
SHORT CUT
เจาะ “วิกฤตคุณธรรม” Gen Y ทำไมวินัย–ความรับผิดชอบอ่อนแอต่อเนื่อง 5 ปี เมื่อแรงกดดันให้เอาตัวรอดกำลังกระทบทั้งครอบครัว สังคม และโลกธุรกิจ
บางคนอาจยังไม่รู้ว่า ‘Gen Y’ กำลังถูกจับตามองในฐานะคนรุ่นที่เผชิญโจทย์ด้านคุณธรรม โดยปัญหาไม่ได้ส่งผลเพียงระดับครอบครัว แต่ยังอาจสะเทือนไปถึงองค์กรและภาคธุรกิจ
ในยุคที่โลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งความผันผวนทางเศรษฐกิจ การแข่งขันระดับโลก ตลอดจนการเข้ามาดิสรัปต์อย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI คำว่า ‘เอาตัวรอด’ กลายเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญของชีวิต
แรงกดดันรอบด้านทำให้ผู้คนต้องคิดถึงความอยู่รอดของตัวเองมากขึ้น พร้อมกับนำไปสู่คำถามสำคัญว่า เราจะเอาตัวรอดอย่างไร โดยไม่ทิ้งความเป็นมนุษย์ไว้ข้างหลัง
ประเด็นนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงในงานประชุมวิชาการประจำปี 2569 ‘THE MORAL SURVIVAL’ โดยเฉพาะสถานการณ์ด้านคุณธรรมของคนรุ่นพ่อแม่อย่าง ‘Gen Y’ ซึ่งปัจจุบันเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญที่ขับเคลื่อนทั้งสังคมและภาคธุรกิจ
เวทีเริ่มต้นด้วยหัวข้อ MORALITY IN SURVIVAL MODE : ‘คุณธรรมไทยในโลกที่บีบคั้นให้ต้องรอด’ โดย ‘รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี’ ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม ซึ่งชวนสำรวจสถานการณ์คุณธรรมของสังคมไทย พร้อมตั้งคำถามว่า เมื่อบริบทการใช้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไป คุณธรรมที่สังคมให้ความสำคัญจะยังสามารถทำหน้าที่เป็นหลักยึดในวันที่ผู้คนต้องเผชิญแรงกดดันรอบด้านได้หรือไม่
จากการนำเสนอผลสำรวจดัชนีชี้วัดคุณธรรมพฤติกรรมของคนไทย รศ.นพ.สุริยเดว ระบุว่า กลุ่มผู้ใหญ่รุ่นพ่อแม่ในช่วง Gen Y มีพฤติกรรมด้านคุณธรรมที่อ่อนแอที่สุดตามผลสำรวจ และไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะปี 2569 แต่ปรากฏแนวโน้มต่อเนื่องมาตลอด 5 ปี ตั้งแต่ปี 2565-2569
ประเด็นที่น่าจับตาเป็นพิเศษคือเรื่อง ‘วินัย’ และ ‘ความรับผิดชอบ’ โดยเฉพาะวินัยจราจรและวินัยในการจัดการสิ่งแวดล้อม
ข้อมูลดังกล่าวนำไปสู่คำถามว่า เมื่อคนกลุ่มนี้ต้องเผชิญภาวะ ‘Survival Mode’ จากแรงกดดันในโลกปัจจุบัน การทำสิ่งที่ถูกต้อง การเห็นอกเห็นใจ และการรับผิดชอบต่อผู้อื่น กำลังกลายเป็นสิ่งที่มี ‘ต้นทุน’ สูงขึ้นหรือไม่ และแรงกดดันเหล่านี้มีส่วนทำให้บางคนเลือกให้ความสำคัญกับการเอาตัวรอดของตัวเองเหนือคุณธรรมพื้นฐานหรือไม่
“ผู้ใหญ่โดยเฉพาะคนรุ่นพ่อแม่ที่อยู่ใน Gen Y มีพฤติกรรมคุณธรรมที่อ่อนแอที่สุด ไม่ใช่อ่อนแอแค่ปี 69 นะ แต่อ่อนแอมาตั้งแต่ปี 65 66 67 68 69 ต่อเนื่องกันทั้ง 5 ปี”
รศ.นพ.สุริยเดว กล่าวถึงข้อค้นพบที่สะท้อนผ่านผลสำรวจ
โจทย์ด้านคุณธรรมของคน Gen Y ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในครอบครัว เพราะคนรุ่นนี้จำนวนมากกำลังอยู่ในช่วงวัยทำงาน เป็นหัวหน้างาน ผู้บริหาร หรือมีบทบาทในการตัดสินใจภายในองค์กร
เมื่อแรงกดดันด้านผลประกอบการ ประสิทธิภาพ และการแข่งขันเพิ่มสูงขึ้น องค์กรอาจถูกขับเคลื่อนด้วยสิ่งที่เรียกว่า Business Algorithm มากขึ้น ขณะที่มิติด้านความสัมพันธ์และความเห็นอกเห็นใจระหว่างมนุษย์อาจถูกลดความสำคัญลง
ในมุมของแรงงานและพนักงานรุ่นใหม่ ความรู้สึกว่าองค์กรขาดความเห็นอกเห็นใจอาจกลายเป็นปัญหาที่กระทบความสัมพันธ์ในที่ทำงาน และนำไปสู่วงจรที่พฤติกรรมการเอาตัวรอดของผู้ใหญ่ในฐานะผู้นำองค์กรหรือพ่อแม่ถูกส่งต่อไปยังคนรุ่นถัดไป
ท้ายที่สุด สังคมจึงอาจต้องเผชิญทั้งความกดดัน ความไม่ไว้วางใจ และความไม่สมดุลระหว่าง ‘การอยู่รอด’ กับ ‘การอยู่ร่วมกัน’
สำหรับแนวทางแก้ปัญหา รศ.นพ.สุริยเดว เสนอว่า จุดเริ่มต้นไม่ควรเป็นเพียงการสั่งสอนหรือยัดเยียดกฎเกณฑ์แบบเดิม แต่ต้องเปลี่ยนกระบวนการคิดและบทบาทของผู้ใหญ่
ทั้งพ่อแม่ ครู และคนในองค์กรควรขยับจากบทบาทของ ‘ผู้สั่ง’ ไปเป็น ‘ผู้สนับสนุน’ พร้อมสร้างระบบ Moral Credit หรือ ‘คุณธรรมที่จับต้องได้’ เพื่อทำให้พฤติกรรมที่ดีได้รับการมองเห็นและมีคุณค่าในทางปฏิบัติ
เป้าหมายคือทำให้คนตั้งแต่ระดับครอบครัว องค์กร ไปจนถึงระดับประเทศ กล้าที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และสามารถรักษาคุณธรรมควบคู่ไปกับการเอาตัวรอดในโลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน
ท้ายที่สุด ไม่ว่าจะเป็นโลกธุรกิจหรือสังคม ความเชื่อใจ กติกา ความรับผิดชอบ และคุณธรรม อาจไม่ใช่เพียงทางเลือกเชิงจริยธรรมอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญของการอยู่ร่วมกัน
เพราะคำถามของยุค AI อาจไม่ใช่เพียงว่า เราจะปรับตัวให้เร็วพอหรือแข่งขันให้ชนะได้อย่างไร แต่คือ เราจะผ่านโลกที่บีบคั้นให้ต้องเอาตัวรอดไปได้อย่างไร โดยไม่สูญเสียความเป็นมนุษย์ไปเสียก่อน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง