
SHORT CUT
ย้อนประวัติศาสตร์กว่า 400 ปีของชาวยิวในประเทศไทย จากพ่อค้ายุคอยุธยา สู่การตั้งชุมชนในกรุงเทพฯ และการขยายบทบาทของ 'ชาบัด' ในปัจจุบัน
หลักฐานที่ World Jewish Congress หรือ WJC รวบรวมไว้ ระบุว่าร่องรอยของชาวยิวในดินแดนสยามสามารถย้อนกลับไปได้ถึงช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 หรือราวยุคกรุงศรีอยุธยา
หลักฐานยุคแรกมาจากรายงานของมิชชันนารีชาวสเปนในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 1600 ซึ่งกล่าวถึงพ่อค้าชาวยิวที่อาศัยอยู่ในราชอาณาจักรสยามที่กรุงศรีอยุธยา ต่อมาในปี ค.ศ. 1683 มีหลักฐานเกี่ยวกับชาวยิวที่ระบุตัวบุคคลได้อย่างชัดเจน คือ Abraham Navarro ซึ่งเดินทางเข้ามาในสยามในฐานะล่ามของบริษัท East India Company และมีโอกาสเข้าเฝ้าราชสำนักของสมเด็จพระนารายณ์ที่ลพบุรีด้วย นับมีชาวยิวคนแรกที่มีชื่อในประวัติศาสตร์สยาม
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีชาวยิวเดินทางเข้ามาในสยามตั้งแต่หลายร้อยปีก่อน แต่ในเวลานั้นยังไม่ได้เกิดเป็น 'ชุมชนชาวยิวถาวร' อย่างชัดเจน จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 เมื่อครอบครัวชาวยิวจากยุโรปตะวันออกจำนวนหนึ่งเดินทางเข้ามาประเทศไทยราวปี ค.ศ. 1890 คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพค้าขายและเลือกตั้งถิ่นฐานในกรุงเทพฯ พร้อมมีส่วนร่วมกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจของเมืองหลวง
หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ประเทศไทยเริ่มรับชาวยิวจากพื้นที่อื่นเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะชาวยิวจากรัสเซียที่เดินทางออกจากบ้านเกิดเพื่อหนีการกดขี่และการเลือกปฏิบัติภายใต้สหภาพโซเวียต หลายคนเข้ามาตั้งถิ่นฐานในกรุงเทพฯ และประกอบธุรกิจต่าง ๆ จนประสบความสำเร็จในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 และสงครามโลกครั้งที่ 2
ช่วงทศวรรษ 1930 ประเทศไทยยังกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายของชาวยิวเยอรมันที่กำลังหลบหนีสถานการณ์ในยุโรป WJC ระบุว่า มีชาวยิวเยอรมันประมาณ 120 คนเดินทางเข้ามาในประเทศไทยด้วยความช่วยเหลือจากชาวยิวที่อาศัยอยู่ในประเทศอยู่ก่อนแล้ว แม้รัฐบาลเยอรมนีในเวลานั้นจะเรียกร้องไม่ให้ไทยรับคนกลุ่มนี้เข้าประเทศ แต่ผู้ลี้ภัยชาวยิวเหล่านี้ก็ได้รับอนุญาตให้เข้ามา นอกจากนี้ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ยังมีชาวยิวจากซีเรียและเลบานอนเดินทางมาตั้งถิ่นฐานในกรุงเทพฯ และเข้าไปประกอบธุรกิจหลายประเภท โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสิ่งทอ
แต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ทำให้ชีวิตของชาวยิวในประเทศไทยเผชิญความเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง เมื่อญี่ปุ่นเข้ามาในประเทศไทยในปี ค.ศ. 1941 ชาวยิวบางส่วนในกรุงเทพฯ ถูกควบคุมตัวในฐานะบุคคลจากประเทศฝ่ายศัตรู ขณะเดียวกัน ทหารฝ่ายสัมพันธมิตรที่เป็นชาวยิวอย่างน้อย 150 นาย ถูกคุมขังอยู่ในค่ายเชลยศึกของญี่ปุ่นที่จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อสงครามสิ้นสุดลง ชาวยิวเยอรมันส่วนใหญ่ที่เข้ามาในประเทศไทยในช่วงทศวรรษ 1930 ก็เดินทางออกจากประเทศ
