
SHORT CUT
Lululemon แต่งตั้ง Heidi O’Neill อดีตประธาน Nike เป็น CEO คนใหม่ หวังพลิกฟื้นแบรนด์จากปัญหายอดขายชะลอตัวและกอบกู้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับคืนมา
Lululemon ประกาศแต่งตั้ง Heidi O’Neill ขึ้นเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) คนใหม่อย่างเป็นทางการ โดยจะมีผลในวันที่ 8 กันยายนนี้
การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้เกิดขึ้นในขณะที่แบรนด์ชุดกีฬาชื่อดังกำลังพยายามก้าวข้ามช่วงเวลาแห่งความผันผวน ทั้งจากปัญหายอดขายที่ชะลอตัวและแรงกดดันจากกลุ่มนักลงทุน
เมื่อพิจารณาจากประวัติและผลงานที่ผ่านมาของ Heidi O'Neill ตลอดระยะเวลากว่า 2 ทศวรรษที่ Nike
ต้องบอกว่าเธอไม่ได้มีดีแค่เรื่องการบริหารยอดขาย แต่เธอคือผู้นำที่เข้าใจ 'จิตวิญญาณแห่งกีฬา" และ 'การสร้างคอมมูนิตี้' อย่างแท้จริง
เธอมีความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าในวิสัยทัศน์ที่ว่า 'หากคุณมีร่างกาย คุณก็คือนักกีฬา' เธอผลักดันนวัตกรรมที่ครอบคลุมสำหรับทุกคน เช่น ชุดกีฬาคนท้อง หรือพลัสไซซ์ และยังเป็นผู้ผลักดันแคมเปญลงทุนด้านกีฬาสำหรับผู้หญิง เพื่อลบภาพจำการผูกขาดของเพศชายในวงการกีฬา
O'Neill ไม่ใช่แค่ผู้บริหารที่บ้างาน แต่เธอคือคนที่กล้าแสดงให้เห็นถึงความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน (Work-life balance) เธอเคยสร้างวัฒนธรรมที่กล้าบอกคนในทีมว่าเธอจะเลิกงานตอน 18.00 น. เพื่อกลับไปดูแลครอบครัว รวมถึงเป็นผู้อยู่เบื้องหลังนโยบายให้พนักงาน Nike หยุดงาน 1 สัปดาห์เต็มเพื่อฟื้นฟูสุขภาพจิตในช่วงโควิด-19
แม้เธอจะผลักดันเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น แอพพลิเคชัน หรือแม้กระทั่ง NFT แต่เธอก็ย้ำเสมอว่าแบรนด์คือ 'บริษัทกีฬาและการออกกำลังกาย ไม่ใช่บริษัทเทคโนโลยี' ซึ่งจุดนี้น่าจะช่วยให้ Lululemon กลับมาโฟกัสที่การพัฒนาคุณภาพเนื้อผ้า (ที่เคยมีปัญหา) ควบคู่ไปกับการทำตลาดออนไลน์ได้ดีขึ้น
การปรากฏตัวของ Heidi O'Neill อาจเป็นจุดเริ่มต้นของ 'การคัมแบ็ก' ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของ Lululemon ที่ทั่วโลกต้องจับตามองอีกครั้ง
ก่อนหน้านี้ O’Neill เคยดำรงตำแหน่งประธานฝ่ายผู้บริโภค ผลิตภัณฑ์ และแบรนด์ของ Nike อีกทั้งยังเคยถูกจับตามองในฐานะตัวเต็งที่จะขึ้นเป็น CEO ของ Nike แทนที่ John Donahoe อีกด้วย
สำหรับการมารับตำแหน่งที่ Lululemon นั้น เธอได้กล่าวในจดหมายถึงพนักงานว่า “สิ่งที่ดึงดูดให้ฉันมารับบทบาทนี้ และเป็นสิ่งที่ฉันเชื่อว่าเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ Lululemon คือการผสมผสานระหว่างผลิตภัณฑ์ การออกแบบ และคอมมูนิตี้ที่ยอดเยี่ยม”
การมารับตำแหน่งของ O’Neill จะเป็นการแทนที่อดีต CEO อย่าง Calvin McDonald ที่บริหารงานมาตั้งแต่ปี 2018 ก่อนจะลาออกไปรับตำแหน่งในธุรกิจความงามเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา
โดยผู้บริหารรักษาการอย่าง Meghan Frank และ André Maestrini จะกลับไปรับตำแหน่งเดิมของตนเองตามที่ Marti Morfitt ประธานคณะกรรมการบริหารได้ระบุไว้
ความท้าทายครั้งใหญ่ที่รออยู่เบื้องหน้า แม้จะเป็นแบรนด์ที่บุกเบิกตลาดเสื้อผ้าสไตล์ 'Athleisure' แต่ O’Neill ต้องเผชิญกับภารกิจที่ท้าทายในการกู้วิกฤตหลายด้าน
ล่าสุดบริษัทเพิ่งรายงานการเติบโตของยอดขายที่ช้าที่สุดนับตั้งแต่เข้าตลาดหลักทรัพย์ในปี 2007 ซ้ำรอยด้วยปัญหาด้านคุณภาพสินค้า เช่น เลกกิ้งที่เนื้อผ้าบางจนมองทะลุได้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนอย่างหนัก ส่งผลให้ราคาหุ้นของ Lululemon ร่วงลงถึง 7% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการและปรับตัวลงไปแล้วกว่า 21% ในปีนี้
นอกจากนี้ บริษัทยังสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดให้กับแบรนด์คู่แข่งดาวรุ่งที่กำลังมาแรงอย่าง Alo Yoga และ Vuori แรงกดดันจากผู้ถือหุ้นใหญ่ งานนี้ไม่ได้ท้าทายแค่เรื่องการตลาด แต่ยังรวมถึงแรงกดดันจากภายในและนักลงทุน
โดยเฉพาะ Elliott Investment Management ซึ่งเข้าถือหุ้นในบริษัทมูลค่ากว่า 1 พันล้านดอลลาร์ และมีทีท่าว่าต้องการสนับสนุน Jane Nielsen อดีตผู้บริหาร Ralph Lauren ให้ขึ้นเป็น CEO มากกว่า
นอกจากนี้ Chip Wilson ผู้ก่อตั้งและหนึ่งในผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด แม้จะไม่มีบทบาทอย่างเป็นทางการแล้ว แต่ก็ยังคงออกมาวิพากษ์วิจารณ์ทิศทางของบริษัทและผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในคณะกรรมการบริหารอย่างต่อเนื่อง
ที่มา : FashionNetwork