svasdssvasds

โลกเต็มไปด้วยข่าวร้าย เสพข่าวสงครามอย่างไร ไม่ให้สุขภาพจิตพัง

โลกเต็มไปด้วยข่าวร้าย เสพข่าวสงครามอย่างไร  ไม่ให้สุขภาพจิตพัง

“เมื่อสงครามไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป: ทำไมข่าวความขัดแย้งระดับโลกจึงค่อยๆ กัดกินสุขภาพจิตของเราโดยไม่รู้ตัว”

SHORT CUT

  • การเสพข่าวอย่างต่อเนื่องอาจทำให้สุขภาพจิตแย่ลงโดยไม่รู้ตัว
  • ข่าวเกี่ยวกับสงครามสัมพันธ์กับระดับความเครียดและความวิตกกังวลที่เพิ่มขึ้น
  • บางคนมีแนวโน้มได้รับผลกระทบมากกว่าคนอื่น ขึ้นอยู่กับบุคลิกและสภาพแวดล้อม

“เมื่อสงครามไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป: ทำไมข่าวความขัดแย้งระดับโลกจึงค่อยๆ กัดกินสุขภาพจิตของเราโดยไม่รู้ตัว”

ณ เวลานี้ โลกเต็มไปด้วยข่าวความขัดแย้งจากหลายภูมิภาค ทั้งสงครามในยุโรปตะวันออก ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น และยังลุกลามไปสู่ผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างราคาน้ำมันที่พุ่งสูง สื่อทั่วโลกต่างรายงานภาพการโจมตี ความสูญเสีย และความไม่แน่นอนอย่างต่อเนื่อง จนทำให้สงครามที่ควรอยู่ไกล กลับรู้สึกเหมือนกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น ทั้งในแง่ของความรู้สึกและค่าครองชีพที่เปลี่ยนไป

แม้หลายคนมองว่าการติดตามข่าวเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เป็นสิ่งที่ควรทำเพื่อให้ทันโลก แต่สิ่งที่มักถูกมองข้ามคือ ข่าวเหล่านี้สามารถส่งผลต่อสุขภาพจิต โดยเฉพาะเมื่อเป็นข่าวที่มีเนื้อหารุนแรงหรือสะเทือนอารมณ์ การรับข้อมูลเหล่านี้ซ้ำๆอาจทำให้เกิดความเครียดสะสมโดยที่เราไม่ทันสังเกต 

เมื่อข่าวนั้นเกี่ยวข้องกับชีวิตเรา

แน่นอนว่าตอนนี้ ข่าวสงครามสหรัฐฯ อิหร่านไม่ได้เป็นเพียงข่าวต่างประเทศ แต่เป็นเรื่องที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริง ไม่ว่าจะผ่านเศรษฐกิจ ราคาน้ำมัน หรือค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น การเห็นราคาพลังงานขยับสูงขึ้นทุกวัน อาจทำให้เกิดความรู้สึกไม่มั่นคง และความกังวลเกี่ยวกับอนาคตทางการเงิน

ยิ่งไปกว่านั้น หากมีครอบครัวหรือคนรู้จักอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ความเครียดจะยิ่งทวีคูณ หลายคนรู้สึกเหมือนต้องติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด เพราะทุกความเคลื่อนไหวอาจหมายถึงความปลอดภัยของคนที่ตนห่วงใย

อย่างไรก็ตาม แม้ไม่มีความเกี่ยวข้องโดยตรง ข่าวลักษณะนี้ก็ยังส่งผลต่อคนทั่วไปได้ เพราะเมื่อเหตุการณ์ใหญ่ระดับโลกเกิดขึ้น มนุษย์มักพยายามหาคำตอบและความมั่นใจผ่านการเสพข่าว แต่ยิ่งรับข้อมูลเชิงลบมากเท่าไร ความกังวลก็ยิ่งเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว

