svasdssvasds

"Spectre C" ทุกเรื่องที่สังคมสงสัย เกี่ยวข้องอะไรกับ IO-พรรคประชาชน

"Spectre C" ทุกเรื่องที่สังคมสงสัย เกี่ยวข้องอะไรกับ IO-พรรคประชาชน

กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ เมื่อชื่อของ "Spectre C" ถูกพูดถึงในฐานะเครือข่ายลึกลับที่อาจมีความเชื่อมโยงกับ "พรรคประชาชน" ในการทำไอโอ เพื่อสร้างกระแสทางการเมือง

SHORT CUT

  • บริษัท "Spectre C" ถูกอดีต สส. พรรคประชาชนกล่าวหาว่าเป็นศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) ของพรรค
  • Spectre C มีความเชื่อมโยงกับพรรคประชาชน โดยเป็นคู่สัญญาและมีที่ตั้งอยู่ในอาคารเดียวกับที่ทำการพรรค
  • ผู้ถือหุ้นและกรรมการของบริษัทมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับแกนนำคนสำคัญของอดีตพรรคอนาคตใหม่และพรรคประชาชน
  • พรรคประชาชนชี้แจงว่า Spectre C เป็นเพียงบริษัทเอกชนที่พรรคว่าจ้างให้ผลิตสื่ออย่างถูกต้องตามกฎหมาย และปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่อง IO
  • นักวิชาการชี้ว่าความสัมพันธ์ดังกล่าวอาจเข้าข่ายพรรคการเมืองครอบงำกิจการสื่อ ซึ่งมีความเสี่ยงร้ายแรงถึงขั้นถูกยุบพรรคได้

กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ เมื่อชื่อของ "Spectre C" ถูกพูดถึงในฐานะเครือข่ายลึกลับที่อาจมีความเชื่อมโยงกับ "พรรคประชาชน" ในการทำไอโอ เพื่อสร้างกระแสทางการเมือง

จากกรณีที่ บริษัท สเปกเตอร์ ซี จำกัด ถูก ธิษะณา ชุณหะวัณ หรือ “แก้วตา” อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ( สส.) กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ออกมาเปิดเผยว่า บริษัทแห่งนี้อาจเป็นศูนย์ปฏิบัติการชี้นำข้อมูลข่าวสาร หรือ IO (Information Operation) ของเครือข่ายพรรคประชาชน 

นอกจากนี้ยังพบข้อมูลว่า Spectre C ไม่ใช่กลุ่มคนลึกลับที่ไร้ตัวตน แต่มีการจดทะเบียนในรูปแบบบริษัทจำกัดภายใต้ชื่อ บริษัท สเปกเตอร์ ซี จำกัด โดยมีความเชื่อมโยง เพราะนอกจากจะเป็นคู่สัญญาหลักในการดูแลระบบข้อมูลสมาชิกและการระดมทุนแล้ว บริษัทยังตั้งอยู่บนชั้น 5 ของอาคารเดียวกับที่ทำการพรรคประชาชน

เปิดข้อมูล "Spectre C" มีที่มาอย่างไร

จากรายงานข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า บริษัท สเปกเตอร์ ซี จำกัด เดิมชื่อ บริษัท เพียร์สัน สเปกเตอร์ ลิท จำกัด จดทะเบียนเมื่อ 14 ม.ค. 2563 ทุนเริ่มแรก 1 ล้านบาท ประกอบการจัดพิมพ์จำหน่ายหรือเผยแพร่งานอื่นๆผ่านทางออนไลน์ การบริการตัดต่อภาพและเสียงกิจกรรมทางกฎหมายและบัญชี ที่ตั้งปัจจุบันเลขที่ 167 ชั้น 5 ซอยรามคำแหง 42 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร (ที่ทำการพรรคประชาชน)

  • 7 เม.ย. 2563 เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท สเปกเตอร์ซี จำกัด (SPECTRE C CO., LTD.)
  • 14 ก.ย. 2563 จดทะเบียนเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 1,430,000 บาท

เปิดโครงข่าย "คนกันเอง" ใครคือเจ้าของ?

