
SHORT CUT
BU Open House 2026 ชวนวัยมัธยมขยับจากการ 'เดินดูคณะ' ที่สนใจ มาลองสัมผัสโลกการทำงานจริง ตั้งแต่ Hacker, Creator, Techpreneur, Engineer ถึง Investor เพื่อค้นหาว่า ก่อนเลือกว่าจะเรียนอะไร เราอยากเป็นใครในโลกอนาคต
การเลือกว่าจะเรียนอะไรต่อ อาจเป็นหนึ่งในการตัดสินใจครั้งใหญ่ของเด็กมัธยม เพราะคำถามไม่ได้มีแค่ว่าชอบวิชาอะไร? แต่ยังต้องคิดต่อไปถึงโลกการทำงานที่กำลังเปลี่ยนเร็วจากเทคโนโลยี AI และอาชีพใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา
มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จึงชวนวัยมัธยมมาลองสัมผัสประสบการณ์จริงในงาน BU Open House 2026 “LEAD THE NEXT WORLD ก้าวนำโลกอนาคต ไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 4–5 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา
โจทย์ของงานปีนี้คือการทำให้ Open House เป็นพื้นที่ที่เด็กๆ ได้ ‘ลองเป็น’ ก่อนตัดสินใจเลือกเรียน ผ่านกิจกรรม Hands-on ที่จำลองโลกการทำงานจริง ตั้งแต่ Techpreneur, Hacker, Creator, Marketer, Investor ไปจนถึง Engineer ให้ได้ลองคิด ลงมือทำ และใช้เทคโนโลยีจริง เพื่อสำรวจว่าความสนใจและทักษะของตัวเองอาจไปต่อบนเส้นทางไหนได้บ้าง แทนที่จะทำความรู้จักมหาวิทยาลัยผ่านชื่อคณะหรือหลักสูตรเพียงอย่างเดียว
หนึ่งในเวทีใหญ่ของสาย Tech x Business คือการแข่งขัน Student Techpreneur BU x DEPA ความร่วมมือระหว่างคณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรม
การแข่งขันเริ่มจากเยาวชนจากโรงเรียนทั่วประเทศ ก่อนคัดเลือกเหลือ 40 โรงเรียนเข้าสู่กระบวนการพัฒนาไอเดียธุรกิจและนวัตกรรม ตั้งแต่เขียน Proposal สร้างโมเดลธุรกิจ ไปจนถึงฝึก Pitching กับผู้เชี่ยวชาญ ก่อนขึ้นเวที Final Pitching เพื่อค้นหาผู้ชนะระดับประเทศ
สิ่งที่เด็กๆ ต้องเจอจึงใกล้เคียงกับเส้นทางของคนทำ Startup จริง ตั้งแต่การมีไอเดีย ไปจนถึงคำถามสำคัญว่า ไอเดียนั้นแก้ปัญหาอะไร ทำเป็นธุรกิจได้หรือไม่ และจะอธิบายให้คนอื่นเห็นคุณค่าของมันอย่างไร
ส่วนสาย Creative & Art มีเวที Chance for Change การประกวดผลงานศิลปะจากเยาวชน 30 โรงเรียนทั่วประเทศ พร้อมนำผลงานมาจัดแสดงในหอศิลป์ ให้ความคิดสร้างสรรค์ของศิลปินรุ่นใหม่ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในห้องเรียน แต่ได้ออกมาพบกับผู้ชมจริง
เมื่อ AI และ Cybersecurity กลายเป็นทักษะสำคัญของโลกดิจิทัล คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรม จึงพาเด็กๆ ไปดูอีกด้านของโลกเทคโนโลยี ผ่าน Workshop ที่ให้ลองสวมบทบาทเป็น White Hat Hacker
ผู้เข้าร่วมต้องค้นหาช่องโหว่ วิเคราะห์สถานการณ์ และคิดวิธีป้องกันระบบจากโจทย์จำลอง ทำให้เห็นว่าการเป็นแฮกเกอร์สายขาวไม่ได้มีแค่เรื่องของทักษะทางเทคนิค แต่ยังต้องใช้การคิดวิเคราะห์และความรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของระบบและข้อมูล
ด้าน คณะวิศวกรรมศาสตร์ นำเทคโนโลยีที่ปกติอาจเห็นผ่านหน้าจอมาให้ทดลองกันตรงหน้า ตั้งแต่ Smurf Mechanical Arm การประยุกต์แขนกล Robot ให้กลายเป็นช่างภาพที่ควบคุมกล้องและสร้าง Cinematic Shot รอบตัวได้อย่างแม่นยำ ไปจนถึง Engineering Innovation Showcase ที่รวมผลงานจากรุ่นพี่
ภายในงานยังมี Humanoid & Dog Robot Show รวมถึงการสาธิต Drone และ Anti-Drone ให้เห็นภาพกว้างขึ้นว่าโลกวิศวกรรมวันนี้ไม่ได้มีแค่เครื่องจักร แต่กำลังเชื่อมเข้ากับ Robotics, Automation และเทคโนโลยีอัจฉริยะมากขึ้นเรื่อยๆ
