svasdssvasds

สรุปให้ ดราม่า 'บาร์โค้ด' บนบัตรเลือกตั้ง 2569 มีไว้ทำไม?

สรุปให้ ดราม่า 'บาร์โค้ด' บนบัตรเลือกตั้ง 2569 มีไว้ทำไม?

สรุปแล้ว บาร์โค้ด ที่พบบนบัตรเลือกตั้ง 2569 คืออะไร มีไว้เพื่ออะไร? เอาไว้กันปลอมแปลง หรือเอาไว้ดูว่าใครเลือกใครกันแน่ กกต.ชี้แจงแล้ว!

กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกโซเชียลทันที เมื่อมีการเผยแพร่ภาพบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ด ปรากฎอยู่ท้ายบัตร ซึ่งเมื่อแสกนปรากฎว่า ตัวเลขตรงกับขั้วบัตรพอดิบพอดี จนประชาชนเกิดการตั้งคำถามตามมาว่า “แบบนี้การเลือกตั้งยังเป็นความลับอยู่ไหม?” และรัฐบาลหรือกกต.จะสามารถสืบหาได้หรือไม่ว่าเลขบัตรนี้เป็นของใคร และเขาเลือกพรรคไหน?

ล่าสุดวันนี้ (13 ก.พ.2569) คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นำโดย ว่าที่ร.ต. ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ได้ออกมาแถลงไขข้อสงสัยดังกล่าว สรุปได้ดังนี้

1. มีไว้ทำไม? : มันคือ "เลขทะเบียนบัตร" เพื่อกันปลอม

ตามกฎหมาย (ระเบียบ กกต. ข้อ 129) กกต. มีอำนาจใส่รหัสหรือเครื่องหมายพิเศษในบัตรได้โดยไม่ต้องบอกล่วงหน้า เพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตร บาร์โค้ดนี้เหมือนรหัสลับที่บอกว่า "บัตรใบนี้คือของจริงจากโรงพิมพ์" ไม่ใช่บัตรผีที่ใครแอบพิมพ์มาสอดไส้

ซึ่งบาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ด เป็นหนึ่งในมาตรการที่ใช้เพื่อป้องกันการปลอมแปลง กกต.มีมาตรการการป้องกันปลอมแปลงอีกหลายเรื่อง ซึ่งเป็นความลับ เปิดเผยไม่ได้

ว่าที่ ร.ต. ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ซ้าย) นายวรพงศ์  อนันต์เจริญกิจ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง (ขวา) Cr.NationPhoto 2. ใช้เช็กสต็อก : กัน "บัตรเขย่ง" และ "บัตรหาย"

ตอนพิมพ์: บาร์โค้ดช่วยเช็กว่าโรงพิมพ์ พิมพ์เกินโควตาที่สั่งไหม

ตอนจัดส่ง: บัตรหนึ่งเล่มมี 20 ใบ กกต. จะสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อเช็กว่าเล่มนี้มีเลขอะไรถึงเลขอะไร ครบไหมก่อนส่งไปที่หน่วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา "บัตรเขย่ง" (จำนวนบัตรไม่ตรงกับคนมาใช้สิทธิ)

ถ้าบัตรหาย: หากมีใครขโมยบัตรออกไปข้างนอก หรือมีภาพบัตรหลุดโซเชียล กกต. แค่สแกนบาร์โค้ดก็จะรู้ทันทีว่าบัตรใบนี้อยู่ในมือเจ้าหน้าที่คนไหน ใครต้องเป็นคนรับผิดชอบ

“กรณีที่มีภาพปรากฎ ถ่ายภาพบัตรเลือกติดกับต้นขั้ว ซึ่งก็ยอมรับว่า ในบาร์โค้ดนี้เวลาแสกนไปสามารถระบุได้ถึงเลขที่บัตรเลือกตั้ง จากข้อมูลดังกล่าว เราก็สามารถติดตามได้ ตรวจสอบได้ว่าใครเป็นคนเผยแพร่ เพราะว่าบัตรที่เผยแพร่เป็นบัตรเลือกตั้งที่อยู่ในเล่ม ยังไม่ถูกฉีก แสดงว่าต้องอยู่ในมือผู้รับผิดชอบในการทำหน้าที่แน่นอน อันนี้ก็เป็นขั้นตอนที่เราต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป”- นายวรพงศ์  อนันต์เจริญกิจ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง กล่าว

