ไทม์ไลน์ทักษิณ : จากก้มกราบแผ่นดิน สู่บทเรียนเรือนจำและการพักโทษ 11 พ.ค. 69

ไทม์ไลน์ทักษิณ : จากก้มกราบแผ่นดิน สู่บทเรียนเรือนจำและการพักโทษ 11 พ.ค. 69

ย้อนรอยเส้นทางวิบาก "ทักษิณ ชินวัตร" (หรือ พี่โทนี่ ในยุคแอป clubhouse ปังๆ) จากอดีตนายกฯ สู่สถานะนักโทษ ก่อนได้รับสิทธิ์พักโทษ ท่ามกลางคำถามถึงบทบาทการเมืองในอนาคต เขาจะเป็น ผู้นำจิตวิญญาณของคนเสื้อแดงต่อไปหรือไม่ ?

SHORT CUT

  • ทักษิณ ชินวัตร กลับไทย 22 ส.ค. 66 เพื่อรับโทษจำคุก แต่ถูกส่งตัวไปรักษาที่ รพ.ตำรวจ ชั้น 14 และได้รับพระราชทานอภัยลดโทษเหลือ 1 ปี
  • ต่อมาศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการอยู่ รพ.ตำรวจ ชั้น 14 ไม่ใช่การรับโทษตามกฎหมาย ทำให้ทักษิณต้องเข้าเรือนจำกลางคลองเปรมเพื่อเริ่มรับโทษ 1 ปีเต็มในเดือน ก.ย. 68
  • หลังรับโทษจริง 243 วัน ทักษิณมีกำหนดได้รับการพักโทษในวันที่ 11 พ.ค. 69 โดยต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขการคุมประพฤติจนกว่าจะพ้นโทษโดยสมบูรณ์

ย้อนรอยเส้นทางวิบาก "ทักษิณ ชินวัตร" (หรือ พี่โทนี่ ในยุคแอป clubhouse ปังๆ) จากอดีตนายกฯ สู่สถานะนักโทษ ก่อนได้รับสิทธิ์พักโทษ ท่ามกลางคำถามถึงบทบาทการเมืองในอนาคต เขาจะเป็น ผู้นำจิตวิญญาณของคนเสื้อแดงต่อไปหรือไม่ ?

จุดเริ่มต้นการกลับมา: ก้มกราบแผ่นดินแม่และลี้ภัยยาวนาน 17 ปี

หากจะทำความเข้าใจภาพรวมเรื่องราวของ "ทักษิณ ชินวัตร" เราต้องหมุนเข็มนาฬิกากลับไปในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2551 นั่นคือครั้งแรกที่เขากลับเหยียบแผ่นดินไทยหลังเหตุการณ์รัฐประหารปี 2549 ภาพที่กลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งคือการ "ก้มกราบพื้นแผ่นดิน" ครั้งแรก

ทันทีที่ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ วันนั้น ท่ามกลางเสียงเชียร์ของกลุ่มผู้สนับสนุนที่หนาตาในขณะนั้น เขาประกาศพร้อมสู้คดีทางการเมือง แต่สุดท้ายสถานการณ์ก็นำพาให้เขาต้องตัดสินใจลี้ภัยในต่างประเทศรอบที่ 2 ซึ่งกินเวลามหาศาลถึง 17 ปีเต็ม ทิ้งไว้เพียงตำนาน "ผู้นำจิตวิญญาณ" ที่ยังคงโลดแล่นอยู่ในใจของคนเสื้อแดงทั่วประเทศ

ไทม์ไลน์ทักษิณ: จากก้มกราบแผ่นดิน สู่บทเรียนเรือนจำและการพักโทษ ที่กำลังจะมาถึง... Credit ภาพ NATION PHOTO

สิงหาคม 2566: การกลับบ้านครั้งที่ 2 และจุดเริ่มต้นคดีชั้น 14

วันที่ 22 สิงหาคม 2566 กลายเป็นอีกหนึ่งวันหยุดโลกสำหรับคนไทย เครื่องบินส่วนตัว MJETS นำพาทักษิณบินสู่ดอนเมือง เขาก้มกราบพระบรมฉายาลักษณ์หน้าอาคารผู้โดยสาร ก่อนจะถูกนำตัวไปฟังคำพิพากษาคดีค้างเก่ารวม 3 คดี มีโทษจำคุกรวม 8 ปี แต่ชีวิตในกรงขังกลับสั้นกว่าที่คิด เพราะในคืนเดียวกันนั้นเอง กรมราชทัณฑ์ส่งตัวเขาไปรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ "ชั้น 14" ด้วยอาการป่วยสะสมและความดันสูง กลายเป็นชนวน ให้สังคมวิจารณ์ถึง 'สิทธิพิเศษ' ตลอดหลายเดือนที่เขาพักรักษาตัวอยู่บนตึกสูงแทนที่จะเป็นห้องขังแคบๆ แบบนักโทษคนอื่นๆ 
 

