ดราม่า ห้ามรถไฟเข้าเมือง แก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ผลักภาระให้ประชาชน?

ดราม่า ห้ามรถไฟเข้าเมือง แก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ผลักภาระให้ประชาชน?

สรุปดราม่า ห้ามรถไฟเข้าเมือง แก้ปัญหารถไฟชนรถเมล์ นโยบายวัวหายล้อมคอก ผลักภาระให้ประชาชนที่ใช้รถไฟเดินทางมาทำงานในกรุงทุกวัน

SHORT CUT

  • กระทรวงคมนาคมสั่งศึกษาแนวทางห้ามรถไฟเข้ากรุงเทพฯ ชั้นใน โดยให้ไปสิ้นสุดที่สถานีชานเมือง อ้างว่าเพื่อแก้ปัญหารถติดและอุบัติเหตุที่จุดตัดทางรถไฟ
  • นโยบายดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุและผลักภาระให้ประชาชน ทำให้การเดินทางยุ่งยากและมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น
  • หลายฝ่ายเสนอให้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เช่น การบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเข้มงวด การปรับปรุงความปลอดภัยที่จุดตัด และเร่งสร้างโครงการทางรถไฟยกระดับ

สรุปดราม่า ห้ามรถไฟเข้าเมือง แก้ปัญหารถไฟชนรถเมล์ นโยบายวัวหายล้อมคอก ผลักภาระให้ประชาชนที่ใช้รถไฟเดินทางมาทำงานในกรุงทุกวัน

กลายเป็นประเด็นร้อนในโซเชียล เมื่อกระทรวงคมนาคมมอบหมายให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ศึกษาแนวทางห้ามขบวนรถไฟ ทั้งรถโดยสารและรถสินค้าวิ่งเข้ากรุงเทพฯ ชั้นใน เพื่อหวังแก้ปัญหาจราจรบริเวณ 'จุดตัดทางรถไฟ' หลังอุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์ รถยนต์-จักรยานยนต์เสียหาย ที่แยกมักกะสัน 

โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้การรถไฟแห่งประเทศไทย ศึกษาแนวทางลดการเดินรถไฟเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน โดยเฉพาะเส้นทางสายตะวันออกและสายใต้-ตะวันตก ซึ่งมีจุดตัดทางรถไฟจำนวนมาก คาดว่า จะใช้ระยะเวลาศึกษาประมาณ 3 เดือน โดยอาจกำหนดให้ขบวนรถสายตะวันออกสิ้นสุดที่สถานีลาดกระบัง แล้วเชื่อมต่อเข้าสู่เมืองด้วยรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ หรือรถเมล์ ขสมก. ขณะที่สายใต้และสายตะวันตกอาจหยุดที่สถานีตลิ่งชัน เพื่อเชื่อมต่อด้วยรถไฟฟ้าสายสีแดงและรถโดยสารสาธารณะ

'พริษฐ์' ซัดคิดตื้นๆ ห้ามรถไฟเข้าเมือง แนะ 3 แนวทางแก้

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ที่เสมือนเป็นการเสนอทางออกว่า จะไม่ให้มีรถไฟวิ่งเข้ามากลางเมือง ตนคิดว่าอาจจะเป็นแนวคิดที่คิดตื้นไป ไม่ได้รอบด้าน เป็นการผลักภาระให้กับประชาชนที่เดินทางโดยรถไฟ คิดว่าทางออกในเรื่องนี้ควรจะรอบคอบและรอบด้านกว่านี้

มีหลายอย่างที่เราทำได้เพื่อความปลอดภัยของประชาชนโดยไม่ต้องเพิ่มภาระในลักษณะดังกล่าว เช่น 

  1. ต้องเอาจริงและการบังคับใช้กฎหมาย ให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเคารพตามกฎจราจร เราต้องยกประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย และมีการดำเนินการทางกฎหมาย

  2. การพยายามออกแบบเส้นทางการใช้รถใช้ถนน สะดวกต่อการสัญจรไปมามากขึ้น และด้วยบริบทตรงแยกมักกะสันที่เกิดเหตุ หากรถทุกคันปฏิบัติตามกฎจราจรก็อาจจะเกิดความไม่สะดวกในการเดินทางอยู่ ถือเป็นปัญหาในเรื่องการออกแบบที่เราควรจะมาทบทวนในลักษณะเช่นนี้

