Spring News

ประตูสู่นรก กำลังจะถูกดับไฟหลังลุกโชนมาหลายปี เพื่อลดการปล่อยก๊าซมีเทน

09 ม.ค. 2565 เวลา 7:42 น. 1.2k

เติร์กเมนิสถานเตรียมหาทางดับไฟในปล่องดาร์วาซาอย่างจริงจัง หลังเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวมานานหลายสิบปี หวังลดปล่อยก๊าซสู่ชั้นบรรยากาศโลกและห่วงสุขภาพของประชาชน

The Doorway to Hell หรือ ประตูสู่นรก สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตของเติร์กเมนิสถาน ไฟที่ลุกไหม้มานานหลายปีในหลุมแห่งนี้กำลังจะจบสิ้นลง เพราะกำลังจะถูกทำให้ดับเร็วๆนี้ 

กูร์บันกูลี เบอร์ดีมูคาเมดอฟ (Gurbanguly Berdymukhamedov) ประธานาธิบดีของประเทศเติร์กเมนิสถาน ต้องการยกเลิกทำให้มันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวด้วยเหตุผลด้านสิ่งแวดล้อมและปัญหาสุขภาพของผู้คน เพราะการเผาไหม้เป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มก๊าซมีเทนในชั้นบรรยากาศโลก

“เรากำลังสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติอันมีค่า ซึ่งเราสามารถได้รับผลกำไรจำนวนมาก และใช้ทรัพยากรเหล่านี้เพื่อปรับปรุงความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนของเรา”

ประธานาธิบดีกล่าวในสุนทรพจน์ทางโทรทัศน์ และเขาได้สั่งให้เจ้าหน้าที่เริ่มหาวิธีการดับไฟอย่างจริงจังแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ความลึกลับที่รายล้อมไปด้วยเปลวเพลิงของปล่องดาร์วาซาในทะเลทรายคาราคัม

The Doorway to Hell กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตของประเทศเติร์กเมนิสถานมาหลายหลายปี ด้วยลักษณะที่แปลกประหลาดของปล่องที่มีเปลวไฟลุกไหม้อยู่ตลอดเวลามานานหลายสิบปี โดยไม่มีทีท่าจะดับลง จึงได้ขนานนามว่าเป็น “ประตูสู่นรก” นั่นเอง

กลางทะเลทรายที่โล่งกว้าง เกิดหลุมยักษ์นี้ได้อย่างไร นั่นเป็นเพราะฝีมือมนุษย์เราเอง ไม่ใช่ฝีมือของธรรมชาติแต่อย่างใด แต่ด้วยความที่เป็นลักษณะที่หายากกับไฟที่ลุกโชนกลางทะเลทรายจึงกลายเป็นสิ่งดึงดูดใจของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่อยากเดินทางไปเที่ยวชม

หลายคนเชื่อว่ามันเกิดขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1971 ที่มีวิศวกรของโซเวียตได้มาตั้งแคมป์ขุดเจาะน้ำมันบริเวณนี้ แต่ว่าการขุดเจาะนั้นผิดพลาด สิ่งที่ขุดได้นั้นกลับมีแต่ก๊าซมีเทน เวลาต่อมาหน้าดินเกิดทรุดตัวเป็นหลุมก๊าซขนาดยักษ์ ด้วยความกังวลของทีมวิศวกรว่าก๊าซเหล่านี้จะรั่วไหลและไปทำอันตรายกับผู้คนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านใกล้เคียงบริเวณนั้นได้ จึงตัดสินใจเผาก๊าซในหลุม โดยคาดว่ามันจะดับได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ ก๊าซจึงจะหมดลงไปได้

แต่ก็ไม่คาดคิดว่าผลลัพธ์ที่หวังจะเผาก๊าซให้หมดไปนั้น กลับกลายเป็นหลุมไฟขนาดยักษ์ที่ไม่เคยดับเลยตลอดมา มันทำให้พื้นที่บริเวณนั้นสว่างโชติช่วงให้กับบริเวณนั้นมาอย่างยาวนาน จนทุกวันนี้มันก็ยังคงโชติช่วงอยู่

หลุมยุบ “ดาร์วาซา” มีขนาดความกว้างของปากหลุม 69 เมตร ลึก 30 เมตร ตั้งอยู่กลางทะเลทราย ห่างจากกรุงอาซกาบัต ประมาณ 241 กิโลเมตร

ในปี 2013 นักสำรวจชาวแคนาดา George Kourounis กลายเป็นชายคนแรกที่ลงไปสำรวจ “ประตูสู่นรก” ของเติร์กเมนิสถาน เขาได้ตรวจสอบความลึกของปล่องภูขาไฟ เขาเก็บตัวอย่างดิน และไล่เก็บพวกแบคทีเรีย จุลินทรีย์อื่นๆที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นเพื่อนำมาศึกษาว่าพวกมันอาศัยอยู่ในบริเวณนั้นได้อย่างไร มีชนิดไหนบ้างและปัจจัยที่ก่อให้เกิดไฟที่ไม่ดับนี้มีอะไรบ้าง แต่ก็ยังไม่สามารถช่วยให้หาทางดับไฟในปล่องดังกล่าวได้

นักสำรวจชาวแคนาดา George Kourounis ชายคนแรกที่ได้ลงไปสำรวจประตูสู่นรก Cr.Darvaza Crater. Photograph: George Verschoor/National Geographic นักธรณีวิทยาชาวเติร์กเมนิสถานในท้องถิ่นกล่าวว่า ปากปล่องขนาดใหญ่ก่อตัวขึ้นในทศวรรษที่ 1960 แต่มีการจุดไฟเมื่อช่วงทศวรรษ 1980 ตั้งแต่นั้นมามันก็ไม่เคยดับอีกเลย

หลายครั้งแล้วที่เติร์กเมนิสถานพยายามที่จะดับไฟ รวมถึงในปี 2010 เมื่อนายเบอร์ดีมูคา เมดอฟก็ได้สั่งผู้เชี่ยวชาญหาทางดับไฟด้วย

ในปี 2018 ประธานาธิบดีได้เปลี่ยนชื่อที่แห่งนี้อย่างเป็นทางการว่า "Shining of Karakum"

ที่มาข้อมูล

https://www.bbc.com/news/world-asia-59920221

https://www.bbc.com/news/av/world-asia-59925882

https://www.nanotechnologyinstitute.org/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4-the-doorway-to-hell/

https://www.thefirstultimate.com/travel/detail/TheDoorToHell

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ข่าวที่น่าสนใจ