
SHORT CUT
ถือเป็นคำถามที่ชวนให้สังคมขบคิด หรือเอาไปคิดต่อยาวๆ เมื่อ "สงกรานต์" อาจเป็นเทศกาลที่ถูกบิดเบือนให้กลายเป็นข้ออ้างละเมิดสิทธิผู้อื่น คล้ายๆ คืนอำมหิต ภาพยนตร์ The Purge - สังคมไทยตระหนักถึงเส้นแบ่ง เรื่องนี้กันแค่ไหนแล้ว
ในภาพยนตร์ทริลเลอร์ The Purge ที่สร้างไวรัลในช่วงปี 2013 และทำให้มีภาคต่อออกมาหลายต่อหลายภาค ได้นำเสนอแนวคิดตั้งต้นที่ท้าทายศีลธรรมขั้นสุด นั่นคือการมอบ "ใบอนุญาต" ให้ประชาชนทำอะไรก็ได้โดยไม่ผิดกฎหมายเป็นเวลา 12 ชั่วโมง รัฐบาลในเรื่องอ้างว่านี่คือกลไกการปลดปล่อยความตึงเครียด เพื่อรักษาความสงบในวันอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริง อิสรภาพที่ไร้ขอบเขตและปราศจากความรับผิดชอบ กลับกลายเป็นเครื่องมือที่ผู้คนใช้ระบายสัญชาตญาณดิบ อาศัยความโกลาหลเป็นข้ออ้างในการล้ำเส้นและทำร้ายผู้อื่นโดยไร้ซึ่งความเห็นอกเห็นใจ
แม้บริบทของประเทศไทยจะไม่ได้เต็มไปด้วยความรุนแรงระดับภาพยนตร์ The Purge แต่ในเชิงสังคมวิทยาและจิตวิทยาฝูงชน เทศกาล "สงกรานต์" มีจุดเชื่อมโยงกับแนวคิดดังกล่าวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในช่วงเวลาไม่กี่วันของเดือนเมษายน สังคมไทยได้มอบ "ใบอนุญาตทางวัฒนธรรม" ที่อนุโลมให้เกิดการละเว้นบรรทัดฐานทางสังคมชั่วคราว
จากวัฒนธรรมที่ปกติมีลำดับขั้นและเคารพพื้นที่ส่วนตัว กลับกลายเป็นช่วงเวลาที่คนแปลกหน้าสามารถสาดน้ำใส่กัน ปะแป้งกัน และเข้าถึงเนื้อตัวร่างกายกันได้ง่ายขึ้น ภายใต้หน้ากากของ "ความสนุกสนานแห่งเทศกาล" ซึ่งสำหรับผู้ที่สมัครใจเข้าร่วม มันคือความรื่นเริง ทว่าสำหรับคนอีกจำนวนไม่น้อย นี่คือช่วงเวลาที่พวกเขาต้องเผชิญกับความเสี่ยงในพื้นที่สาธารณะ
จุดที่ทำให้สงกรานต์เสี่ยงต่อการสะท้อนภาพเงาของความป่าเถื่อน คือมายาคติที่ว่า "การก้าวเท้าออกจากบ้านในช่วงเทศกาล เท่ากับการให้ความยินยอมโดยปริยาย"
วาทกรรมเช่น "เทศกาลปีละครั้ง อย่าคิดมาก" หรือ "ไม่อยากเปียกก็อยู่บ้าน" กลายเป็นเครื่องมือผลักภาระให้เหยื่อและสร้างความชอบธรรมให้กับผู้ล่วงละเมิด ไม่ว่าจะเป็นการสาดน้ำใส่ผู้ที่กำลังเดินทางไปทำงาน มีผู้คนจำนวนไม่น้อย มีความจำเป็นต้องออกจากบ้าน ไปทำงาน เดินทางไปทำธุระ รวมไปจนถึงการฉวยโอกาสลูบคลำและคุกคามทางเพศภายใต้ข้ออ้างของการปะแป้ง สภาพจิตวิทยาฝูงชน ทำให้ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีส่วนบุคคลลดต่ำลง จนหลายคนลืมไปว่าสิทธิเหนือเนื้อตัวร่างกาย ไม่ควรถูกระงับไปพร้อมกับบรรยากาศรื่นเริง
ในช่วงเวลาที่เข็มนาฬิกาดิจิทัล เดินถึงปี 2026 ปีที่โลกมีเพื่อนเป็น AI กันแล้ว , ถึงเวลาที่สังคมไทยต้องตระหนักรู้และร่วมกันขีดเส้นแบ่งเสียใหม่ เทศกาลแห่งความสุข อย่างสงกรานต์ ไม่ควรแลกมาด้วยความรู้สึกถูกคุกคามของใคร พื้นที่สาธารณะยังคงเป็นพื้นที่ที่ทุกคนมีสิทธิใช้ชีวิตได้อย่างปกติ และ "ใบอนุญาตให้เล่นสนุก" จะต้องตั้งอยู่บนรากฐานของ "สิทธิความยินยอม" เสมอ
ความสนุกสนานที่แท้จริงคือการแบ่งปันความสุขระหว่างผู้ที่พร้อมจะรับมันเท่านั้น สงกรานต์ไม่ใช่วันหยุดพักของกฎหมาย ไม่ใช่เทศกาลแห่งการจะทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ
และที่สำคัญที่สุด... ไม่ใช่ข้ออ้างในการละเมิดสิทธิผู้อื่นไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม
ที่มา : nationtv.tv variety netflix
ข่าวที่เกี่ยวข้อง