  3. การเร่งโครงการทางรถไฟส่วนขาด (Missing Link) เพื่อลดจุดตัดระหว่างทางรถไฟกับรถยนต์ เพราะฉะนั้นทางออกในเรื่องนี้ต้องมีความรอบคอบ รอบด้านและทำอย่างรวดเร็ว

ถ้าจะมาแนวทางของนายพิพัฒน์ พอเกิดปัญหานี้ก็ไม่ให้รถไฟวิ่งมากลางเมืองเลย คิดว่าแนวคิดอาจจะคิดตื้นไปนิด เป็นการผลักภาระให้กับประชาชนที่ใช้รถไฟมากเกินไป

'ดร.สามารถ' จวก 'ห้ามรถไฟเข้ากรุงเทพฯ' แก้จุดตัดหรือสร้างปัญหาใหม่?

ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. แโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า

คิดได้ไง? ห้ามรถไฟเข้าเมือง

แก้จุดตัด... หรือสร้างปัญหาใหม่?

หลายคนคงงงว่าทำไม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จึงผุดไอเดียห้ามรถไฟวิ่งเข้ากรุงเทพฯ ชั้นใน ทั้งที่ทั่วโลกกำลังพยายาม 'ดึงคนขึ้นระบบราง' เพื่อลดรถติด ลดมลพิษ และลดต้นทุนขนส่ง

แต่ไทยกำลังคิดจะ 'กันรถไฟออกจากเมือง' เพื่อแก้ปัญหาจุดตัดทางรถไฟ?

1. แนวคิดที่ชวนอึ้ง!

กระทรวงคมนาคมมอบหมายให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ศึกษาแนวทางการลดขบวนรถไฟทั้งรถโดยสารและรถสินค้าเข้ากรุงเทพฯ ชั้นใน ภายใน 3 เดือน สายตะวันออกให้รถไฟจอดแค่สถานีลาดกระบัง แล้วต่อแอร์พอร์ตลิงก์หรือรถเมล์ ขสมก.เข้าเมือง ส่วนสายใต้และสายตะวันตก ให้จอดที่สถานีตลิ่งชัน แล้วต่อรถไฟฟ้าสายสีแดงหรือรถเมล์ ส่วนรถสินค้าจะให้เปลี่ยนถ่ายสินค้าที่สถานีขนถ่ายสินค้าชานกรุงเทพฯ แล้วไปใช้รถบรรทุกเล็กขนเข้าเมืองแทน

 

ขบวนรถสินค้าอื่นที่จำเป็นต้องเข้าเมือง อนุญาตให้วิ่งเฉพาะเวลากลางคืนเท่านั้น ส่วนขบวนรถน้ำมันจะห้ามไม่ให้เข้าเมือง

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมจะหาทางสนับสนุนค่าใช้จ่าย เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องรับภาระเพิ่มขึ้น

ฟังเผินๆ เหมือนเป็นระเบียบมากขึ้น แต่คำถามคือ 'ผู้โดยสารรถไฟจะเดือดร้อนไหม?'

แก้ปัญหา... หรือสร้างปัญหาใหม่?

การแก้ปัญหาตามแนวทางของ รมว.คมนาคม จะทำให้เกิดปัญหาใหม่ขึ้นดังนี้

  1. ผู้โดยสารรถไฟจะลำบากกว่าเดิม จากเดิมนั่งยาวเข้าเมืองได้ ต่อไปจะยุ่งยากกับการเชื่อมต่อ สำหรับคนชรา คนป่วย เด็ก คนมีครรภ์ หรือคนมีสัมภาระ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กเลย
  2. รถไฟฟ้าไม่ได้พาไปทุกที่ ทั้งแอร์พอร์ตลิงก์ และรถไฟฟ้าสายสีแดงอาจไม่มีเส้นทางผ่านแหล่งทำงาน สถาบันการศึกษา สถานพยาบาล หรือสถานที่อื่นๆ ตามที่ผู้โดยสารรถไฟต้องการ ทำให้เขาต้องต่อรถเมล์ มอเตอร์ไซค์ หรือแท็กซี่ เสียทั้งเวลา เสียทั้งเงิน อีกทั้ง แอร์พอร์ตลิงก์ และรถไฟฟ้าสายสีแดงก็มีขบวนรถน้อย ต้องรอนาน
  3. รถบรรทุกจะกลับมาแน่นถนน แทนที่จะใช้รถไฟขนสินค้าเข้ามา กลับต้องเปลี่ยนเป็นรถบรรทุกเล็กวิ่งเข้ากรุงเทพฯ ชั้นใน คำถามคือ นี่เรากำลัง “ลดปัญหาจราจร” หรือกำลัง “เพิ่มรถบนถนน?”

