
นี่คือความเปราะบางของเมืองและชีวิตคนทำงาน! - น้ำท่วมแฟลตคลองจั่น คอนโดเมืองยุคแรก ในยุคราวๆ 50 ปีที่แล้ว กับบทเรียนวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ปี 2569 ที่เป็นตัวย้ำๆ ถึง ความเปราะบางของเมืองและชีวิตคนทำงาน การดิ้นรน...สุดท้ายก็เจ็บ
ย้อนกลับไปในช่วงทศวรรษ 2510 กรุงเทพมหานครในช่วงเวลานั้น เผชิญหน้ากับการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว ณ วันนั้น ประชากรในเขตเมืองเพิ่มขึ้นจาก 5.5 ล้านคนเป็นกว่า 6.4 ล้านคน จากการหลั่งไหลของแรงงานต่างจังหวัดที่เข้ามาหางานทำ
ปัญหาการขาดแคลนที่อยู่อาศัยและชุมชนแออัดจึงกลายเป็นวิกฤตระดับชาติที่รัฐต้องเร่งแก้ปัญหา จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2516 เมื่อรัฐบาลจัดตั้งการเคหะแห่งชาติ (กคช.) ขึ้นเพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยและปานกลางโดยตรง
โดยเปลี่ยนนโยบายจากการไล่รื้อชุมชนเสื่อมโทรม มาเป็นการสร้างที่อยู่อาศัยราคาย่อมเยา (Low-cost Housing) และโครงการ "เคหะชุมชนคลองจั่น" ก็ถือกำเนิดขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2518–2519 บนพื้นที่ย่านบางกะปิ ซึ่งในเวลานั้นยังมีสภาพเป็นพื้นที่ชานเมือง ที่ดินราคาต่ำ และมีพื้นที่เปิดโล่งรองรับน้ำ
แฟลตคลองจั่นจึงถือเป็นผลผลิตทางประวัติศาสตร์การพัฒนาเมืองของกทม. ยุคหนึ่ง เป็น "คอนโดมิเนียมของคนเมือง" แห่งแรกๆ ของประเทศ ในยุคครึ่งศตวรรษก่อน ก่อนยุคคอนโดตามแนวรถไฟฟ้าหลายสิบปีเลยทีเดียว
โครงการนี้นับป็นรากฐานความมั่นคงให้ครอบครัวคนทำงานหลายพันครัวเรือนได้สร้างชีวิตและตั้งหลักในเมืองหลวง และที่นี่ มีเรื่องราว มีกลิ่นประวัติศาสตร์ส่วนหนึ่งของคนกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก มาอย่างยาวนาน
โครงการเคหะชุมชนคลองจั่นตั้งอยู่บนเนื้อที่ขนาดใหญ่กว่า 305 ไร่ ติดถนนเสรีไทย ตัวโครงการถูกวางผังอย่างมีระบบโดยแบ่งโซนตามระดับรายได้เพื่อประโยชน์ใช้สอยสูงสุด
อาคารแฟลต 5 ชั้น: จำนวน 30 อาคาร รวม 5,814 หน่วยพักอาศัย (ยูนิต)
- รองรับประชากรได้มากกว่า 23,000 คน
- ตัวอาคารสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กตามหลัก Form follows function เน้นใต้ถุนเปิดโล่ง ประหยัดต้นทุน
- โซนการ์เด้นท์อพาร์ทเม้นท์: ประกอบด้วยตึกแถว 3 ชั้นสำหรับผู้มีรายได้ปานกลางค่อนข้างสูง และบ้านเดี่ยวสำหรับผู้มีรายได้สูง
- ภายในโครงการเพียบพร้อมด้วยสาธารณูปโภค ตลาด สวนสาธารณะ สนามกีฬา และโรงเรียนอยู่ใกล้ๆ
