท่องเที่ยวช่วงปีใหม่นั้น พบว่า การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 5,445.28 บาท/คน ส่วนการท่องเที่ยวต่างประเทศ ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 21,508.32 บาท/คน

นอกจากนี้ประชาชนมองว่าภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน มีผลกระทบต่อการใช้จ่ายช่วงปีใหม่ 71.2% ส่วนการแพร่ระบาดของโควิดในปัจจุบัน มีผลกระทบต่อการใช้จ่ายในช่วงปีใหม่ 68.3% และภาระหนี้สินมีผลกระทบต่อการใช้จ่ายในช่วงปีใหม่ 43.2% โดยสิ่งที่อยากให้รัฐดำเนินการในปี 65 อันดับแรก คือ เรื่องการดูแลค่าครองชีพให้เหมาะสม รองลงมา คือ การแพร่ระบาดของโควิด-19 และอันดับสาม เรื่องปัญหาหนี้ครัวเรือน

คนเห็นว่าปีหน้าเศรษฐกิจจะแย่ลงอีก

อย่างไรก็ตามยังมีความคิดเห็นประชาชนเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยในปี 2565 เมื่อเทียบกับปี 2564 พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ 28.4% มองว่าเศรษฐกิจไทยจะแย่ลงมาก รองลงมาประชาชน 26.5% มองว่าจะเหมือนเดิม ส่วนอีก 25.4% มองว่าแย่ลงเล็กน้อย มีเพียง 0.1% ที่มองว่าดีขึ้นมาก สำหรับการขยายตัวของภาวะเศรษฐกิจ ประชาชนส่วนใหญ่ ไม่ทราบหรือไม่แน่ใจ

รองลงมาประชาชนมองว่า เศรษฐกิจไทยในปี 65 จะขยายตัวในระดับ 2.51-3.00%ในส่วนของมาตรการของรัฐ ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้ขยายเวลาการใช้มาตรการคนละครึ่งมากที่สุด รองลงมา คือ โครงการช้อปดีมีคืน และเราเที่ยวด้วยกัน ตามลำดับนอกจากนี้ เมื่อถามถึงความกังวลต่อการแพร่ระบาดของโอมิครอน พบว่า ประชาชนมีความกังวล 72.7% และไม่กังวล 27.3% ซึ่งความกังวลดังกล่าว ส่งผลต่อการตัดสินใจไปท่องเที่ยวในช่วงปีใหม่ถึง 59.6%

 

 

 

related