3. ยืนยัน "ไม่มีทางรู้ว่าใครเลือกใคร"

รองเลขาฯ กกต. ย้ำชัดว่า ต่อให้แสกนบาร์โค้ดแล้วรู้เลขบัตร แต่การจะสืบไปถึงตัวคนลงคะแนนนั้น "เป็นไปได้ยากมากถึงมากที่สุด" เพราะองค์ประกอบมันถูกแยกจากกัน

  • ต้นขั้วบัตร: พอเราฉีกบัตรไปลงคะแนน ต้นขั้วจะถูกเก็บรวมกันเป็นภูเขาเลากาในเขตนั้นๆ (เขตหนึ่งมีเป็นร้อยเป็นพันหน่วย)
  • บัญชีรายชื่อ: รายชื่อคนมาใช้สิทธิจะถูกแยกไปที่สำนักทะเบียนเพื่อเช็กคนไม่มาใช้สิทธิ

การจะรื้อคนจากบัญชีรายชื่อ มาจับคู่กับต้นขั้วในหีบ แล้วโยงไปที่เลขบาร์โค้ดในบัตรที่อยู่ในหีบอีกที่หนึ่ง จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ

Cr.NationPhoto

4. ทำไมบัตรประชามติถึงไม่มีบาร์โค้ด?

เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ใช้โรงพิมพ์ถึง 3 แห่งร่วมกันทำงาน เทคโนโลยีแต่ละที่ต่างกัน เครื่องจักรบางแห่งพิมพ์บาร์โค้ดแบบนี้ไม่ได้ กกต. เลยต้องใช้ระบบความปลอดภัยแบบอื่นแทน ซึ่งเป็นความลับบอกไม่ได้เหมือนกัน

5. กกต. ทำเครื่องหมายบนบัตร ไม่ผิดกฎหมายเหรอ?

กฎหมายที่ห้ามทำเครื่องหมายบนบัตร (พรป.เลือกตั้ง สส. มาตรา 93) หมายถึง "ห้ามประชาชน" ไปขีดเขียนทำสัญลักษณ์ให้รู้ว่าบัตรนี้เป็นของฉันนะ แต่ในส่วนของ "กกต." มีอำนาจตามกฎหมายในการใส่รหัสเพื่อความปลอดภัยและป้องกันการทุจริตอยู่แล้ว ตามระเบียบคระกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในข้อ 129 อำนาจคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในการกำหนดให้มีรหัส หรือเครื่องหมาย หรือข้อความอื่นใด เพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษในบัตรเลือกตั้ง โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า เพื่อป้องกันการปลอมแปลง  

“ฝากถึงพี่น้องสื่อมวลชน ท่านไม่ต้องคิดไกล คิดแค่ตัวท่านเอง วันที่ท่านเดินทางไปใช้สิทธิวันที่ 8 กระบวนที่มันไหลไปตามขั้นตอน จะไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าท่านลงคะแนนให้กับใคร จนไปถึงกระบวนการควบคุม การเก็บรักษา จนถึงขั้นสุดท้าย ที่ผมบอกว่าจะเก็บรักษาไว้ 2 ปี ที่แม้กกต.เอง ก็ไม่สามารถไปเปิดหีบบัตรได้ กกต.จะสั่งเปิดได้ในกรณีเดียว คือสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่เท่านั้น”

“เพราะฉะนั้นขบวนการเหล่านี้เป็นมาตรการที่ ต้องบอกว่า การเลือกตั้งของท่านที่เกิดขึ้น เป็นไปโดยตรงและลับ ตามเจตนารมณ์ของมาตรา 75 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย” - ว่าที่ ร.ต. ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ซึ่งหากรหัสหรือเครื่องหมายที่กำหนดขึ้นโดยกกต. เช่น บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด มีเจตนาเพื่อป้องกันปลอมแปลงบัตรเลือกตั้ง มิใช่ตรวจสอบว่าใครเลือกใคร ผลการเลือกตั้งจึงไม่ถือว่าเป็นโมฆะ

related