
SHORT CUT
หลังเกิดแผ่นดินไหวเวเนซุเอลา รุนแรง 2 ครั้งติด ทำให้โซเชียลแชร์ข่าวลือ 'สึนามิถล่มอ่าวไทย คนตาย 2-3 หมื่น' ตรวจสอบแล้วพบเป็นข่าวปลอม อ่าวไทยไม่มีแนวมุดตัวของเปลือกโลก และมีโอกาสในการเกิดต่ำมาก
ทุกครั้งที่มีข่าวแผ่นดินไหวรุนแรงเกิดขึ้นที่มุมใดมุมหนึ่งของโลก สิ่งที่มักเดินทางมาถึงหน้าจอโทรศัพท์ของคนไทยเร็วกว่าคลื่นในมหาสมุทร คือข่าวลือ ข้อความส่งต่อที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า ‘เตือนด่วน’
หนึ่งในข่าวลือที่วนกลับมาสม่ำเสมอ คือ ‘สึนามิถล่มอ่าวไทย คนตายจำนวนมาก’ ตามด้วยตัวเลขผู้เสียชีวิตหลักหมื่นที่ฟังดูน่ากลัว สร้างความวิตกกังวลให้กับผู้คน และแชร์ในโซเชียลต่อๆกันไม่รู้จบ ทั้งที่ไม่ได้บอกว่าใครเป็นผู้ศึกษา ใช้แบบจำลองใด หรืออ้างอิงข้อมูลจากหน่วยงานไหน
ข่าวลือชุดนี้กลับมาถูกแชร์อีกครั้งหลังเกิดแผ่นดินไหวเวเนซุเอลารุนแรงสองครั้ง เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ซึ่งมีขนาด 7.2 และ 7.5 แมกนิจูด แต่จากการตรวจสอบพบว่า ข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริง และไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ
จากการตรวจสอบศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย พบว่าข้อความที่อ้างว่าจะเกิด ‘คลื่นสึนามิเข้าอ่าวไทย คนจะเสียชีวิต 2-3 หมื่นคน’ เคยถูกแชร์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2567 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ได้ชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลปลอม ซึ่งไม่ได้มีการอ้างอิงแหล่งข้อมูลทางวิชาการ
และเมื่อพิจารณาจากลักษณะทางภูมิศาสตร์และธรณีวิทยาของอ่าวไทยแล้วพบว่า โอกาสที่ชายฝั่งทะเลอ่าวไทยจะได้รับผลกระทบจากสึนามิในลักษณะ 'คลื่นยักษ์' นั้นน้อยมาก จนอาจกล่าวได้ว่าไม่มีเลย เนื่องจากสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดคลื่นสึนามิคือการเกิดแผ่นดินไหวใต้ทะเล ซึ่งรอยเลื่อนที่ใกล้ที่สุด คือ ร่องลึกก้นสมุทรมะนิลา (Manila Trench) อยู่ห่างจากประเทศไทยประมาณ 5,500 กิโลเมตร
กรมทรัพยากรธรณี อธิบายว่า การทำความเข้าใจความเสี่ยงของอ่าวไทยต้องแยกออกเป็นสองคำถาม ได้แก่ สึนามิสามารถก่อตัวขึ้นภายในอ่าวไทยได้หรือไม่ และสึนามิจากพื้นที่อื่นสามารถเดินทางเข้ามาถึงอ่าวไทยได้หรือไม่
โอกาสเกิดสึนามิที่ก่อตัวขึ้นภายในอ่าวไทยมีน้อยมากหรือแทบไม่มี เพราะไม่มีแนวมุดตัวของแผ่นเปลือกโลกในอ่าวไทย แม้จะมีสันใต้ทะเล หรือแอ่งต่างๆ ในอ่าวไทย แต่ลักษณะทางธรณีวิทยาไม่ได้บ่งชี้ว่ามีรอยเลื่อนย้อนมุมต่ำ หรือ thrust fault ขนาดใหญ่ ที่สามารถดันมวลน้ำจำนวนมหาศาลจนกลายเป็นสึนามิรุนแรงได้
นี่เป็นเหตุผลที่ฝั่งอ่าวไทยมีความเสี่ยงต่ำกว่าฝั่งทะเลอันดามันอย่างชัดเจน เพราะกฝั่งอันดามันอยู่ใกล้แนวมุดตัวสุมาตรา-อันดามัน และเปิดรับคลื่นจากมหาสมุทรอินเดียโดยตรง
คำตอบคือ มีโอกาสทางทฤษฎี แต่ผลกระทบอยู่ในวงจำกัด เนื่องจากแผ่นดินไหวหรือภูเขาไฟระเบิดใต้ทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิก เช่น แนวฟิลิปปินส์ หรือญี่ปุ่น สามารถส่งพลังงานระยะไกลได้ ก็อาจส่งผลมาถึงชายฝั่งทะเลภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย
แต่ระหว่างทาง พลังงานของคลื่นต้องผ่านหมู่เกาะและแนวชายฝั่งหลายพื้นที่ โดยเฉพาะเวียดนามและกัมพูชา ทำหน้าที่เป็นกำบังทางภูมิศาสตร์ต้านแรงคลื่นไว้ ทำให้พื้นที่อ่าวไทยตอนในค่อนข้างปลอดภัย และมีแนวโน้มได้รับผลกระทบน้อยกว่าชายฝั่งที่หันรับแหล่งกำเนิดคลื่นโดยตรง
ตัวเลขความสูงของคลื่นไม่ใช่ค่าตายตัว แต่เปลี่ยนแปลงตามขนาด ตำแหน่ง ความลึก รูปแบบการเลื่อนตัวของรอยเลื่อน และสมมติฐานที่ใช้ในแต่ละแบบจำลอง
ข้อมูลที่ ปภ. เคยนำมาอธิบายในปี 2567 ระบุว่าหากเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงที่ร่องลึกก้นสมุทรมะนิลา คลื่นสึนามิจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 11 ชั่วโมง จึงจะกระทบชายฝั่งจังหวัดปัตตานี และจะมีระดับความสูงเพียงประมาณ 65 เซนติเมตร ซึ่งเมื่อเทียบกับคลื่นพายุชัดฝั่ง (Storm surge) ในช่วงฤดูมรสุมแล้ว คลื่นพายุซัดฝั่งยังมีความรุนแรงและอันตรายมากกว่า
คำกล่าวอ้างว่า จะมี ‘คลื่นสึนามิขนาดใหญ่เข้าอ่าวไทยและทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก’ จึงเป็นข้อมูลเท็จและไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ แต่หากมีการก่อตัวของคลื่นยักษ์จากภายนอก แบบจำลองพบว่าผลกระทบมีจำกัดและมีระยะเวลาเพียงพอให้หน่วยงานมีเวลาเฝ้าระวัง แจ้งเตือน และอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง
ประชาชนจึงไม่ควรตื่นตระหนกหรือส่งต่อข่าวลือในโซเชียลที่ไม่ระบุแหล่งข้อมูล และควรติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา กรมทรัพยากรธรณี กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเป็นหลัก
ไม่จริง ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเคยตรวจสอบข้อความดังกล่าวแล้ว และพบว่าไม่มีแหล่งข้อมูลทางวิชาการหรือประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
โอกาสเกิดสึนามิที่ก่อตัวภายในอ่าวไทยมีน้อยมาก เพราะไม่มีแนวมุดตัวของเปลือกโลก แต่ในทางทฤษฎี คลื่นจากแหล่งกำเนิดภายนอก เช่น บริเวณฟิลิปปินส์หรือทะเลจีนใต้ อาจเดินทางมาถึงชายฝั่งภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยได้
แบบจำลองบางสถานการณ์ประเมินว่า คลื่นอาจใช้เวลาประมาณ 11 ชั่วโมงจึงเดินทางถึงชายฝั่งภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย แต่เวลาและความสูงของคลื่นจริงจะขึ้นอยู่กับตำแหน่ง ขนาด ความลึก และรูปแบบการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อน
ปัจจุบันยังไม่สามารถทำนายวัน เวลา สถานที่ และขนาดของแผ่นดินไหวล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ หน่วยงานทำได้เพียงประเมินพื้นที่เสี่ยง ตรวจจับเหตุการณ์เมื่อเกิดขึ้น และจำลองผลกระทบเพื่อออกประกาศเตือนภัย
ควรติดตามประกาศจากกองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา กรมทรัพยากรธรณี กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย หลีกเลี่ยงการส่งต่อข้อความที่ไม่มีวันที่ แหล่งข้อมูล หรือชื่อหน่วยงานยืนยัน