ต้นทุนขนส่งอาจสูงขึ้น

การเปลี่ยนถ่ายสินค้าหลายต่อจะทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น และสุดท้ายต้นทุนเหล่านั้นจะถูกผลักไปที่สินค้า ทำให้ประชาชนต้องซื้อสินค้าแพงขึ้น

3. ทางแก้ที่ดีกว่า... มีไหม?

ตอบว่ามี เช่น...

(1) เข้มงวดวินัยจราจร ใครที่ฝ่าไม้กั้นต้องถูกลงโทษอย่างจริงจัง ไม่ใช่ปล่อยจนเคยตัว

(2) ติดตั้งสัญญาณไฟแบบ Count Down ให้คนรู้ว่าเหลือเวลาอีกกี่วินาทีก่อนไม้กั้นจะปิดถนน

(3) ติดตั้งป้ายแจ้งเวลารถไฟจะมาถึง ช่วยลดการเสี่ยงติดค้างอยู่บนราง

(4) ปุ่มหยุดฉุกเฉิน (Emergency Button) หากรถติดค้างบนราง ประชาชนแจ้งหยุดรถไฟได้ทันที

(5) ระบบตรวจจับสิ่งกีดขวางด้วยเลเซอร์ (Laser Detector) ถ้ามีรถหรือคนค้างอยู่บนราง ระบบจะแจ้งเตือนโดยอัตโนมัติ

(6) เร่งรัดโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง และบางซื่อ-หัวหมาก ซึ่งจะช่วยลดจุดตัดได้เป็นอย่างดี นี่ต่างหากคือการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน

4. สรุป

(1) การแก้ปัญหาที่ง่ายที่สุดสำหรับรัฐบาล อาจกลายเป็นการสร้างภาระให้ประชาชนมากที่สุด

(2) ถ้าปัญหาเกิดขึ้นที่จุดตัดทางรถไฟ สิ่งที่ต้องแก้คือ 'จุดตัด' ไม่ใช่ 'รถไฟ'

(3) เมืองใหญ่ทั่วโลกพยายามทำให้คน 'เข้าถึงระบบรางง่ายขึ้น' แต่เรากำลังทำให้การขึ้นรถไฟ 'ยุ่งยากขึ้น'

(4) การแก้ปัญหาที่ดี ไม่ใช่การทำให้ระบบที่ประชาชนใช้อยู่ 'หายไป' แต่คือการทำให้ระบบนั้น 'ปลอดภัย สะดวก และมีประสิทธิภาพมากขึ้น'

(5) ประเทศที่พัฒนาแล้ว ไม่ได้แก้ปัญหาด้วยการ 'กันรถไฟออกจากเมือง' แต่เขาแก้ด้วยการทำให้ 'ระบบรางกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเมือง'

'สว.พรชัย' ฉะแก้ปัญหามักง่าย โยนภาระให้ประชาชน

นายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์ สว. อภิปรายญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทางบริเวณจุดตัดทางรถไฟ กับถนนอโศก-ดินแดง เมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น สื่อต่างชาติตีข่าวไปทั่วโลก ตั้งคำถามถึงโครงสร้างพื้นฐานที่ล้าหลัง หาความปลอดภัยขั้นพื้นฐานไม่ได้ โดยวิจารณ์ความหละหลวมประเทศไทยอย่างหนัก

ส่วนแนวคิดห้ามรถไฟวิ่งเข้ากทม.ชั้นในนั้น ตนขอคัดค้านอย่างหนัก เป็นนโยบายวัวหายล้อมคอก ผลักภาระให้ประชาชน 4 หมื่นคนที่ใช้รถไฟเดินทางมาทำงานในกทม.ทุกวัน อย่าให้ความมักง่ายแก้ปัญหาของรัฐตัดตอนความต่อเนื่องการเดินทาง แล้วโยนความยากลำบากให้ประชาชน ขอให้ใช้การสูญเสีย 8 ชีวิต สร้างกำแพงความปลอดภัยทางวิศวกรรมที่ช่วยปกป้องชีวิตประชาชนได้จริง

หลังสมาชิกอภิปรายแสดงความคิดเห็นเสร็จสิ้น ที่ประชุมมีมติส่งเรื่องให้รัฐบาลนำไปใช้ในการแก้ปัญหาต่อไป

related