อีกโซนที่เน้นการลงมือทำคือ HANDS-ON WORKSHOP จากคณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ และคณะนิเทศศาสตร์
เด็กๆ ได้ทดลองตั้งแต่การถ่ายทำ สร้างคอนเทนต์ ทำงานเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ไปจนถึงงานเสียง แสง และ Visual เพื่อให้เห็นว่าคอนเทนต์หนึ่งชิ้นที่เราเลื่อนผ่านบนหน้าจอ มีคนและทักษะอีกหลายด้านทำงานอยู่เบื้องหลัง
บางกิจกรรมยังจำลองการทำงานแบบเอเจนซี่ ให้รับโจทย์จากธุรกิจจริงแล้วคิดคอนเทนต์สำหรับกลุ่มเป้าหมาย เป็นโอกาสให้ได้ลองดูว่า ความชอบในการดูหนัง เล่นโซเชียล ถ่ายภาพ หรือทำคลิป สามารถพัฒนาไปเป็นทักษะทางวิชาชีพได้อย่างไร
สำหรับคนที่สนใจ Service & Hospitality คณะมนุษยศาสตร์และการจัดการการท่องเที่ยว จำลองบรรยากาศการทำงานในสายการบินและ Cooking Studio ให้ได้สัมผัสทั้งงานบริการและทักษะที่ใช้จริงในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและ Hospitality
ขณะที่ คณะนิติศาสตร์ เปลี่ยนเรื่องกฎหมายที่หลายคนอาจนึกถึงภาพการอ่านตำรา มาเป็นประสบการณ์ผ่าน ศาลจำลอง ให้เด็กๆ ได้เห็นกระบวนการในชั้นศาล และทดลองคิดวิเคราะห์ข้อกฎหมายจากสถานการณ์ที่ใกล้เคียงกับโลกจริง
ฝั่ง Business & Data คณะบริหารธุรกิจและวิทยาลัยนานาชาติจีน นำโจทย์อย่าง Content & Channel Challenge และ AI China Marketing มาให้ทดลอง เพื่อสำรวจว่าการทำธุรกิจในวันนี้ต้องเชื่อมทั้งข้อมูล เทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และความเข้าใจผู้บริโภคเข้าด้วยกันอย่างไร
คณะบัญชี ชวนทดลองใช้เครื่องมือด้าน Data Analytics และ Accounting Software รวมถึง Power BI และ Data Mining ให้เห็นว่านักบัญชียุคดิจิทัลไม่ได้ทำงานอยู่กับตัวเลขเพียงอย่างเดียว แต่ข้อมูลกำลังมีบทบาทมากขึ้นในการวิเคราะห์และช่วยตัดสินใจทางธุรกิจ
ส่วน คณะเศรษฐศาสตร์และการลงทุน จำลองสนามลงทุนผ่าน Stock Trading Game ให้ผู้เข้าร่วมซื้อขายหุ้นผ่านมือถือ ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเรียลไทม์ วิเคราะห์สถานการณ์ บริหารพอร์ต และตัดสินใจแข่งกับเวลา เพราะการเรียนรู้เรื่องการลงทุนจากกราฟหรือทฤษฎีอย่างเดียว กับการต้องตัดสินใจเมื่อสถานการณ์กำลังเปลี่ยนอยู่ตรงหน้า ให้ประสบการณ์ที่ต่างกันพอสมควร
อีกมุมของงานคือการได้ฟังจากคนที่ผ่านสนามธุรกิจมาแล้ว โดย คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ ชวนศิษย์เก่า กันย์นันทน์กช ดีชานนเจริญ CEO & Co-Founder แบรนด์ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน มาพูดคุยถึงประสบการณ์การสร้างธุรกิจ
พร้อมเรียนรู้มุมมองจากพาร์ตเนอร์ธุรกิจอย่าง TikTok Shop ตั้งแต่การพัฒนาไอเดีย ไปจนถึงการนำสินค้าเข้าสู่ตลาด เพื่อให้เห็นอีกด้านว่า การเป็นผู้ประกอบการไม่ได้จบตอนคิดสินค้าออก แต่ยังต้องเข้าใจตลาด แพลตฟอร์ม และพฤติกรรมของผู้บริโภคด้วย
สิ่งที่ BU Open House 2026 พยายามทำจึงมากกว่าการพาเดินดูห้องเรียนหรือแนะนำว่าคณะไหนเรียนอะไร แต่คือการย่อโลกการทำงานหลายแบบมาให้เด็กมัธยมได้ทดลองในช่วงเวลาสั้นๆ
บางคนอาจค้นพบว่าสิ่งที่เคยคิดว่าใช่ พอลองจริงแล้วไม่ใช่ ขณะที่บางคนอาจเจอความสนใจใหม่จากกิจกรรมที่ไม่เคยนึกถึงมาก่อน ซึ่งทั้งสองแบบต่างก็เป็นคำตอบที่มีประโยชน์ก่อนต้องตัดสินใจเลือกเส้นทางเรียนต่อ
เพราะวันนี้การเลือกเรียนต่ออาจไม่ได้มีแค่คำถามว่า 'จะเข้าคณะอะไร' แต่ต้องมองต่อไปด้วยว่า เราชอบทำอะไร ถนัดแบบไหน และอยากเห็นตัวเองทำงานอะไรในอนาคต