จากการเจาะงบการเงินและรายชื่อผู้ถือหุ้น พบความเชื่อมโยงที่น่าสนใจกับแกนนำพรรค

  • นันทพร อาศิรพจนกุล ผู้ถือหุ้นใหญ่ (74.65%) คือสามีของกุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ อดีตรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่
  • พุฒิพงศ์ พงศ์เอนกกุล หนึ่งในกรรมการบริษัท มีชื่อเป็นกรรมการในบริษัทเครือข่ายของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และภรรยา
  • นิติพัฒน์ แต้มไพโรจน์ ผู้ถือหุ้นอีกราย เป็นอดีตเหรัญญิกพรรคอนาคตใหม่

ข้อมูลในปี 2567 พบว่าบริษัทเริ่มมีกำไรสุทธิกว่า 5.4 ล้านบาท จากรายได้รวมประมาณ 47 ล้านบาท

"Spectre C" ทุกเรื่องที่สังคมสงสัย เกี่ยวข้องอะไรกับ IO-พรรคประชาชน

พรรคประชาชนโต้กลับ "แค่บริษัทจ้างทำสื่อ"

ทางฝั่งพรรคประชาชน โดย "ไอติม" พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรค ได้นำสื่อมวลชนขึ้นไปตรวจสอบที่ชั้น 4 อาคารอนาคตใหม่ พร้อมชี้แจงว่า Spectre C เป็นเพียงบริษัทเอกชนที่พรรคว่าจ้างให้ผลิตสื่อ เช่น กราฟิก และคลิปวิดีโอ ที่ปรากฏบนเพจของพรรค

ทางพรรคยืนยันว่าการว่าจ้างเป็นไปตามกฎหมาย โดยใช้งบประมาณจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองของ กกต. และไม่มีปฏิบัติการไอโอชี้นำข้อมูลข่าวสารตามที่ถูกกล่าวหา

นอกจากนี้กรุณพล เทียนสุวรรณ รองโฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) ได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ชี้แจงกรณีบริษัท Spectre C (สเปกเตอร์ ซี) จำกัด ธุรกิจสื่อซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นไอโอ โดยในวันที่สื่อมวลชนขึ้นไปตรวจสอบบริษัทที่ชั้น 4 มีการคลุมผ้าเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งหมด เนื่องจากอยู่ระหว่างล้างแอร์

จากข้อสงสัยเรื่องไอโอพรรคส้มชั้น 4 แม้จะมีการอธิบายพร้อมคลิปประกอบจากรายการต่างๆ ว่าเป็นพื้นที่ทำงานปกติ แต่ก็ยังมีคำถามถึงเหตุใดจึงมีการคลุมผ้าใบ ต้องการปกปิดสิ่งใดหรือไม่ จึงขอนำใบเสนอราคาในการเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศทั้งชั้น และรูปเครื่องปรับอากาศที่เตรียมติดตั้ง ที่วางไว้อยู่หน้าอาคารจอดรถของพรรคเป็นหลักฐานในการชี้แจง รวมถึงภาพจากกล้องวงจรปิด ในขณะที่ช่างแอร์เริ่มคลุมผ้าใบเพื่อป้องกันฝุ่นที่จะเกิดขึ้นจากการติดตั้ง และยังมีภาพจากสำนักข่าวที่ขึ้นไปพิสูจน์และเปิดผ้าใบดูของบนโต๊ะทำงาน

จากข้อพิสูจน์ที่ได้นำเสนอ หากท่านใดยังมีข้อสงสัยยินดีชี้แจงทุกกรณี แต่เราไม่สามารถเปิดชื่อบริษัทผู้รับเหมาได้เพราะเกรงผลกระทบจากความเกลียดชังทางการเมืองของบางท่านที่ไม่สามารถแยกแยะการทำมาหากินกับความชอบทางการเมืองได้ และเข้าใจดีหากบางท่านยังติดใจและเชื่อว่ามีการทำไอโอ

เราไม่สามารถบังคับใครให้เชื่อในข้อเท็จจริงได้ ได้เพียงหวังว่าการรับรู้ข่าวสารควรใช้เหตุผลและข้อมูลจากหลายแหล่งมาประกอบกัน ไม่ใช่การเห็นแล้วตัดสินใจเชื่อทันที เพื่อให้การสื่อสารข้อมูลของทุกท่านที่จะส่งต่อๆ กันไปเป็นข้อมูลที่น่าเชื่อถือมากที่สุด รวมถึงข้อมูลที่ผมได้ชี้แจงนี้ด้วย

นักวิชาการชี้ "Spectre C" เสี่ยงถึงขั้นถูกยุบพรรค

นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยถึงประเด็นดังกล่าว โดยระบุว่า

ประเด็นไม่ใช่ว่า Spectre C  เป็นหรือไม่เป็น IO  แต่ประเด็นใหญ่สุดถึงขั้นยุบพรรคประชาชน อยู่ตรงที่ว่า บริษัท Spectre C อ้างว่าจดทะเบียนเพื่อเป็นที่ปรึกษาทางกฎหมาย แต่เมื่อดูให้ลึกในรายละเอียดของการทำงาน โดยดูจากรายจ่าย มีการจ่ายของบริษัท มีการใช้จ่ายเงินเพื่อการผลิตและเผยแพร่สื่อ เป็นจำนวนเกินพันล้านต่อปี จึงถือได้ว่าโดยเนื้อแท้ บริษัท Spectre C เป็นบริษัทสื่อนั่นเอง ไม่ได้เป็นบริษัทที่ปรึกษากฎหมาย

