ดูหลำ วิชาฟังเสียงปลา ภูมิปัญญาอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา

ดูหลำ วิชาฟังเสียงปลา ภูมิปัญญาอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา

หูแนบน้ำตามหาฝูงปลา รู้จัก ‘ดูหลำ’ ภูมิปัญญาชาวประมงจะนะที่ฟังเสียงใต้ทะเล และแรงบันดาลใจเบื้องหลังวิชาในปืนใหญ่จอมสลัด

SHORT CUT

  • ‘ดูหลำ’ คือวิชาฟังเสียงปลา ภูมิปัญญาชาวประมงภาคใต้ โดยเฉพาะอำเภอจะนะ จ.สงขลา ใช้การฟังเสียงและแรงสั่นสะเทือนใต้น้ำร่วมกับความรู้เรื่องลม น้ำ และฤดูกาล เพื่อค้นหาฝูงปลา
  • วิธีดูหลำต้องอาศัยประสบการณ์สูง ผู้ฟังจะลงน้ำ เอาหูจมใต้ผิวน้ำ ฟังและแยกเสียงปลา แล้วค่อยๆ หาทิศทางของฝูง ก่อนส่งสัญญาณให้เรือเข้ามาวางอวน
  • ภูมิปัญญานี้ถูกนำไปแต่งเติมในหนัง ปืนใหญ่จอมสลัด ให้กลายเป็นพลังสื่อสารและควบคุมสัตว์น้ำ ขณะที่ของจริงในปัจจุบันกำลังลดน้อยลงจากเทคโนโลยีประมงและการขาดผู้สืบทอด

หูแนบน้ำตามหาฝูงปลา รู้จัก ‘ดูหลำ’ ภูมิปัญญาชาวประมงจะนะที่ฟังเสียงใต้ทะเล และแรงบันดาลใจเบื้องหลังวิชาในปืนใหญ่จอมสลัด

หากพูดว่า บนโลกใบนี้มีคนที่สามารถเอาหูแนบน้ำทะเลและฟังเสียงปลา แล้วรู้ว่าฝูงปลาอยู่ตรงไหน หลายคนอาจคิดว่านี่เป็นพล็อตของหนังไซไฟหรือแฟนตาซี คล้ายโลกใต้น้ำใน Avatar: The Way of Water

แต่เรื่องที่ฟังดูเหลือเชื่อนี้มีอยู่จริงในประเทศไทย และไม่จำเป็นต้องอาศัยพลังวิเศษใดๆ เพราะนี่คือภูมิปัญญาที่เกิดจากประสบการณ์ของชาวประมงซึ่งใช้ชีวิตอยู่กับทะเลมาเป็นเวลานาน ศาสตร์นี้เรียกว่า ‘ดูหลำ’ หรือพูดง่ายๆ ว่า วิชาฟังเสียงปลา พบในชุมชนประมงชายฝั่งภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ตั้งแต่นครศรีธรรมราชลงไปถึงจังหวัดชายแดนใต้ โดยเฉพาะ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา

ดูหลำ คือความสามารถในการฟังและแยกแยะเสียงที่เกิดขึ้นใต้ทะเล เพื่อนำมาใช้ค้นหาตำแหน่งของฝูงปลา  ในบางพื้นที่ภาคใต้อาจมีชื่อเรียกแตกต่างออกไป เช่น ‘ยูสะแล’ ‘ยูสะหลำ’ หรือ ‘ดูลำ’ เป็นทักษะที่ต้องอาศัยการฝึกฟังซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนสามารถจดจำความแตกต่างของเสียงใต้น้ำได้ รวมถึงต้องมีความรู้เรื่องทะเล กระแสน้ำ ทิศทางลม ฤดูกาล และพฤติกรรมของปลาแต่ละชนิดประกอบกันด้วย