อภัยลดโทษเหลือ 1 ปี และการพักโทษครั้งแรก

ในวันที่ 31 สิงหาคม 2566 ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศ โปรดเกล้าฯ พระราชทานอภัยลดโทษให้นายทักษิณเหลือจำคุกเพียง 1 ปี เพื่อใช้ความรู้ความสามารถทำคุณประโยชน์แก่ประเทศ จนกระทั่งวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2567 ทักษิณ ชินวัตร ได้รับสิทธิ์พักโทษเป็นครั้งแรก เขาเดินทางออกจากโรงพยาบาลตำรวจด้วยภาพจำ "สวมเฝือกคอและแขน" กลับสู่บ้านจันทร์ส่องหล้า แต่ความสงบสุขนั้นกลับอยู่ได้ไม่นาน เมื่อมีผู้ยื่นคำร้องต่อศาลให้ตรวจสอบว่า การอยู่ชั้น 14 นั้นนับเป็นการรับโทษตามกฎหมายหรือไม่
 

ย้อนเส้นทาง "ทักษิณ" จากก้มกราบแผ่นดิน สู่นักโทษ - ก่อนได้สิทธิ์พักโทษติดกำไล EM พรุ่งนี้! จับตาอนาคตการเมืองไทยจะเดินหน้าอย่างไรต่อไป IG ingshin21

เมื่อ "ชั้น 14" ถูกวินิจฉัยว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย

หน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทยพลิกผันอีกครั้งในปี 2568 เมื่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งไต่สวนกรณีการพักรักษาตัวที่ชั้น 14 ตามคำร้องของนายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ แม้ในช่วงกันยายน 2568 

ทักษิณ ชินวัตร จะมีการเดินทางออกนอกประเทศระยะสั้นโดยระบุว่าไปพบแพทย์ที่สิงคโปร์และดูไบ แต่ในวันที่ 9 กันยายน 2568 ศาลได้มีคำสั่งชี้ขาดว่า การรักษาตัวที่ รพ.ตำรวจ ในช่วงที่ผ่านมานั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่สามารถนำระยะเวลานั้นมาหักลบวันรับโทษได้ 

ส่งผลให้นายทักษิณต้องกลับไปมีสถานะ "นักโทษเด็ดขาดชาย (น.ช.)" และถูกส่งตัวเข้าจองจำในเรือนจำกลางคลองเปรมจริงเป็นเวลา 1 ปีเต็ม

ย้อนเส้นทาง "ทักษิณ" จากก้มกราบแผ่นดิน สู่นักโทษ - ก่อนได้สิทธิ์พักโทษติดกำไล EM พรุ่งนี้! จับตาอนาคตการเมืองไทยจะเดินหน้าอย่างไรต่อไป Credit ภาพ AFP

สถานะ น.ช. และชีวิตในเรือนจำกลางคลองเปรม

ชีวิตในเรือนจำคลองเปรมของทักษิณเริ่มต้นอย่างจริงจังตั้งแต่กันยายน 2568 ถึงเมษายน 2569 ตลอดช่วงเวลานี้ ครอบครัวชินวัตร โดยเฉพาะ 'อุ๊งอิ๊งค์' แพทองธาร ชินวัตร ลูกสาวและอดีตนายกฯ  ได้กลายเป็นกำลังใจหลัก 

เธอเผยภาพผ่านโซเชียลมีเดีย เป็นภาพนายทักษิณในชุดนักโทษสีฟ้าและผมตัดสั้น ซึ่งเป็นการยืนยันสถานะการเป็นนักโทษอย่างสมบูรณ์เป็นครั้งแรก

ตลอดระยะเวลานั้น ครอบครัวเข้าเยี่ยมรวมกว่า 61 ครั้ง ท่ามกลางกระแสการเมืองภายนอกที่พรรคเพื่อไทยกำลังเผชิญกับการเติบโตของคู่แข่งสำคัญอย่างพรรคภูมิใจไทย

