svasdssvasds

กรมอนามัย เผยประชาชนร้อยละ 75 กังวลต่อโควิดกลายพันธุ์ใหม่

กรมอนามัย เผยประชาชนร้อยละ 75 กังวลต่อโควิดกลายพันธุ์ใหม่

กรมอนามัย เผยผลสำรวจ "อนามัยโพล" พบว่าประชาชนร้อยละ 75 กังวลต่อการกลายพันธุ์ของเชื้อ และความรุนแรงของเชื้อที่มากขึ้น

อธิบดีกรมอนามัย ระบุถึง อนามัยโพล ได้สำรวจความกังวลโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่  พบประชาชนมีความกังวลสูงถึงร้อยละ 75 ส่วนสาเหตุความกังวลอันดับแรก คือ 

  • ความรุนแรงของเชื้อ ร้อยละ 85
  • กลัวจะติดเชื้อได้ง่าย ร้อยละ 54
  • กลัวติดเชื้อง่ายขึ้น ร้อยละ 44
  • กลัวผลกระทบต่องาน - รายได้ ร้อยละ 44
  • ไม่รู้ว่าฉีดวัคซีนแล้วป้องกันได้หรือไม่ ร้อยละ 38
  • ไม่รู้ว่าต้องดูแลป้องกันตนเองอย่างไร ร้อยละ 24 

และมีประชาชนไม่กังวลต่อสายพันธุ์โควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ ร้อยละ 25  สาเหตุที่ประชาชนไม่กังวลคือ

  • มั่นใจว่าป้องกันได้ ร้อยละ 78
  • ฉีดวัคซีนแล้วมากกว่า 2 เข็ม ร้อยละ 44
  • คิดว่าสายพันธุ์ใหม่ไม่รุนแรงร้อยละ 36
  • มั่นใจมาตรการของรัฐ ร้อยละ 17
  • มั่นใจมาตรการป้องกันโรคในสถานประกอบการต่างๆร้อยละ14 

สำหรับความคงทนของเชื้อโรคบนพื้นผิวสัมผัส เช่น บนผิวหนัง และผิวพลาสติกนั้น พบว่า โอไมครอนอยู่ได้นานกว่าสายพันธุ์เดลตา โดยอยู่บนผิวหนังได้นานถึง 21 ชั่วโมง และบนถุงพลาสติกได้นานถึง 194 ชั่วโมง

โดย โอไมครอน BA.2  มีความสามารถในการหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันได้มากกว่าโอไมครอน BA.1  และเดลต้า

นพ.สุวรรณชัย ระบุถึง สถานการณ์โควิด ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ปี 2563-2564 พบว่า 2563 มีการใช้มาตรการเข้มงวด คือ ยกเลิกกิจกรรมทางสังคมต่างๆ เลื่อนสงกรานต์ ส่งผลให้จำนวนผู้ติดเชื้อรายวันลดลง

ส่วนในปี 2564 ได้มีการผ่อนปรนมาตรการต่างๆประชาชนเดินทางได้ มีการรวมกลุ่มทำกิจกรรม, มีการฉีดวัคซีน  พบว่า ช่วงเวลานั้น จำนวนผู้ติดเชื้อหลังเทศกาลสงกรานต์สูงขึ้น 

และคาดว่าปี 2565 ที่จำเป็นต้องขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจมีความเป็นไปได้ที่ช่วงหลังสงกรานต์จะมียอดผู้ติดเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้นถึงแม้จะมีประชาชนจะได้รับวัคซีนโควิด19 ที่ครอบคลุม แต่ก็ไม่ได้ป้องกันโรคได้ 100% พร้อมเน้นย้ำประชาชนและผู้ที่จะจัดงานคงมาตรการสาธารณสุข เพื่อให้ปลอดภัยปลอดเชื้อมากที่สุด

ทั้งนี้ยังคงเป็นห่วงในการระบาดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ในปี 2565 ถึงแม้ว่าประชาชนจะได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น แต่ไม่สามารถป้องกันได้ 100% ส่วนการตรวจ ATK อาจพบผลลบลวง โดยคาดว่าหากไม่ดำเนินการเฝ้าระวังและรับวัคซีนให้ครบ สงกรานต์ปีนี้อาจมีผู้ติดเชื้อสูงถึงประมาณ 50,000 คน

related