น้ำท่วมกรุงเทพฯ วันที่.. ‘ไรเดอร์’ ต้องสู้ชีวิต เสี่ยงรถพัง-รายได้หาย

น้ำท่วมกรุงเทพฯ วันที่.. ‘ไรเดอร์’ ต้องสู้ชีวิต เสี่ยงรถพัง-รายได้หาย

น้ำท่วมกรุงเทพฯ ไม่ได้ทำให้แค่ถนนกลายเป็นคลอง แต่กำลังทำให้ไรเดอร์ต้องเลือกระหว่างความปลอดภัยกับรายได้ ฝ่าน้ำส่งอาหาร ขณะที่ต้นทุนและความเสี่ยงเพิ่มขึ้น แต่หลักประกันยังไม่ตามมา

SHORT CUT

  • น้ำท่วมเพิ่มความเสี่ยงไรเดอร์ ถนนลื่น น้ำลึก ทัศนวิสัยลดลง และเสี่ยงรถเสียหายหรือเกิดอุบัติเหตุระหว่างส่งอาหาร
  • หยุดงานคือรายได้หาย ไรเดอร์ส่วนใหญ่มีรายได้ตามจำนวนรอบส่ง ขณะที่สถานะคู่ค้าไม่ได้รับความคุ้มครองแบบลูกจ้าง ทำให้ต้องเลือกระหว่างความปลอดภัยกับรายได้
  • ต้นทุนเพิ่ม แต่หลักประกันยังเป็นโจทย์ น้ำท่วมทำให้ค่าน้ำมัน ค่าเดินทาง และค่าซ่อมบำรุงเพิ่มขึ้น สะท้อนคำถามว่าระบบคุ้มครองคนทำงานแพลตฟอร์มควรปรับตัวอย่างไร

น้ำท่วมกรุงเทพฯ ไม่ได้ทำให้แค่ถนนกลายเป็นคลอง แต่กำลังทำให้ไรเดอร์ต้องเลือกระหว่างความปลอดภัยกับรายได้ ฝ่าน้ำส่งอาหาร ขณะที่ต้นทุนและความเสี่ยงเพิ่มขึ้น แต่หลักประกันยังไม่ตามมา

สถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ส่งผลให้หลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครมีน้ำท่วมขัง ถนนสายหลักและซอยย่อยหลายแห่งกลายสภาพเป็นทางน้ำ บางจุดมีระดับน้ำสูงถึงครึ่งล้อรถ กระทบทั้งการเดินทาง การจราจร บ้านเรือน และพื้นที่ประกอบอาชีพของประชาชน

ปัจจัยที่ทำให้สถานการณ์ระบายน้ำเป็นไปอย่างล่าช้า มีทั้งฝนตกหนักจากอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำ ลักษณะพื้นที่ของกรุงเทพฯ ที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ รวมถึงภาวะน้ำทะเลหนุน ซึ่งส่งผลต่อการระบายน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและทะเล

‘ชัชชาติ สิทธิพันธุ์’ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุเมื่อวันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา คาดว่าสถานการณ์จะค่อยๆ คลี่คลายภายใน 2-3 วัน หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ยังมีน้ำท่วมขัง คนทำงานกลางแจ้งจำนวนมากยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงในการประกอบอาชีพ หนึ่งในนั้นคือไรเดอร์ส่งอาหาร ซึ่งต้องเดินทางบนถนนที่เต็มไปด้วยน้ำเพื่อให้บริการลูกค้า

ถนนกลายเป็นคลอง ความเสี่ยงของไรเดอร์เพิ่มขึ้น

สำหรับไรเดอร์ การขับรถจักรยานยนต์ท่ามกลางน้ำท่วมไม่ได้หมายถึงเพียงการเดินทางที่ล่าช้าลง แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์อาจเสียการทรงตัวเมื่อเจอน้ำลึกหรือพื้นผิวถนนที่มองไม่เห็น ทัศนวิสัยลดลง ขณะที่เครื่องยนต์และระบบไฟฟ้าของรถอาจได้รับความเสียหายจากน้ำ

สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย จัดให้ไรเดอร์ส่งอาหารเป็นหนึ่งใน 9 อาชีพกลางแจ้งที่มีความเสี่ยงจากสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญ เช่น ถนนลื่น ทัศนวิสัยไม่ดี รวมถึงอันตรายจากสิ่งก่อสร้างหรือต้นไม้ที่อาจล้มลงในช่วงเกิดสภาพอากาศรุนแรง

นั่นทำให้ทุกเที่ยวส่งอาหารในช่วงน้ำท่วมมีต้นทุนและความเสี่ยงมากกว่าวันปกติ ขณะที่ไรเดอร์จำนวนหนึ่งยังต้องตัดสินใจว่าจะหยุดงานเพื่อความปลอดภัย หรือออกไปรับงานเพื่อรักษารายได้ในแต่ละวัน

