
SHORT CUT
ไม่โฉงฉาง รอจังหวะเวลาที่เหมาะสม แต่เฉียบขาด! เจาะยุทธศาสตร์ สีจิ้นผิง ผู้นำจีนที่ลุ่มลึกและเฉียบขาด มุ่งฟื้นฟูชาติจีนให้ยิ่งใหญ่
รศ.ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจจีนชั้นนำของประเทศไทย ได้ให้ความเห็น ภายในงานของ สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน โดยสถาบันสื่อและบริหารธุรกิจไทย-จีน จัดการบรรยายพิเศษในหลักสูตรผู้บริหารธุรกิจไทย-จีน หรือ บทจ. รุ่นที่ 3 โดยชี้ว่า ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ผู้นำประเทศจีน เปรียบเสมือน 'Game Changer' ที่พลิกโฉมจีนและไม่ยอมเดินตามเกมของชาติตะวันตก ประสบการณ์ความยากลำบากจากการถูกส่งไปทำงานในชนบทยากจนในวัยเด็ก หล่อหลอมให้เขามีบุคลิกนิ่ง ลุ่มลึก ไม่โฉ่งฉ่าง แต่กล้าตัดสินใจอย่างเฉียบขาดเมื่อถึงจังหวะเวลาที่เหมาะสม กลยุทธ์การบริหารที่โดดเด่น
รองศาสตราจารย์ ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจจีน ได้วิเคราะห์ในการบรรยายพิเศษว่า ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงคือ “Game Changer” ผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างและพลิกเกมระดับโลกโดยไม่เดินตามชาติตะวันตก กว่าจะมาเป็นผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ เขาผ่านชีวิตที่ยากลำบากในชนบท ซึ่งหล่อหลอมให้เขามีภาวะผู้นำที่นิ่ง ลุ่มลึก ไม่โฉ่งฉ่าง แต่กล้าตัดสินใจอย่างเฉียบขาดเมื่อถึงจังหวะเวลาที่เหมาะสม (Right timing) กลยุทธ์สำคัญที่ซื้อใจประชาชนได้สำเร็จ ได้แก่:
การปราบปรามคอร์รัปชัน : ดำเนินการลงโทษผู้กระทำผิดทุจริตอย่างเด็ดขาด "ไม่ว่าเสือหรือแมลงวัน"
สงครามขจัดความยากจน : ช่วยคนในชนบทให้หลุดพ้นจากความยากจนได้ถึง 98.99 ล้านคน จนได้รับการชื่นชมจากธนาคารโลก
ในขณะที่ผู้นำยุคก่อนเน้นการสร้างและพัฒนาชาติ ยุคของสีจิ้นผิงกลับตั้งเป้าที่การ 'ฟื้นฟูชาติ' เพื่อให้จีนกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งในระดับโลก และมุ่งเน้นการรวมชาติกับไต้หวัน
โครงสร้างทรรศนะทางการเมือง: ใช้ระบบ "ทุนนิยมโดยรัฐที่มีพรรคฯเป็นใหญ่" (Party-State Capitalism) ที่ใช้การเมืองเป็นตัวนำเศรษฐกิจ
ตัดไฟแต่ต้นลม: เน้นการวางยุทธศาสตร์ระยะยาว และจัดการวิกฤติต่างๆ ก่อนจะลุกลาม เช่น การปราบปรามฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์และจัดระเบียบกลุ่มทุน
คอมมิวนิสต์ไฮเทค: นำเทคโนโลยีมาใช้จัดระเบียบสังคม ตรวจสอบสื่อออนไลน์ด้วยตำรวจไซเบอร์ และควบคุมการเล่นเกมของเยาวชนเพื่อเสถียรภาพสูงสุด
บทบาทบนเวทีโลกของจีนในยุคนี้มีความชัดเจนและแข็งกร้าวขึ้น ผ่านยุทธศาสตร์ “เส้นทางสายไหมยุคใหม่” (BRI) และการรวบรวมพันธมิตรจากกลุ่มโลกขั้วใต้ (Global South) เช่น กลุ่ม BRICS จีนไม่ต้องการสวมบทตำรวจโลก แต่หากผลประโยชน์ถูกกระทบ จีนก็พร้อมใช้ "การทูตแบบนักรบหมาป่า" เพื่อตอบโต้ทันที ดังเช่นการใช้นโยบายจำกัดการส่งออกแร่หายากไปยังสหรัฐฯ นอกจากนี้ สีจิ้นผิงยังกระตุ้นชาตินิยมและประกาศจุดยืนเด็ดขาดว่าจะไม่ยอมให้ต่างชาติเข้ามาย่ำยี หรือล้ำเส้นแดงในเรื่องไต้หวันอย่างเด็ดขาด
ในขณะเดียวกัน หากผลประโยชน์ของจีนถูกกระทบหรือถูกกระทำโดยชาติอื่น จีนจะพร้อมตอบโต้/เอาคืนแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน หรือที่เรียกกันว่า การทูตแบบนักรบหมาป่า (Wolf Warrior Diplomacy) ดังที่เห็นตัวอย่างจีนไม่ยอมก้มหัวให้สหรัฐฯ และประกาศขึ้นภาษีตอบโต้ภาษีทรัมป์ทันที และใช้หมัดเด็ด คือ การจำกัดการส่งออกแร่หายากไปสหรัฐฯ
สำหรับวิสัยทัศน์ China Vision 2035 จีนตั้งเป้าขยายพลังการซื้อด้วยการสร้างชนชั้นกลางให้เพิ่มขึ้นเป็น 800 ล้านคน ผ่านนโยบายฟื้นฟูชนบท และผลักดันประเทศสู่การเป็นผู้นำด้าน AI ทว่าจีนก็ยังคงมีความท้าทายทั้งปัญหาหนี้สินท้องถิ่น การแข่งขันที่นำไปสู่วัฒนธรรม "การนอนราบ" (ถ่างผิง) ของคนรุ่นใหม่ที่สิ้นหวัง และความตึงเครียดจากการควบคุมสังคมที่เข้มงวดเกินไป ดร.อักษรศรี ทิ้งท้ายว่าในยุคนี้ ธุรกิจไทยไม่สามารถมองข้ามจีนได้ การทำความเข้าใจโครงสร้างอำนาจ จุดแข็ง และจุดอ่อนของจีนอย่างลึกซึ้ง คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถออกแบบนโยบาย และ "แปลงจีนให้เป็นโอกาส" เพื่อการเติบโตของไทยอย่างรู้เท่าทัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผู้เชี่ยวชาญ ชี้ โอกาสทองสินค้าไทย ขยายตัว-เติบโตในตลาดจีน 1,400 ล้านคน
ยลโฉม ฉลองพระองค์ ราชินี : งดงาม เลอค่า ขณะเยือนประเทศจีน แดนมังกร