ทีนี้ความสัมพันธ์ระหว่างพรรคประชาชน หรือกรรมการบริหารพรรคประชาชนกับบริษัท Spectre C  เป็นลักษณะเจ้าของบริษัทสื่อเสียเอง น่าจะมีความผิดถึงขั้นยุบพรรคประชาชนได้ (จริงๆยุบไปถึงพรรคอนาคตใหม่-ก้าวไกลได้เลย)

หลักฐานเบื้องต้น คือสถานที่ตั้งของบริษัท Spectre C เป็นสถานที่เดียวกับที่ทำการของพรรคประชาชน และในอดีตก็เคยอยู่ในบริษัทไทยซัมมิทของครอบครัวจึงรุ่งเรืองกิจ ตอนนี้อ้างว่าเช่าตึกอยู่ ต้องตรวจลึกไปว่าที่ผ่านมา

บริษัท Spectre C ได้จ่ายค่าเช่าให้เจ้าของตึกหรือไม่  (ซึ่งน่าจะเป็นตัวธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ) และจะจ่ายหรือไม่จ่ายค่าเช่า ถ้ากิจการในด้านสื่อของบริษัท Spectre C เคยบริการ(รับงาน) ทั้งพรรคอนาคตใหม่-ก้าวไกล และปัจจุบัน คือพรรคประชาชน ก็แสดงว่าทั้งพรรค กรรมการบริหารพรรค และผู้อยู่เบื้องหลัง เป็นเจ้าของบริษัทสื่อ Spectre C นั่นเอง

แม้แต่การที่คุณธิษะณา โดน “ถีบ” ออกมาจากพรรคประชาชน แล้วออกมาแฉเรื่องบริษัท Spectre C นี้  คนของพรรคประชาชน อย่างไอซ์และอมรัตน์ ก็ใช้ช่องทางสื่อของบริษัทนี้เช่นกัน

นอกจากนี้ เลขาธิการพรรคประชาชนก็เคยมีชื่อเป็นหุ้นส่วนบริษัท Spectre C อีกด้วย

อย่าดูแค่ใครถือหุ้น Spectre C แต่ให้ดูว่าใครครอบงำ

รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก นักวิชาการด้านกฎหมาย ได้เปิดในรายการ "เที่ยง เจอกัน" ชี้ว่าในมุมกฎหมาย ต้องพิจารณาข้อเท็จจริง 2 ประเด็นควบคู่กัน

  1. พรรคประชาชนเป็น “เจ้าของ” บริษัทดังกล่าวหรือไม่
  2. ความหมายของ “เจ้าของ” ไม่ได้จำกัดแค่การถือหุ้น แต่ต้องดูว่าใครมี “อำนาจครอบงำ” กิจการนั้นอย่างแท้จริง

เวลาบอกว่าเป็นเจ้าของ อาจต่างจากการถือหุ้น เจ้าของดูที่อำนาจในการครอบงำกิจการ ใครเป็นคนคุมสั่งการเหนือกิจการนั้น ๆ จริงหรือไม่ นี่คือเรื่องที่ต้องคิดหนัก

ประเด็นสำคัญอยู่ที่มาตรา 20 ของกฎหมายพรรคการเมือง ซึ่งกำหนดว่า พรรคการเมืองต้องไม่ดำเนินกิจการอันมีลักษณะเป็นการแสวงหากำไรมาแบ่งปันกัน

มีบางคนถูกตัดสิทธิการเมืองตลอดชีวิต แต่พูดแทนพรรคประชาชนว่า พรรคไม่ได้ถือหุ้น และกฎหมายห้ามเฉพาะผู้สมัคร สส. ถือหุ้นสื่อเท่านั้น ความจริงคือมาตรา 20 ของกฎหมายพรรคการเมืองว่า พรรคการเมืองต้องไม่ดำเนินกิจการอันมีลักษณะเป็นการแสวงหากำไรมาแบ่งปันกัน ถามว่าบริษัทนี้แสวงหากำไรมาแบ่งปันกันไหม ถ้าฝ่าฝืน ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคและเพิกถอนสิทธิกรรมการบริหารพรรคได้

ดร.เจษฎ์ย้ำว่า เรื่อง “การถือหุ้น” อาจพิสูจน์ได้ยาก แต่สิ่งที่ต้องดูคือ “อำนาจครอบงำ” หากพรรคมีอำนาจสั่งการ เชื่อมโยง หรือใช้กลไกเดียวกัน ก็อาจเข้าข่ายต้องพิจารณา

 

related