svasdssvasds

ทรัมป์ลั่น! ต้องร่วมเลือกผู้นำคนใหม่ "อิหร่าน" ปัดตกทายาทคาเมเนอี

ทรัมป์ลั่น! ต้องร่วมเลือกผู้นำคนใหม่ "อิหร่าน" ปัดตกทายาทคาเมเนอี

สงครามตะวันออกกลางเดือด! "ทรัมป์" ประกาศกร้าว สหรัฐฯ ต้องมีส่วนร่วมเลือกผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ ย้ำไม่เอาลูกชายคาเมเนอี หวังเปลี่ยนระบอบเพื่อสันติภาพ

SHORT CUT

  • โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าสหรัฐฯ ต้องเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน
  • ทรัมป์ปฏิเสธอย่างชัดเจนที่จะยอมรับ โมจ์ตาบา คาเมเนอี บุตรชายของอดีตผู้นำ ในฐานะผู้สืบทอดอำนาจ
  • ทรัมป์เตือนว่าหากอิหร่านยังคงเลือกทายาทคนเดิม อาจนำไปสู่สงครามเต็มรูปแบบกับสหรัฐฯ ภายใน 5 ปี

สงครามตะวันออกกลางเดือด! "ทรัมป์" ประกาศกร้าว สหรัฐฯ ต้องมีส่วนร่วมเลือกผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ ย้ำไม่เอาลูกชายคาเมเนอี หวังเปลี่ยนระบอบเพื่อสันติภาพ

โลกต้องจับตาดูทิศทางของตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ออกมาประกาศจุดยืนที่สั่นสะเทือนวงการการเมืองโลก โดยระบุว่าตัวเขาและสหรัฐฯ "ต้องมีส่วนร่วม" ในกระบวนการเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจาก อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา, ซึ่งทรัมป์ได้เน้นย้ำว่า สหรัฐฯ ต้องการเห็นผู้นำคนใหม่ที่จะนำพาอิหร่านไปสู่อนาคตที่ดีต่อทั้งประชาชนอิหร่านและประชาคมโลก

ปัดตก "ทายาท" คาเมเนอี

ชี้เป็นตัวเลือกที่ยอมรับไม่ได้ ประเด็นที่แหลมคมที่สุดคือ ทรัมป์ได้ประกาศชัดเจนว่าเขา "ไม่ยอมรับ" โมจ์ตาบา คาเมเนอี บุตรชายของผู้นำผู้ล่วงลับ ซึ่งถูกมองว่าเป็นตัวเก็งที่จะขึ้นสืบทอดอำนาจต่อ, โดยทรัมป์ให้ความเห็นว่าโมจ์ตาบาเป็นบุคคลที่ "ไร้ความสำคัญ" และหากอิหร่านยังคงเลือกเดินในเส้นทางเดิม สหรัฐฯ อาจถูกบีบให้ต้องเข้าสู่สงครามเต็มรูปแบบอีกครั้งภายใน 5 ปีข้างหน้า

ทรัมป์ยังได้เปรียบเทียบกรณีนี้กับการแต่งตั้ง เดลซี โรดริเกซ ในเวเนซุเอลา โดยยืนยันว่าสหรัฐฯ ต้องมีบทบาทในการกำหนดตัวผู้นำเพื่อให้เกิดสันติภาพที่ยั่งยืน

สมรภูมิเดือด ลามกระทบเศรษฐกิจโลก

ในขณะที่การเมืองกำลังร้อนแรง สถานการณ์ในสนามรบก็ดุเดือดไม่แพ้กัน กองทัพอิสราเอลได้เปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในกรุงเตหะรานอย่างหนัก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ขณะที่อิหร่านและกลุ่มพันธมิตรได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีเป้าหมายในอิสราเอล ยูเออี และกาตาร์,

นอกจากนี้ สงครามยังส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุปทานน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของโลกถึง 1 ใน 5 ทำให้เศรษฐกิจและระบบโลจิสติกส์ระหว่างประเทศเผชิญความปั่นป่วนอย่างหนัก ท่ามกลางรายงานว่าสหรัฐฯ กำลังให้การสนับสนุนกองกำลังชาวเคิร์ดเพื่อกดดันรัฐบาลเตหะรานอีกทางหนึ่งด้วย

related