กรมราชทัณฑ์แจงชัด: เกณฑ์พักโทษทักษิณเป็นไปตามกฎหมาย

เมื่อถึงพฤษภาคม 2569 กระแสการพักโทษกลับมาอีกครั้ง ท่ามกลางข้อกังขาเรื่อง "การกระทำผิดซ้ำ" และ "ชั้นนักโทษ" กรมราชทัณฑ์จึงได้ออกเอกสารชี้แจงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ยืนยันว่านายทักษิณเป็นนักโทษชั้นกลาง ซึ่งตามกฎกระทรวงปี 2564 สามารถได้รับการพักโทษได้หากรับโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ส่วนกรณีคำวินิจฉัยศาลฎีกาปี 2568 ให้เริ่มนับโทษใหม่นั้น ไม่ถือเป็นการกระทำผิดซ้ำตามข้อห้าม กรมราชทัณฑ์ยืนยันว่ากระบวนการทั้งหมดโปร่งใส ตรวจสอบได้ และไม่มีการเลือกปฏิบัติแต่อย่างใด

 สู่อิสรภาพภายใต้เงื่อนไข 

ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 (พรุ่งนี้) ทักษิณมีกำหนดปล่อยตัวพักโทษหลังจากอยู่ในเรือนจำจริงรวม 243 วัน การกลับมาครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อน เพราะเขาต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขการคุมประพฤติที่เข้มงวด

ส่วนประเด็นเรื่องกำไล EM นั้น ก่อนหน้านี้  ราชทณฑ์เคยชี้แจงว่า ก็ไม่มีความจำเป็น แต่จะต้องมีการไปรายงานตัวตามกำหนดนัดกับทางสำนักงานคุมประพฤติ

 ห้ามเดินทางออกนอกพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต และต้องรายงานตัวทุกเดือนจนกว่าจะพ้นโทษโดยสมบูรณ์ในวันที่ 9 กันยายน 2569 แม้แต่กลุ่มมวลชน "Red Never Dies" ที่นัดรวมตัวให้กำลังใจ ก็ทำได้เพียงแสดงออกเชิงสัญลักษณ์หน้าเรือนจำ เพื่อต้อนรับอดีตนายกฯ ที่พวกเขายังคงศรัทธา

ย้อนเส้นทาง "ทักษิณ" จากก้มกราบแผ่นดิน สู่นักโทษ - ก่อนได้สิทธิ์พักโทษติดกำไล EM พรุ่งนี้! จับตาอนาคตการเมืองไทยจะเดินหน้าอย่างไรต่อไป Credit ภาพ NATION PHOTO

ผู้นำจิตวิญญาณหรือกุนซือการเมือง: บทบาทต่อไปของทักษิณ ?

แม้สถานะทางกฎหมายจะเป็น "นักโทษพักโทษ" แต่ในมิติทางการเมืองไม่มีใครเชื่อว่า ทักษิณ ชินวัตร จะวางมือได้จริง 

แม้พรรคเพื่อไทยจะระบุว่าเขาคือที่ปรึกษาและผู้นำทางจิตวิญญาณ แต่การเติบโตของพรรคภูมิใจไทยที่กุมอำนาจรัฐในปัจจุบัน เป็นโจทย์ยากที่เขาต้องแก้ ท่ามกลางเงื่อนไขการคุมประพฤติที่หากก้าวพลาดเพียงนิดเดียวอาจหมายถึงการถูกเพิกถอนการพักโทษได้ทุกเมื่อ

คำถามที่สำคัญที่สุดในวันนี้ ไม่ใช่เพียงแค่เขาจะกลับบ้านจันทร์ส่องหล้าเมื่อไร แต่คือบทบาทของเขาต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร ? 

เขาจะเป็นเพียงชายวัยเกษียณที่เลี้ยงหลาน หรือจะเป็นกุนซือหลังม่านที่จะกลับมากอบกู้ศรัทธาให้พรรคเพื่อไทย (ที่ผลเลือกตั้งครั้งล่าสุด เป็นพรรคต่ำร้อย และได้สส. เป็นลำดับที่ 3 ) อีกครั้ง ในวันที่การเมืองไทยเปลี่ยนไปเยอะมากๆแล้ว 
 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

related