svasdssvasds

ทั่วโลกจับตา โอไมครอน BA.2 หวั่นติดง่ายกว่าสายพันธุ์หลัก ไทยพบ 9 ราย

ทั่วโลกจับตา โอไมครอน BA.2 หวั่นติดง่ายกว่าสายพันธุ์หลัก ไทยพบ 9 ราย

กรมวิทย์ฯ ยืนยัน โอไมครอนสายพันธุ์ย่อย BA.2 การแพร่เชื้อ และความสามารถในการหลบภูมิคุ้มกัน ยังไม่พบความแตกต่างจากสายพันธุ์ BA.1

นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวถึงประเด็นการเฝ้าระวังการกลายพันธุ์ของเชื้อโควิด 19 ว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ติดตามสถานการณ์การระบาดของสายพันธุ์ในประเทศ และ ติดตามสายพันธุ์น่ากังวลที่อาจพบจากผู้เดินทางเข้าประเทศอย่างต่อเนื่อง ด้วยเทคโนโลยีการตรวจการกลายพันธุ์ (SNP genotyping assay, Targeted sequencing, Whole genome sequencing) ตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 เป็นต้นมา ซึ่งพบสายพันธุ์ที่น่ากังวลในประเทศไทย (Variant of Concerns; VOC) ได้แก่ อัลฟา, เบตา, เดลตา จนกระทั่งพบสายพันธุ์โอไมครอน รายแรกเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2564 โดยเป็นโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.1 พบการกลายพันธุ์ตำแหน่ง K417N, T478K, N501Y และ del69/70 แต่ไม่พบการกลายพันธุ์ตำแหน่ง L452R ซึ่งเป็นรูปแบบการกลายพันธุ์รูปแบบหนึ่งของสายพันธุ์โอมิครอน โดยในช่วงแรกประเทศไทยยังคงพบเชื้อโควิด 19 สายพันธุ์โอมิครอน เฉพาะในกลุ่มผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจากต่างประเทศ และประมาณสามสัปดาห์ต่อมาเริ่มพบผู้ติดเชื้อในประเทศ โดยเชื้อโควิด 19 สายพันธุ์โอไมครอน ที่พบในคลัสเตอร์ดังกล่าวเป็นสายพันธุ์ย่อย BA.1  
โอ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

นายแพทย์ศุภกิจ กล่าวต่อว่า จากการเฝ้าระวังการกลายพันธุ์ของเชื้อโควิด 19 ร่วมกับเครือข่ายทั่วประเทศ พบโอไมครอนสายพันธุ์ย่อยในประเทศ ได้แก่ BA.1 และ BA.2 โดยสายพันธุ์ย่อย BA.2 ตรวจพบรายแรกตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2565 และได้รายงานในระบบฐานข้อมูล GSAID ตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม 2565 ส่วน BA.3 ยังไม่พบในประเทศไทย

“ขณะนี้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ตรวจสอบพบผู้ติดเชื้อโอไมครอนสายพันธุ์ย่อย BA.2 รวมทั้งหมด 9 ราย ซึ่งลักษณะสำคัญทางพันธุกรรมของโอไมครอนสายพันธุ์ย่อย BA.2 คือ ไม่พบการกลายพันธุ์บน spike โปรตีน ของตำแหน่ง 69-70 ซึ่งแตกต่างจาก BA.1 และ BA.3 ทั้งนี้จากการติดตามสถานการณ์ระบาดและการกระจายของเชื้อไวรัสโควิด 19 โอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.2 ยังไม่พบความแตกต่างจากสายพันธุ์ย่อย BA.1 ในประเด็น ความสามารถในการแพร่เชื้อที่รวดเร็ว อาการรุนแรง หรือสามารถหลบภูมิคุ้มกันได้ จากการติดเชื้อหรือการได้รับวัคซีนมาก่อน” นายแพทย์ศุภกิจ กล่าว

 

ด้าน​เว็บไซต์ข่าว อินดิเพนเดนต์ ของอังกฤษ รายงานว่า สำนักงานความมั่นคงสุขภาพแห่งสหราชอาณาจักร (UKHSA) จัดให้ไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน สายพันธุ์ย่อย ‘BA.2’ ถูกจัดให้เป็น “สายพันธุ์ที่อยู่ภายใต้การสืบสวน” แล้ว หลังจากพบผู้ติดเชื้อตัวนี้แล้ว 426 ราย นับตั้งแต่วันที่ 6 ธ.ค. 2564 ที่ผ่านมา

ซึ่งการแพร่กระจายของเชื้อ ‘โอไมครอนสายพันธุ์ BA.2’ กำลังได้รับการจับตามองจากทั่วโลก หลังการวิเคราะห์เบื้องต้นของเหล่านักวิทยาศาสตร์อังกฤษพบว่า เชื้อตัวนี้ อาจติดต่อง่ายกว่าเชื้อสายพันธุ์หลัก แต่ยังไม่พบความแตกต่างระหว่างทั้ง 2 สายพันธุ์มากนักโดยเฉพาะในเรื่องความรุนแรงของอาการป่วยและขณะนี้ BA.2 ถูกพบแล้วในกว่า 40 ประเทศทั่วโลก มีการส่งตัวอย่างลำดับพันธุกรรมเข้าสู่ฐานข้อมูลของ จีเสด (Gisaid) ถึง 8,040 ราย นับตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

โอไมครอน’ สายพันธุ์ย่อย ‘BA.2’ มันกำลังแพร่กระจายอย่างรวดเร็วในอินเดีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นชาติแรกที่พบเชื้อสายพันธุ์นี้ ขณะที่มีสัญญาณบ่งชี้ว่า อัตราส่วนผู้ติดเชื้อ BA.2 ในเยอรมนีกับเดนมาร์กกำลังเพิ่มขึ้น โดยฝ่ายหลังพบส่งตัวอย่างลำดับพันธุกรรมถึง 6,411 ราย

related