
ราคาน้ำมันโลกดีดตัวรุนแรง! ตลาดระส่ำหลังการเจรจา 'สหรัฐ-อิหร่าน' ส่อเค้าล้มเหลว พร้อมเหตุเผชิญหน้าตึงเครียดใน 'ช่องแคบฮอร์มุซ'
ราคาน้ำมันดิบทั่วโลกดีดตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรง หลังเกิดสัญญาณที่ขัดแย้งกันอย่างหนักระหว่าง 'สหรัฐอเมริกา' และ 'อิหร่าน' เกี่ยวกับความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพ แม้ก่อนหน้านี้จะมีข่าวลือเรื่องการทำข้อตกลงหยุดยิง แต่สถานการณ์ล่าสุดกลับตึงเครียดขึ้นเมื่อมีการเผชิญหน้ากันในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญอย่าง 'ช่องแคบฮอร์มุซ' ทำให้เหล่านักลงทุนเริ่มไม่มั่นใจว่าวิกฤตพลังงานครั้งนี้จะจบลงง่ายๆ หรือไม่
สถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกกลับมาอยู่ในสภาวะ -น่าเป็นห่วง- อีกครั้ง โดยราคาน้ำมันดิบ 'เบรนท์' (Brent) พุ่งสูงขึ้นกว่า 7% หลังจากที่รัฐบาลวอชิงตันและกรุงเตหะรานออกมาให้ข้อมูลเรื่องการเจรจาที่ไม่ตรงกัน โดยทางฝั่งสหรัฐฯ นำโดยประธานาธิบดี 'โดนัลด์ ทรัมป์' ระบุว่ากองทัพได้เข้ายึดเรือขนส่งสินค้าของอิหร่านชื่อ "ตูสกา" (Touska) เนื่องจากพยายามฝ่าฝืนมาตรการปิดล้อมทางทะเล
ขณะที่ทาง 'อิหร่าน' ได้ออกมาประณามการกระทำดังกล่าวว่าเป็น "โจรสลัดในคราบกองทัพ" และประกาศกร้าวว่าจะตอบโต้อย่างสาสม พร้อมยืนยันว่าจะยังคงปิด 'ช่องแคบฮอร์มุซ' ต่อไปจนกว่าสหรัฐฯ จะยกเลิกการปิดล้อมท่าเรือทั้งหมด ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อเส้นทางลำเลียงน้ำมันและก๊าซธรรมชาติกว่า 20% ของโลก
ด้านนักวิเคราะห์มองว่า ตลาดน้ำมันกำลังตกอยู่ในสภาวะ -สับสน- เพราะมีทั้งข่าวการเตรียมส่งคณะผู้แทนไปเจรจาต่อที่ประเทศ 'ปากีสถาน' แต่ในขณะเดียวกันก็มีการปะทะกันในเชิงสัญลักษณ์และทางทหารอย่างต่อเนื่อง "ตอนนี้ทั้งสองฝ่ายติดอยู่ในกับดักที่มองว่าการสู้รบได้เปรียบกว่าการยอมถอย" คือความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญที่มองว่าปัญหานี้อาจลากยาวไปอีกหลายสัปดาห์