
SHORT CUT
รัฐบาลพับแผน ‘แลนด์บริดจ์’ ชี้ไม่คุ้มลงทุน NPV ติดลบกว่า 1 หมื่นล้าน เดินหน้าพัฒนาท่าเรือระนอง-รถไฟ Missing Link แทน
รัฐบาลมีมติยุติการเดินหน้าโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งเชื่อมอ่าวไทย-อันดามัน หรือ ‘แลนด์บริดจ์’ ในรูปแบบเดิม หลังผลการศึกษาพบว่าโครงการไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ มีความเสี่ยงด้านการเงิน สิ่งแวดล้อม และการดำเนินงาน พร้อมปรับทิศทางไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเดิม ได้แก่ ท่าเรือระนอง และโครงการรถไฟเชื่อมต่อ ‘Missing Link’ เพื่อยกระดับศักยภาพการขนส่งของประเทศ
เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางการขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์ พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงคมนาคม ร่วมแถลงผลการศึกษาภายหลังใช้เวลาศึกษาไม่ถึงกรอบ 90 วันที่นายกรัฐมนตรีกำหนด
นายเอกนิติ กล่าวว่า คณะกรรมการมีมติเสนอให้ยุติโครงการแลนด์บริดจ์ในรูปแบบเดิม เนื่องจากประเมินแล้วว่ามีโอกาสดำเนินโครงการได้ต่ำ และอาจสร้างภาระงบประมาณในระยะยาว โดยยืนยันว่ารัฐยังไม่ได้ลงทุนด้านการก่อสร้างหรือเวนคืนที่ดิน จึงยังไม่เกิดความเสียหายจากการลงทุน พร้อมระบุว่าโครงการขนาดใหญ่ในอนาคตควรเริ่มต้นจากการพิจารณายุทธศาสตร์ประเทศและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเชิงยุทธศาสตร์ให้ชัดเจน ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนศึกษารายโครงการ
ด้าน นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการ สศช. เปิดเผยว่า ผลการศึกษาฉบับปรับปรุงตามภาวะเศรษฐกิจโลกปี 2568 พบว่าอัตราผลตอบแทนทางการเงิน (Rate of Return) ลดลงจาก 8% เหลือเพียง 4.8% ขณะที่มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) จากเดิมที่เคยคาดว่าจะเป็นบวกกว่า 6 แสนล้านบาท กลับติดลบ 10,287 ล้านบาท สะท้อนว่าโครงการไม่มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ ปริมาณตู้สินค้าที่คาดว่าจะใช้บริการลดลงราว 15-16% ส่งผลให้ผลตอบแทนของโครงการลดลงถึง 38% อีกทั้งสายการเดินเรือรายใหญ่ของโลก 9 ใน 10 ราย ได้ตัดสินใจลงทุนในโครงการคู่แข่งแล้ว เหลือเพียงผู้ประกอบการรายเดียวที่มีส่วนแบ่งตลาดไม่มาก
ผลการศึกษายังชี้ให้เห็นความเสี่ยงด้านการปฏิบัติการ เนื่องจากการขนส่งสินค้าต้องผ่านหลายขั้นตอน ทั้งเรือ รถบรรทุก และรถไฟ โดยระยะเวลาที่คำนวณไว้ประมาณ 3 วัน ยังไม่ได้รวมความเสี่ยงจากการปฏิบัติงานจริง ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของระบบโลจิสติกส์
ในด้านสิ่งแวดล้อม คณะทำงานพบประเด็นความเสี่ยงสำคัญ 9 ด้าน โดยพื้นที่โครงการต้องพาดผ่านป่าไม้ ภูเขา และระบบนิเวศที่มีความเปราะบาง รวมถึงพื้นที่ป่าชายเลนจังหวัดระนอง ซึ่งเป็นป่าชายเลนขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ พื้นที่สงวนชีวมณฑล และพื้นที่ชุ่มน้ำระดับโลก ที่อาจได้รับผลกระทบจนกระทบต่อการผลักดันขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก นอกจากนี้ ยังอาจกระทบแหล่งปะการัง แหล่งดำน้ำระดับโลก รวมถึงแหล่งโบราณคดีใต้น้ำที่ยังไม่ได้สำรวจ
ขณะที่ผลการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนพบว่า ยังมีความเห็นแตกต่างกัน โดยกลุ่มคัดค้านกังวลเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความโปร่งใสของโครงการ จึงเสนอให้การพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ในอนาคตต้องเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นระบบ ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย และให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม
สำหรับแนวทางหลังยุติโครงการแลนด์บริดจ์ รัฐบาลจะเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่เดิมตามความต้องการของภาคเอกชน ประกอบด้วย การยกระดับท่าเรือระนองให้ใช้ศักยภาพได้เต็มประสิทธิภาพ และการพัฒนาโครงการรถไฟ ‘Missing Link’ เพื่อเชื่อมท่าเรือระนองเข้าสู่โครงข่ายรถไฟหลัก รองรับการเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างฝั่งอันดามัน อ่าวไทย และเส้นทางการค้าจากจีนตอนใต้ในอนาคต