หยุดงาน รายได้หาย โครงสร้างงานทำให้ต้องเลือกระหว่างความปลอดภัยกับรายได้

ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงความเสี่ยงจากสภาพอากาศ แต่ยังรวมถึงรูปแบบการจ้างงานของไรเดอร์ในระบบแพลตฟอร์ม งานวิจัย ไรเดอร์-ฮีโร่-โซ่ตรวน จากสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า ไรเดอร์ส่วนใหญ่ถูกจัดสถานะเป็นคู่ค้า หรือคู่สัญญากับแพลตฟอร์ม มากกว่าการเป็นลูกจ้างตามระบบการจ้างงานทั่วไป

สถานะดังกล่าวทำให้ไรเดอร์ไม่ได้รับความคุ้มครองในรูปแบบเดียวกับลูกจ้าง เช่น ค่าจ้างขั้นต่ำหรือสิทธิในการลาป่วยและลาพักผ่อน และเมื่อหยุดทำงานก็ไม่มีรายได้ประจำรองรับ รายได้จึงเชื่อมโยงกับจำนวนงานหรือรอบส่งที่ทำได้

ในสถานการณ์น้ำท่วม ความเสี่ยงจึงเกิดขึ้นพร้อมกันสองด้าน ด้านหนึ่งคือความปลอดภัยจากการทำงานบนถนนที่มีน้ำท่วมขัง อีกด้านคือรายได้ที่อาจลดลงทันทีหากตัดสินใจหยุดงาน

ผลสำรวจสภาพการทำงานที่ระบุในงานวิจัยยังพบว่า ไรเดอร์มากกว่า 1 ใน 3 เคยประสบอุบัติเหตุจากการทำงาน และเมื่อเกิดเหตุยังอาจต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเบื้องต้น เช่น ค่าซ่อมรถและค่ารักษาพยาบาล ก่อนเข้าสู่กระบวนการขอรับการชดเชยตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง

น้ำท่วมเพิ่มต้นทุน แต่รายได้ไม่ได้เพิ่มตามความเสี่ยง

แม้ในช่วงที่ประชาชนอยู่บ้าน ความต้องการใช้บริการสั่งอาหารผ่านแพลตฟอร์มอาจเพิ่มขึ้น แต่สำหรับไรเดอร์ การทำงานท่ามกลางน้ำท่วมกลับมีต้นทุนสูงขึ้นตามไปด้วย เส้นทางที่ต้องอ้อมเพื่อหลีกเลี่ยงจุดน้ำท่วมทำให้ใช้น้ำมันมากขึ้น รถต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากน้ำและความเสียหายมากกว่าเดิม ขณะที่เสื้อกันฝน รองเท้า และอุปกรณ์ป้องกันต่างๆ ต้องรับภาระการใช้งานหนักขึ้นต้นทุนเหล่านี้เกิดขึ้นในวันที่การทำงานมีความเสี่ยงมากกว่าปกติ แต่ไม่ได้หมายความว่าค่าตอบแทนต่อรอบจะปรับเพิ่มขึ้นตามต้นทุนดังกล่าวโดยอัตโนมัติ

จึงเกิดภาพที่ย้อนแย้งขึ้นในเมือง เมื่อประชาชนสามารถสั่งอาหารจากบ้านได้ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วม ขณะที่อีกด้านหนึ่งมีคนทำงานที่ต้องขี่รถฝ่าน้ำออกมาส่งอาหารถึงหน้าบ้าน

เมื่อถนนกลับมาแห้ง คำถามเรื่องหลักประกันยังไม่หายไป

สถานการณ์น้ำท่วมจึงทำให้เห็นความเปราะบางของอาชีพไรเดอร์ชัดเจนขึ้น เพราะเมื่อเกิดสภาพอากาศรุนแรง ความเสี่ยงในการทำงานเพิ่มขึ้นทันที แต่รายได้และหลักประกันของผู้ทำงานไม่ได้เพิ่มขึ้นในสัดส่วนเดียวกัน

ประเด็นนี้ยังเชื่อมโยงกับคำถามใหญ่ของเศรษฐกิจแพลตฟอร์มว่า เมื่อรูปแบบการทำงานเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ระบบคุ้มครองแรงงานควรปรับตัวอย่างไร เพื่อให้คนที่ทำงานอยู่บนแพลตฟอร์มมีหลักประกันเมื่อเจ็บป่วย ประสบอุบัติเหตุ หรือจำเป็นต้องหยุดงานจากเหตุการณ์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุม

เพราะสำหรับไรเดอร์ วันที่ฝนหยุดและน้ำลดอาจหมายถึงถนนกลับมาใช้งานได้ตามปกติ แต่โจทย์เรื่องรายได้ ความเสี่ยงจากการทำงาน และหลักประกันในการประกอบอาชีพ ยังคงเป็นปัญหาที่ต้องหาคำตอบต่อไป

related