
SHORT CUT
ภาคเอกชนหนุนรัฐใหม่เกิดเร็ว ชี้เสถียรภาพการเมืองคือกุญแจฟื้นเศรษฐกิจไทย เร่งสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน ท่ามกลางแรงกดดันเศรษฐกิจรอบด้าน
หลังการเลือกตั้งทั่วไปผ่านพ้นไปอย่างเรียบร้อย สิ่งที่สังคมกำลังจับตาไม่แพ้ผลคะแนน คือ “จังหวะเวลา” ในการเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจทั้งในและนอกประเทศ เสถียรภาพทางการเมืองจึงไม่ใช่เพียงเรื่องอำนาจ แต่เป็นปัจจัยสำคัญในการฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุน ภาคธุรกิจ และประชาชนทั้งประเทศ เสียงสะท้อนจากภาคเอกชนเริ่มดังขึ้นอย่างชัดเจน ว่าประเทศไทยไม่ควรปล่อยให้สุญญากาศทางการเมืองยืดเยื้อออกไป
'ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์' ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ระบุว่า การเลือกตั้งทั่วไปครั้งล่าสุดดำเนินไปอย่างราบรื่น ไม่มีปัญหาสำคัญ สะท้อนถึงพัฒนาการของระบบประชาธิปไตยไทยและความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตามขณะนี้ภาคธุรกิจและประชาชนยังคงเฝ้ารอการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อให้ประเทศสามารถเดินหน้าสู่กระบวนการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ได้โดยเร็ว เนื่องจากประเทศไทยกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ ความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ ภูมิเศรษฐศาสตร์ รวมถึงสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดน ซึ่งล้วนต้องการรัฐบาลที่มีเสถียรภาพและมีอำนาจเต็มในการบริหารประเทศ
หอการค้าไทยเห็นว่า การจัดตั้งรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีควรเร่งดำเนินการ เพื่อไม่ให้การเบิกจ่ายงบประมาณ การลงทุนภาครัฐ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต้องสะดุด โดยพรรคการเมืองที่ได้รับเสียงข้างมากควรรวมพลังสร้างความชัดเจนทางการเมือง และจัดตั้งรัฐบาลที่มีเอกภาพ เพื่อเสริมความมั่นใจให้กับนักลงทุนและภาคธุรกิจ
สำหรับการจัดสรรคณะรัฐมนตรี ควรพิจารณาบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ในแต่ละกระทรวง โดยเฉพาะกระทรวงหลักด้านเศรษฐกิจและการต่างประเทศ เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนงานได้ทันที พร้อมทั้งเลือกพรรคร่วมรัฐบาลที่มีเป้าหมายและทิศทางการทำงานสอดคล้องกัน
นอกจากนี้ หอการค้าไทยยังย้ำจุดยืนในการผลักดันนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันอย่างจริงจัง ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่สะสมมาเป็นเวลานาน โดยภาคเอกชน หอการค้าไทย และคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) พร้อมประสานความร่วมมือกับรัฐบาลใหม่อย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งฟื้นความเชื่อมั่นทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ขณะเดียวกัน ภาพรวมตลาดทุนเริ่มส่งสัญญาณบวก หลังดัชนีตลาดหลักทรัพย์มีการปรับตัวดีขึ้น สะท้อนความคาดหวังของนักลงทุนต่อเสถียรภาพทางการเมืองและทิศทางเศรษฐกิจในระยะถัดไปทั้งนี้ หอการค้าไทยได้แสดงความยินดีกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีแนวโน้มได้รับการรับรองให้เป็นพรรคที่ครองเสียงข้างมาก พร้อมยืนยันความพร้อมในการทำหน้าที่เป็นภาคีสนับสนุนภาครัฐ เพื่อร่วมกันผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง โปร่งใส และยั่งยืน
ด้านศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.สุทธิพันธ์ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการกลุ่มเซ็นทรัล ระบุว่า เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างจากการขาดยุทธศาสตร์ระยะยาว ส่งผลให้การเติบโตของ GDP อยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องมานานหลายปี สะท้อนความอ่อนแรงของระบบเศรษฐกิจโดยรวม
ดร.สุทธิพันธ์ เสนอให้รัฐบาลใหม่เร่งกำหนดทิศทางประเทศให้ชัดเจน โดยเฉพาะในช่วง 90 วันแรก ซึ่งถือเป็นช่วงสำคัญในการฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุน พร้อมเรียกร้องให้เลิกวัฒนธรรมการเมืองแบบแบ่งโควต้า และเปิดทางให้ “มืออาชีพตัวจริง” เข้ามาบริหารกระทรวงเศรษฐกิจและสังคมที่สำคัญ
ขณะเดียวกัน ยังเตือนว่าปัญหาคอร์รัปชันและการเมืองแบบเดิมเป็นอุปสรรคหลักที่ฉุดรั้งการพัฒนาประเทศ หากรัฐบาลยังเดินซ้ำรอยเดิม ไทยอาจเสียโอกาสและถูกประเทศเพื่อนบ้านทิ้งห่างมากขึ้นในเวทีเศรษฐกิจภูมิภาค
ท้ายที่สุด การจัดตั้งรัฐบาลที่รวดเร็ว มีเอกภาพ และทำงานได้จริง ไม่ได้เป็นเพียงความคาดหวังของภาคธุรกิจเท่านั้น แต่คือจุดเริ่มต้นของการพาประเทศก้าวข้ามความไม่แน่นอน และเดินหน้าฟื้นเศรษฐกิจไทยให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง