
SHORT CUT
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้ปมขัดแย้งไทย-กัมพูชา จนเกิดสงครามฉุดส่งออกวูบ 1.2 หมื่นล้าน/เดือน หากยืดเยื้อไม่เป็นผลดีการค้า การลงทุน 2 ประเทศธุรกิจชายแดนราบเป็นหน้ากลอง
นาทีนี้เชื่อว่าทั่วโลกกำลังจับตาดูปมความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา จนทำให้เกิดสงครามการสู้รบกันขึ้น แน่นอนว่าเรื่องนี้มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน อย่างแน่นอน รวมถึงกระทบต่อความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนทั้ง 2 ประเทศ เรื่องนี้มีมุมมองจาก ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ที่ออกมาให้ความเห็นว่า ที่ผ่านมาการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ได้ส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการค้าชายแดนที่สูงถึง 12,000 ล้านบาทต่อเดือน ขณะเดียวกันสถานการณ์ที่ยืดเยื้อได้สร้างปรากฏการณ์ "การลงทุนไหลกลับ" (reverse FDI) จากกัมพูชาเข้าสู่ประเทศไทย
โดยการประเมินผลกระทบจากการปิดด่านชายแดนถูกนำมาพิจารณาในการคาดการณ์ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของไทยสำหรับปี2569 โดยเฉพาะผลกระทบต่อการส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านการส่งออกของไทยไปยังกัมพูชาผ่านช่องทางชายแดนนั้นมีมูลค่าสูงถึง 12,000 ล้านบาทต่อเดือน ทั้งนี้หากมีการตั้งสมมติฐานให้สถานการณ์การปิดด่านลากยาวต่อเนื่องในปีหน้า แม้เพียงครึ่งปีอาจกระทบต่อการส่งออกรวมของไทยประมาณร้อยละ 0.7. ผลกระทบนี้ได้ถูกนำไปรวมในการคาดการณ์ที่ระบุว่า การส่งออกของไทยไปยังกลุ่มอาเซียนในปีหน้าอาจจะติดลบ
นอกจากผลกระทบโดยตรงต่อภาคการส่งออกแล้ว ผลกระทบยังเกิดขึ้นในด้านอื่นๆด้วย เช่น การท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดชายแดนได้รับผลกระทบ เนื่องจากอัตราการเข้าพักต่ำ ธุรกิจที่ตั้งอยู่ตามแนวชายแดนจะได้รับความเดือดร้อนอย่างแน่นอนหากปัญหายังคงยืดเยื้อ แม้ว่าผลกระทบเหล่านี้อาจจะไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของประเทศในวงกว้างอย่างมีนัยสำคัญ แต่สำหรับธุรกิจในพื้นที่แล้วถือเป็นประเด็นที่หนักหน่วง
นอกจากนี้ในส่วนของแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานภาคเกษตรที่ใช้แรงงานกัมพูชา อาจทำให้ต้นทุนแรงงานสูงขึ้น แต่สถานการณ์ปิดชายแดนทำให้เกิดผลดีในบางส่วนผู้ประกอบการบางรายที่เคยนำโรงงานบางส่วนไปประกอบหรือผลิตที่กัมพูชาแล้วนำกลับเข้ามาในประเทศไทยได้พิจารณาถึงการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากการปิดพรมแดน ทำให้ผู้ประกอบการเหล่านี้อาจเลือกที่จะถอนการผลิตจากกัมพูชากลับเข้ามาในไทยแทนสิ่งนี้เรียกได้ว่าเป็น "การลงทุนไหลกลับ" (reverse FDI) ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ในส่วนย่อย (at the margin)
อย่างไรก็ตามในภาพรวมระยะยาว หากสถานการณ์ยังยืดเยื้อและเป็นปัญหาอยู่จะไม่เป็นผลดีต่อการลงทุนทั้งการลงทุนของนักลงทุนไทยในกัมพูชา หรือการลงทุนของประเทศอื่นๆที่จะเข้ามาลงทุนในไทยนักลงทุนจำเป็นจะต้องนำความเสี่ยงของการปิดชายแดนนี้ไปใส่ไว้ในปัจจัยการพิจารณาตัดสินใจลงทุนด้วย
สำหรับคาดการณ์ส่งออกไทยภาพรวมปีหน้าติดลบ เหตุปัจจัยเสี่ยงรุมเร้า รวมถึงผลกระทบจากการปิดชายแดนไทย-กัมพูชาการส่งออกไทยปีหน้าเผชิญภาวะหดตัวการคาดการณ์ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปีหน้าชี้ว่า อัตราการเติบโตจะชะลอลง ซึ่งรวมถึงแรงขับเคลื่อนหลักอย่างการส่งออก โดยคาดการณ์ว่า การส่งออกของไทยในปีหน้าจะติดลบที่ร้อยละ -1.2 ซึ่งแตกต่างอย่างมากเมื่อเทียบกับการเติบโตในปีนี้ที่ร้อยละ 11 การหดตัวดังกล่าวเป็นผลมาจากการรวมกันของหลายปัจจัย เช่น ฐานที่สูง อุปสงค์โลกที่ลดลง และผลกระทบจากนโยบายการค้าโลกตลาดอาเซียนหดตัวหลังรวมผลกระทบการปิดชายแดน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สรุปให้! เหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชาล่าสุด เปิดปฏิบัติการ ทร. ขับไล่ทหารกัมพูชา
สู้รบไทย-กัมพูชา กระทบโดยตรงเศรษฐกิจไม่มาก-แต่ฉุดความชื่อมั่น-กังวลท่องเที่ยว
เนิน 350 จุดยุทธศาสตร์สำคัญ ชิงความได้เปรียบแนวรบชายแดนไทย-กัมพูชา