โลกเต็มไปด้วยข่าวร้าย เสพข่าวสงครามอย่างไร  ไม่ให้สุขภาพจิตพัง

ติดอยู่ในวงจรเสพข่าวไม่รู้จบ

ดานา โรส การ์ฟิน (Dana Rose Garfin) นักจิตวิทยาจาก University of California, Los Angeles อธิบายปรากฏการณ์นี้ว่าเป็น “Cascading Collective Trauma” หรือความเครียดสะสมระดับสังคม ซึ่งเกิดจากการที่ผู้คนจำนวนมากรับรู้เหตุการณ์รุนแรงอย่างต่อเนื่องผ่านสื่อ เธอชี้ว่า เมื่อเรารู้สึกเครียด เรามักพยายามหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อควบคุมความไม่แน่นอน แต่การกระทำนั้นกลับทำให้เราได้รับข้อมูลที่กระตุ้นความเครียดมากขึ้น กลายเป็นวงจรที่ยิ่งเสพ ยิ่งเครียด และยิ่งเครียด ก็ยิ่งเสพ

แต่ปัญหาคือ การเสพข่าวมากเกินไปสามารถกลายเป็นวงจรที่ควบคุมได้ยาก ยิ่งเราดูข่าวมาก เราก็ยิ่งเครียด และเมื่อเครียด เราก็ยิ่งอยากหาข้อมูลเพิ่มเติม วงจรนี้เกิดขึ้นซ้ำๆจนกลายเป็นนิสัย

ในยุคที่ข่าวเข้าถึงได้ง่ายผ่านมือถือและโซเชียลมีเดีย การแจ้งเตือนข่าวด่วนเกี่ยวกับสงครามหรือราคาน้ำมัน สามารถกระตุ้นความเครียดได้ตลอดทั้งวัน ทำให้จิตใจแทบไม่ได้พัก

ยิ่งไปกว่านั้น ไม่ใช่ทุกคนจะรับมือกับข่าวเหล่านี้ได้เท่ากัน ผู้สูงอายุอาจรู้สึกกังวลกับความไม่แน่นอนมากกว่า ขณะที่คนที่มีความเห็นอกเห็นใจสูง มักรู้สึกอินกับความสูญเสียของผู้อื่น และมีแนวโน้มติดตามข่าวอย่างต่อเนื่อง จนท้ายที่สุดกลับได้รับผลกระทบทางอารมณ์มากกว่าคนอื่น

โลกเต็มไปด้วยข่าวร้าย เสพข่าวสงครามอย่างไร  ไม่ให้สุขภาพจิตพัง

ไม่อยากเสียสุขภาพจิต ต้องจำกัดการเสพข่าว

แม้ว่าการติดตามข่าวจะเป็นสิ่งสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือ “การรู้จักจำกัดตัวเอง” การเสพข่าวอย่างพอดีสามารถช่วยลดผลกระทบทางจิตใจได้

แนวทางที่ช่วยได้ เช่น

  • ‘กำหนดเวลาในการติดตามข่าวอย่างชัดเจน’ อ่านเพียงวันละครั้งในช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยงการเสพข้อมูลมากเกินไป และลดโอกาสที่ความเครียดจะสะสมโดยไม่รู้ตัว
  • ‘เลือกติดตามข่าวจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ’ มีการตรวจสอบข้อมูล และนำเสนออย่างเป็นกลาง พร้อมทั้งพยายามหลีกเลี่ยงสื่อที่เน้นภาพหรือเนื้อหาที่รุนแรงเกินความจำเป็น ซึ่งอาจกระตุ้นอารมณ์ด้านลบได้มากขึ้น
  • ‘ลดเวลาการใช้งานโซเชียลมีเดีย’ โดยเฉพาะแพลตฟอร์มที่มีการแชร์ข่าวอย่างรวดเร็วแต่ขาดการตรวจสอบ เพราะข้อมูลที่คลาดเคลื่อนหรือเกินจริงสามารถเพิ่มความวิตกกังวลได้โดยไม่จำเป็น
  • ‘หมั่นให้ตัวเองได้หยุดพักจากการรับข่าวเป็นระยะ’ อาจใช้เวลาไปทำกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลาย เช่น ออกกำลังกาย อ่านหนังสือ หรือใช้เวลากับคนใกล้ชิด เพื่อให้จิตใจได้ฟื้นตัวและกลับมาอยู่ในสมดุลอีกครั้ง

ท้ายที่สุด แม้โลกจะเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การรับรู้ข่าวสารยังคงเป็นสิ่งสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการดูแลสุขภาพจิตของตนเอง การหาสมดุลระหว่าง “การรับรู้โลกภายนอก” และ “การดูแลโลกภายใน” อาจเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เราผ่านยุคข่าวร้ายที่ไม่หยุดไหลนี้ไปได้อย่างมั่นคงมากขึ้น

ที่มา : apnews

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

related