
SHORT CUT
ดราม่าโยกย้าย “ราเชน” อธิบดีกรมฝนหลวงฯ สะเทือนกระทรวงเกษตรฯ เจ้าตัวอ้างแรงกดดัน ด้าน “สุริยะ” ปัดไม่ใช่ส่วนตัว
ดราม่าเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 ครม. มีมติเห็นชอบโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยให้นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ และแต่งตั้งนายวิทยา แก้วมี ขึ้นเป็นอธิบดีกรมฝนหลวงฯ คนใหม่
ต่อมา วันที่ 29 เมษายน 2569 นายราเชนยื่นหนังสือลาออกจากราชการ โดยให้เหตุผลเรื่องถูกกดดันทางการเมือง พร้อมระบุว่า เดิมทีเหลือเวลาราชการอีกเพียงไม่กี่เดือน และตั้งใจจะลาออกในวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ซึ่งตรงกับวันครบรอบอายุ 60 ปี แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ตัดสินใจเร็วขึ้น
กระแสดราม่าตามมาหลังมีการตั้งข้อสังเกตว่า กรมฝนหลวงฯ เป็นหน่วยงานที่มีงบประมาณสำคัญ ทั้งการจัดซื้อสารฝนหลวงและภารกิจทำฝนตลอดปี จึงทำให้การโยกย้ายครั้งนี้ถูกจับตาว่าอาจเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์บางอย่าง ขณะที่นายราเชนระบุว่า อาจเป็นเพราะตนทำงานไม่ถูกใจบางฝ่าย
นายราเชนระบุเพิ่มเติมว่า ก่อนมีคำสั่งโยกย้าย เคยมีบุคคลพยายามประสานขอเข้าพบหลายครั้ง โดยอ้างว่าใกล้ชิดกับ “ผู้ใหญ่” พร้อมพาดพิงถึงผู้บริหารสายการบินแห่งหนึ่งที่มีชื่อคล้ายสัตว์บินได้ ซึ่งเป็นหลานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงหนึ่ง อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้พบปะกับบุคคลดังกล่าว อีกทั้งยังไม่สามารถตรวจสอบตัวตนได้ชัดเจน
ส่วนอีกประเด็นที่ถูกขุดขึ้นมาคือที่ถูกโลกออนไลน์ขุดขึ้นมาคือ โยงไปถึงสนามเลือกตั้ง 2569 สกลนคร เขต 2 เพราะลูกสาวของราเชน คือ ณภัชชา ศิลปะรายะ หรือ สจ.หนูเล็ก ลงสมัคร สส. ในนามพรรคภูมิใจไทย และได้คะแนนสูงกว่าผู้สมัครพรรคเพื่อไทย ซึ่งหลายคนคาดเดาว่า เป็นการตัดคะแนน เพราะเขตนี้เคยเป็นพื้นที่ของเพื่อไทยมาก่อน ทำให้หบางฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าเรื่องนี้อาจเป็นหนึ่งในปมการเมืองที่เกี่ยวข้องกับกรณีโยกย้ายราเชน
ด้านนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงว่า การโยกย้ายไม่ได้เกิดจากกรณีหลานของตนติดต่อแล้วนายราเชนไม่รับสาย พร้อมยืนยันว่า ที่ผ่านมาตั้งแต่เป็นรัฐมนตรี กระทรวงคมนาคม กระทรวงอุตสาหกรรม ไม่เคยใช้อำนาจในการโยกย้ายข้าราชการอย่างไม่เป็นธรรม พร้อมระบุว่าสาเหตุการโยกย้ายมาจากหลายปัจจัย เหตุผลหลักคือ "การปรับทีมงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์" กระทรวงต้องการบุคลากรที่มีพลังและพร้อมขับเคลื่อนนโยบายอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่อง "ข้าราชการใกล้เกษียณ" ที่ถูกนำมาพิจารณาว่าอาจส่งผลต่อความต่อเนื่องในการทำงานด้วย
นายสุริยะยืนยันว่า การทำงานทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างโปร่งใสและพร้อมรับการตรวจสอบ หากผู้ใดเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็สามารถใช้สิทธิฟ้องร้องได้ตามกระบวนการอย่างไรก็ตาม หากยังมีการเผยแพร่ “ข่าวเท็จ” จนทำให้เกิดความเสียหาย ทั้งที่มีการชี้แจงข้อเท็จจริงแล้ว ก็จำเป็นต้องดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดเช่นกัน.
ส่วนกรณีที่มีการกล่าวถึงการขอข้อมูลคำของบประมาณปี 2570 ไปพูดคุยย่านรัชดา นายสุริยะยืนยันว่า ตนไม่เคยไปพูดคุยเรื่องดังกล่าวในพื้นที่นั้น แต่ยอมรับว่ามีการขอเรียกดูข้อมูลจริง เพราะพรรคเพื่อไทยได้รับการประสานให้เข้ามาดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงจำเป็นต้องดูข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของกระทรวง
โดยสรุป มติโยกย้ายอธิบดีกรมฝนหลวงฯ ครั้งนี้ลุกลามเป็นดราม่าทางการเมืองและระบบราชการ หลังนายราเชนตัดสินใจลาออกก่อนครบวาระ พร้อมเปิดเผยถึงแรงกดดันและข้อสงสัยเบื้องหลัง ขณะที่ฝ่ายการเมืองยืนยันว่า การโยกย้ายเป็นเรื่องการบริหารงาน ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวหรือผลจากการติดต่อของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง