
SHORT CUT
‘เจ้าฟ้า’ ไม่ได้เป็นได้ทุกพระองค์ เปิดความหมายของสกุลยศชั้นสูงในราชวงศ์ไทย และหลักการสืบพระอิสริยยศของราชวงศ์ไทย
ในสังคมไทย เรามักคุ้นเคยกับคำเรียกพระราชวงศ์หลายคำ ไม่ว่าจะเป็น ‘เจ้าฟ้า’ ‘พระองค์เจ้า’ หรือคำเรียกเจ้านายชั้นต่างๆ แต่หลายครั้งคำเหล่านี้อาจถูกเข้าใจรวมกันว่าเป็นเพียงคำเรียกเชื้อพระวงศ์โดยทั่วไป ทั้งที่ในความเป็นจริง พระยศเหล่านี้มีลำดับ มีความหมาย และมีหลักเกณฑ์เฉพาะที่แตกต่างกัน
หนึ่งในคำที่คนไทยคุ้นหูมากที่สุดคือคำว่า ‘เจ้าฟ้า’ ซึ่งเป็นพระยศที่อยู่ในระบบราชสกุลไทย และมีความหมายเฉพาะ ไม่ได้ใช้เรียกเจ้านายทุกพระองค์เหมือนกันทั้งหมด หากต้องพิจารณาจากสิ่งที่เรียกว่า ‘สกุลยศ’ หรือพระยศที่ติดตัวมาตั้งแต่ประสูติ
แต่ก่อนจะทำความเข้าใจว่า ‘เจ้าฟ้า’ หมายถึงอะไร จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจคำว่า ‘สกุลยศ’ เสียก่อน
คำว่า ‘สกุลยศ’ หมายถึง พระยศที่ได้มาตั้งแต่ประสูติ เป็นพระยศที่เกิดขึ้นจากพระชาติกำเนิด ไม่ใช่ตำแหน่งที่ได้รับภายหลังจากการแต่งตั้งหรือการปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้น สกุลยศจึงเป็นสิ่งที่สะท้อนฐานะของเจ้านายพระองค์นั้นตั้งแต่แรกเกิด
เมื่อพูดถึงพระราชโอรสหรือพระราชธิดาของพระมหากษัตริย์ หลายคนอาจเข้าใจว่า ทุกพระองค์ย่อมมีพระยศเหมือนกัน แต่ตามระบบสกุลยศแล้ว ไม่ได้เป็นเช่นนั้นทั้งหมด เพราะยังต้องพิจารณาด้วยว่า พระมารดาของพระราชโอรสหรือพระราชธิดาพระองค์นั้นมีสถานะอย่างไร
หลักสำคัญคือ หากพระราชโอรสหรือพระราชธิดาประสูติแต่พระมารดาที่เป็นเจ้า จะมีสกุลยศเป็น ‘เจ้าฟ้า’ นี่คือหัวใจสำคัญของคำว่า ‘เจ้าฟ้า’ เพราะนอกจากหมายถึงเพียงการเป็นพระราชโอรสหรือพระราชธิดาของพระมหากษัตริย์เท่านั้น แต่ยังหมายถึงการประสูติจากพระมารดาที่เป็นเจ้าด้วย
ด้วยเหตุนี้ ‘เจ้าฟ้า’ จึงเป็นพระยศที่สะท้อนพระชาติกำเนิดจากทั้งฝ่ายพระบิดาและพระมารดา กล่าวคือ พระบิดาเป็นพระมหากษัตริย์ และพระมารดาก็มีสถานะเป็นเจ้าเช่นกัน จึงทำให้พระราชโอรสหรือพระราชธิดาที่ประสูติมามีสกุลยศเป็น ‘เจ้าฟ้า’
ในทางตรงกันข้าม หากพระราชโอรสหรือพระราชธิดาของพระมหากษัตริย์ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาหรือสามัญชน จะมีสกุลยศเป็น ‘พระองค์เจ้า’ ไม่ใช่ ‘เจ้าฟ้า’ แม้จะเป็นพระราชโอรสหรือพระราชธิดาของพระมหากษัตริย์เช่นเดียวกันก็ตาม
ความแตกต่างระหว่าง ‘เจ้าฟ้า’ กับ ‘พระองค์เจ้า’ ไม่ได้อยู่ที่ว่าเป็นลูกของพระมหากษัตริย์หรือไม่เพียงอย่างเดียว เพราะทั้งสองกลุ่มต่างก็เป็นพระราชโอรสหรือพระราชธิดาได้เช่นกัน แต่สิ่งที่ทำให้พระยศต่างกันคือ ‘สถานะของพระมารดา’
หากพระมารดาเป็นเจ้า พระราชโอรสหรือพระราชธิดาจะเป็น ‘เจ้าฟ้า’ แต่หากพระมารดาเป็นเจ้าจอมมารดาหรือสามัญชน พระราชโอรสหรือพระราชธิดาจะเป็น ‘พระองค์เจ้า’
ดังนั้น คำว่า ‘เจ้าฟ้า’ จึงเป็นพระยศเฉพาะของพระราชโอรสหรือพระราชธิดาที่มีเงื่อนไขทางพระชาติกำเนิดชัดเจน โดยเฉพาะการประสูติแต่พระมารดาที่เป็นเจ้า
หากอธิบายให้สั้นที่สุด ‘เจ้าฟ้า’ คือพระราชโอรสหรือพระราชธิดาของพระมหากษัตริย์ที่ประสูติแต่พระมารดาที่เป็นเจ้า ส่วน ‘พระองค์เจ้า’ คือพระราชโอรสหรือพระราชธิดาของพระมหากษัตริย์ที่ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาหรือสามัญชน
คำอธิบายนี้ช่วยให้เห็นว่า ระบบพระยศของราชสกุลไทยมีรายละเอียดที่ละเอียดอ่อน และไม่ได้วางอยู่บนความสัมพันธ์ทางสายพระโลหิตจากพระมหากษัตริย์เพียงด้านเดียว แต่ยังพิจารณาจากสายสัมพันธ์ทางพระมารดาด้วย
ในแง่นี้ ‘สกุลยศ’ จึงทำหน้าที่เหมือนเครื่องบอกลำดับชั้นทางพระชาติกำเนิดของเจ้านายแต่ละพระองค์ตั้งแต่แรกประสูติ เป็นระบบที่บ่งบอกว่าเจ้านายพระองค์นั้นอยู่ในฐานะใดภายในราชสกุล โดยมีหลักพิจารณาที่ชัดเจน
1. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พระขนิษฐาในรัชกาลที่ 10 พระราชธิดาในรัชกาลที่ 9 ทรงดำรงพระอิสริยยศ ‘เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร’ (รชกิจกา)
2. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ กรมพระศรีสวางควัฒนฯ พระขนิษฐาในรัชกาลที่ 10 พระราชธิดาในรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นเจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายใน (ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์)
3. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระราชธิดาในรัชกาลที่ 10 (รชกิจกา)
4. สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติฯ พระราชโอรสในรัชกาลที่ 10 ได้รับสถาปนาเป็น ‘สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้า’ เมื่อปี 2562
ทั้งนี้ คำอธิบายดังกล่าวเป็นเพียงการกล่าวถึงในภาพรวม เพราะระบบสกุลยศของพระราชวงศ์ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกหลายประการ อีกทั้งในแต่ละรัชกาลอาจมีหลักเกณฑ์หรือการพระราชทานสกุลยศที่แตกต่างกันไป ตามพระบรมราชวินิจฉัยของพระมหากษัตริย์
ที่มา ศิลปวัฒนธรรม,โบราณนานมา