เมื่อเวลาผ่านไป ชุมชนแห่งนี้ได้เติบโตเป็นระบบเศรษฐกิจขนาดย่อม เป็นฐานที่มั่นอันเข้มแข็งของคนทำงานและชาวภาคใต้ที่ย้ายถิ่นฐานเข้ามาตั้งหลักแหล่ง สร้างวัฒนธรรมสภากาแฟ ตลาดอาหารปักษ์ใต้ และประเพณีบุญสารทเดือนสิบจนเป็นเอกลักษณ์โดดเด่น
ปลายเดือนกันยายน พ.ศ. 2569 ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา แฟลตคลองจั่นบนวัยเกือบ 50 ปี ต้องเผชิญบททดสอบภัยพิบัติครั้งรุนแรงที่สุด และหนักหน่วงที่สุด เมื่อฝนตกหนักสะสมต่อเนื่อง และน้ำในคลองแสนแสบหนุนสูงขึ้นเกือบ 50 เซนติเมตร ทำให้น้ำทะลักเข้าท่วมโครงการอย่างรวดเร็ว ระดับน้ำบนถนนและทางเท้าสูงกว่า 1 เมตร บางจุดสูงถึงระดับอก
รถยนต์และจักรยานยนต์จมน้ำมิดคัน ผู้คนกว่า 4,000–5,000 ครัวเรือนถูกตัดขาด บางจุดต้องใช้ เรือ สัญจร
วิกฤตน้ำท่วมกทม.ครั้งนี้ รุนแรงยิ่งขึ้นเมื่อไฟฟ้าถูกตัดเพื่อความปลอดภัย ส่งผลให้ปั๊มน้ำประจำตึกเสีย น้ำประปาหยุดไหล จนเกิดภาพชาวบ้านต้องปีนขึ้นไปตักน้ำจากแท็งก์พักน้ำบนดาดฟ้าอาคารลงมาใช้ดื่มกินและดูแลครอบครัว ซึ่งผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติยืนยันไม่เอาผิดเนื่องจากเป็นภาวะวิกฤตฉุกเฉิน
สาเหตุสำคัญที่ทำให้แฟลตคลองจั่นท่วมหนัก ประกอบด้วย
• สภาพแอ่งกระทะกลางเมือง: เมืองรอบบางกะปิขยายตัว มีการถมที่ ยกระดับถนนรอบทิศ และสร้างอาคารใหม่แทนที่พื้นที่ซับน้ำเดิม ทำให้แฟลตคลองจั่นกลายเป็น "แอ่งกระทะ" รับน้ำ
• ความเปราะบางของอาคารเก่า 50 ปี: ระบบปั๊มน้ำ ไฟฟ้า และท่อระบายน้ำส่วนกลางชำรุดทรุดโทรมตามอายุการใช้งาน
• ซ้ำเติมคนทำงาน: สมาชิกส่วนใหญ่เป็นแรงงานและผู้ค้าขายรายย่อย เมื่อยานพาหนะและอุปกรณ์หากินจมน้ำ จึงต้องสูญเสียรายได้และแบกภาระค่าซ่อมแซม
ก้าวผ่านภัยพิบัติด้วยพลังชุมชน: ส่งต่อกำลังใจและความหวังสู่อนาคต
เหตุการณ์น้ำท่วมแฟลตคลองจั่นปี 2569 เป็นสัญญาณเตือนให้ภาครัฐหันมาปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและการจัดการภัยพิบัติสำหรับชุมชนดั้งเดิม โดยไม่ปล่อยให้ประชาชนต้องแบกรับต้นทุนเพียงลำพัง
สำหรับท่านที่ต้องการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน และผลกระทบจากอุทกภัย สามารถร่วมสมทบทุนเพื่อช่วยเหลือ ผ่านทางบัญชี
มูลนิธิเนชั่น
ธ.กรุงศรีอยุธยา เลขที่บัญชี 333-0-01399-6 หรือ
ธ.กสิกรไทย เลขที่บัญชี 192-3-59782-0
"เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน"
ที่มา : housingvm.nha.co.th chula
ข่าวที่เกี่ยวข้อง