วิธีการของดูหลำเริ่มตั้งแต่ก่อนลงน้ำ ชาวประมงต้องประเมินก่อนว่าในช่วงฤดูกาลนั้นปลาชนิดใดน่าจะเข้ามาในพื้นที่ ลมกำลังพัดไปทางไหน น้ำขึ้นหรือน้ำลง และบริเวณใดมีโอกาสพบฝูงปลา จากนั้นจึงออกเรือไปยังจุดที่คาดไว้ เมื่อถึงบริเวณเป้าหมายจะลดเสียงหรือดับเครื่องยนต์ เพื่อให้สภาพรอบตัวเงียบที่สุด คนที่ทำหน้าที่ดูหลำจะลงไปในทะเล โดยไม่จำเป็นต้องดำน้ำลงไปลึก บางครั้งเพียงลอยตัวหรือนอนคว่ำแล้วให้หูจมอยู่ใต้ผิวน้ำ จากนั้นจึงตั้งใจฟัง หากจับเสียงที่คุ้นเคยได้ ก็จะค่อยๆ เคลื่อนตัวไปตามทิศทางของเสียง แล้วหยุดฟังซ้ำอีกหลายครั้งเพื่อหาว่าฝูงปลาอยู่บริเวณใดกันแน่ เมื่อมั่นใจว่าพบตำแหน่งของฝูงปลาแล้ว จึงส่งสัญญาณกลับไปยังคนบนเรือ เช่น การสาดน้ำหรือใช้สัญญาณที่ตกลงกันไว้ เพื่อให้เรือเข้ามาวางอวนล้อมฝูงปลา

ปลาหลายชนิดสามารถสร้างเสียงด้วยกลไกต่างๆ เช่น การทำให้ถุงลมภายในร่างกายสั่น การเสียดสีของฟันหรือส่วนแข็งของร่างกาย รวมถึงเสียงและแรงสั่นสะเทือนที่เกิดจากปลาจำนวนมากเคลื่อนตัวพร้อมกัน สิ่งเหล่านี้เดินทางผ่านน้ำได้ดี ผู้ที่มีประสบการณ์จึงสามารถเรียนรู้และจดจำรูปแบบของเสียงบางชนิดได้ มีคำบอกเล่าของดูหลำในพื้นที่จะนะว่าเสียงปลาบางชนิดฟังคล้ายเสียงข้าวกำลังเดือด หรือเป็นเสียง “ปอกแป๊ก” แตกต่างกันออกไปตามชนิดของปลา ขณะเดียวกัน ปลาบางชนิดอาจไม่ได้มีเสียงเด่นชัด แต่ดูหลำสามารถอาศัยความรู้ว่าปลาชนิดนั้นมักอยู่ร่วมกับปลาอะไร แล้วฟังเสียงของปลาที่อยู่ร่วมฝูงเพื่อคาดการณ์ตำแหน่งได้อีกด้วย

ภูมิปัญญา 'ดูหลำ' ถูกนำไปต่อยอดในภาพยนตร์ไทยฟอร์มยักษ์เรื่อง ปืนใหญ่จอมสลัด (Queens of Langkasuka) ที่เข้าฉายในประเทศไทยเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2551 (ค.ศ. 2008) โดยผู้สร้างนำพื้นฐานของดูหลำซึ่งเป็นวิชาฟังเสียงและรับรู้แรงสั่นสะเทือนใต้น้ำเพื่อค้นหาฝูงปลาของชาวประมงภาคใต้ มาจินตนาการต่อให้กลายเป็นพลังแฟนตาซี ในหนัง ผู้ฝึกดูหลำสามารถพัฒนาความสามารถจากการรับฟัง ไปสู่การ เปล่งเสียงหรือสร้างแรงสั่นสะเทือนเพื่อโต้ตอบกับสัตว์น้ำ สื่อสารกับปลา เรียกปลา ควบคุมฝูงปลา และใช้พลังเสียงเป็นเครื่องมือหรืออาวุธในการต่อสู้ จนมีลักษณะคล้าย ‘วิชากำลังภายในแห่งท้องทะเล’ ซึ่งส่วนที่เหนือธรรมชาติเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้สร้างแต่งเติมขึ้นจากภูมิปัญญาของจริง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ที่มา : wander

 

related