หลังสงคราม ชุมชนชาวยิวในประเทศไทยเริ่มมีความหลากหลายมากขึ้น ในช่วงทศวรรษ 1950 มีชาวยิวอเมริกันเดินทางเข้ามาเพิ่มเติม ขณะเดียวกันก็มีชาวยิวจากอิรัก อิหร่าน อิสราเอล และอัฟกานิสถานเข้ามาตั้งถิ่นฐานในประเทศไทย คนกลุ่มเหล่านี้มีส่วนร่วมกับเศรษฐกิจไทยในช่วงที่ประเทศกำลังเติบโตหลังสงคราม
อีกช่วงหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาชุมชนเกิดขึ้นในทศวรรษ 1970 เมื่อทหารอเมริกันเชื้อสายยิวจำนวนหนึ่งมาประจำการในประเทศไทย พร้อมกับอนุศาสนาจารย์ทหารชาวยิว ซึ่งทำหน้าที่เสมือนแรบไบประจำชุมชนกลุ่มแรก ๆ ในประเทศไทย ช่วงเวลานี้เองที่กิจกรรมทางศาสนาและสังคมของชาวยิวเริ่มมีรูปแบบชัดเจนมากขึ้น ทั้งการตั้งโรงเรียนสอนศาสนายิวและการจัดกิจกรรมทางสังคมและศาสนาต่าง ๆ ต่อมาในช่วงปลายทศวรรษเดียวกัน ยังมีชาวยิวเปอร์เซียจากอิหร่านเดินทางเข้ามาในประเทศไทยหลังเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและการกดขี่ในประเทศของตน
เมื่อชุมชนชาวยิวในประเทศไทยพัฒนาขึ้น รูปแบบการรองรับชีวิตทางศาสนาก็มีความชัดเจนและครอบคลุมมากขึ้น โดยเฉพาะบทบาทของ ชาบัด (Chabad) ซึ่งเป็นขบวนการทางศาสนายิวสายออร์โธดอกซ์ที่มีเครือข่ายอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก จุดเด่นของชาบัดคือการจัดตั้งศูนย์ที่เรียกว่า Chabad House เพื่อเป็นทั้งสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนา ศูนย์กลางของชุมชน และจุดให้ความช่วยเหลือชาวยิวที่อาศัยหรือเดินทางอยู่ต่างประเทศ
พูดง่าย ๆ ชาบัดจึงไม่ได้ทำหน้าที่เหมือน 'วัด' หรือ 'โบสถ์' เพียงอย่างเดียว แต่เป็นพื้นที่ที่ช่วยให้ชาวยิวสามารถดำเนินชีวิตตามหลักศาสนาได้ แม้อยู่ห่างจากชุมชนชาวยิวขนาดใหญ่ ทั้งการสวดมนต์ การเรียนรู้ศาสนา การพบปะของคนในชุมชน การจัดกิจกรรมในวันสำคัญ ตลอดจนการช่วยให้เข้าถึงอาหารและบริการที่เป็นไปตามหลักศาสนายิว
ในประเทศไทย WJC ระบุว่ามี Chabad House ในกรุงเทพฯ และมีศูนย์ชาบัดในเมืองท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ และเกาะสมุย ศูนย์เหล่านี้ให้บริการสวดมนต์ มีสถานที่สำหรับพิธีชำระร่างกายตามหลักศาสนายิว หรือ mikveh รวมถึงให้บริการอาหารโคเชอร์ทั้งในวันธรรมดาและวันสะบาโต จึงมีบทบาทสำคัญในการรองรับทั้งชาวยิวที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยและนักท่องเที่ยวชาวยิวที่เดินทางเข้ามาในแต่ละปี
บุคคลสำคัญของชุมชนชาวยิวในประเทศไทยคือ Rabbi Chaim Kantor ซึ่งดำรงตำแหน่ง Executive Director ของ Jewish Association of Thailand และทำหน้าที่เป็นแรบไบประจำชุมชนชาวยิวในประเทศไทย
ปัจจุบันชีวิตของชาวยิวในประเทศไทยมีศูนย์กลางอยู่ที่กรุงเทพฯ โดยมี Jewish Association of Thailand ทำหน้าที่เป็นองค์กรตัวแทนของชุมชน และเป็นองค์กรในเครือของ World Jewish Congress
ที่มา : worldjewishcongress
ข่าวที่เกี่ยวข้อง