น้ำท่วมกรุงเทพฯ ปี 2554 vs 2569 เหมือนหรือต่าง? เทียบชัด สาเหตุ ขอบเขตความเสียหาย

น้ำท่วมกรุงเทพฯ ปี 2554 vs 2569 เหมือนหรือต่าง? เทียบชัด สาเหตุ ขอบเขตความเสียหาย

น้ำท่วมกรุงเทพฯ ปี 2554 vs 2569 เหมือนหรือต่าง? เปิดภาพเทียบชัด สาเหตุ ขอบเขตความเสียหาย และระบบรับมือ จากมหาอุทกภัยครั้งใหญ่สู่เมืองที่เตรียมพร้อมมากขึ้น

SHORT CUT

  • ปี 2554 วิกฤตน้ำมหาศาล ฝนตกหนัก พายุหลายลูก และมวลน้ำจากภาคเหนือ-อีสาน ทำให้น้ำท่วมวงกว้างถึง 74 จังหวัด
  • ปี 2569 รูปแบบน้ำท่วมเปลี่ยนไป เน้นฝนตกหนักในช่วงเวลาสั้น ประกอบกับน้ำทะเลหนุน ขณะที่ปริมาณน้ำเหนือยังบริหารจัดการได้
  • ระบบรับมือพัฒนาขึ้นจากบทเรียนปี 2554 ทั้งอุโมงค์ระบายน้ำ คลอง ระบบเฝ้าระวัง เซ็นเซอร์ และกำแพงกั้นน้ำ ช่วยให้การจัดการสถานการณ์มีความพร้อมมากขึ้น

น้ำท่วมกรุงเทพฯ ปี 2554 vs 2569 เหมือนหรือต่าง? เปิดภาพเทียบชัด สาเหตุ ขอบเขตความเสียหาย และระบบรับมือ จากมหาอุทกภัยครั้งใหญ่สู่เมืองที่เตรียมพร้อมมากขึ้น

กรุงเทพมหานครเคยเผชิญมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ในปี 2554 จนกลายเป็นหนึ่งในเหตุการณ์น้ำท่วมที่สร้างความเสียหายรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศ ขณะที่ปี 2569 กรุงเทพฯ ต้องกลับมาเผชิญสถานการณ์น้ำท่วมอีกครั้ง แต่ภาพที่เกิดขึ้นไม่ได้เหมือนเดิมทั้งหมด

เมื่อเทียบกันทั้งต้นเหตุ ปริมาณน้ำ ขอบเขตผลกระทบ และระบบรับมือ จะเห็นว่าโจทย์ของน้ำท่วมกรุงเทพฯ เปลี่ยนไปอย่างมาก จากปี 2554 ที่เป็นวิกฤตน้ำขนาดใหญ่จากหลายปัจจัยซ้อนกัน สู่ปี 2569 ที่ลักษณะเด่นอยู่ที่ฝนตกหนักในช่วงเวลาสั้นและการระบายน้ำในเขตเมือง

ปี 2554 มวลน้ำมหาศาลจากหลายปัจจัย

มหาอุทกภัยปี 2554 ไม่ได้เกิดจากฝนตกหนักในกรุงเทพฯ เพียงอย่างเดียว แต่เป็นสถานการณ์ที่มีหลายปัจจัยเกิดขึ้นพร้อมกัน ทั้งฝนที่ตกมากผิดปกติ พายุหลายลูกที่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย รวมถึงปริมาณน้ำจำนวนมากจากพื้นที่ตอนบนของประเทศที่ไหลลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดมวลน้ำสะสมในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลาง ก่อนเคลื่อนลงสู่พื้นที่ลุ่มต่ำ ขณะที่ระบบระบายน้ำและแนวป้องกันน้ำในเวลานั้นยังมีข้อจำกัด ส่งผลให้กรุงเทพฯ และพื้นที่โดยรอบได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง

กรมชลประทาน ระบุว่า หลังเหตุการณ์ปี 2554 ได้มีการผลักดันแผนบรรเทาอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างหลายโครงการ เพื่อเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำจากพื้นที่ตอนบนลงสู่ทะเล และลดความเสียหายจากน้ำท่วมในอนาคต

ปี 2569 โจทย์เปลี่ยนจากมวลน้ำก้อนใหญ่ สู่ฝนหนักระยะสั้น

สำหรับปี 2569 ลักษณะของสถานการณ์แตกต่างจากปี 2554 โดยประเด็นสำคัญอยู่ที่ฝนตกหนักในช่วงเวลาสั้นและการระบายน้ำในพื้นที่เมือง ขณะที่ปริมาณน้ำเหนือไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับมหาอุทกภัยปี 2554

 

กรุงเทพฯ จึงต้องรับมือกับน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างรวดเร็วในพื้นที่เมือง ประกอบกับปัจจัยอย่างระดับน้ำในแม่น้ำและภาวะน้ำทะเลหนุน ซึ่งล้วนมีผลต่อประสิทธิภาพการระบายน้ำออกจากพื้นที่

อย่างไรก็ตาม การนำปรากฏการณ์เอลนีโญมาเป็นสาเหตุโดยตรงของน้ำท่วมปี 2569 จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวัง เพราะกรมอุตุนิยมวิทยามีการติดตามสถานการณ์ ENSO รายเดือน และข้อมูลช่วงต้นปี 2569 ระบุถึงสภาวะลานีญาที่กำลังเปลี่ยนผ่านกลับเข้าสู่ภาวะปกติ จึงควรอธิบายปัจจัยภูมิอากาศร่วมกับข้อมูลฝนและสภาพน้ำในช่วงที่เกิดเหตุ มากกว่าฟันธงจาก ENSO เพียงปัจจัยเดียว

2554 น้ำท่วมระดับประเทศ แต่ 2569 เน้นผลกระทบในเมือง

ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดคือ “ขนาดของพื้นที่ได้รับผลกระทบ”

ปี 2554 เป็นอุทกภัยขนาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบในวงกว้างทั่วประเทศ โดยพื้นที่ภาคกลางและกรุงเทพฯ ต้องเผชิญกับมวลน้ำจำนวนมากเป็นเวลานาน หลายพื้นที่มีน้ำท่วมขังต่อเนื่องจนกระทบต่อบ้านเรือน การเดินทาง ภาคอุตสาหกรรม และกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

ขณะที่ปี 2569 สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ มีลักษณะเป็นน้ำท่วมขังและน้ำรอการระบายในหลายพื้นที่ โดยความรุนแรงและระยะเวลาขึ้นอยู่กับปริมาณฝนและศักยภาพการระบายของแต่ละพื้นที่

ระบบตรวจวัดน้ำท่วมของกรุงเทพมหานครในปัจจุบันมีการติดตามระดับน้ำบนถนน จุดวัดน้ำในอุโมงค์ และกล้อง CCTV เพื่อใช้ติดตามสถานการณ์แบบพื้นที่ต่อพื้นที่ สะท้อนว่าการรับมือในปัจจุบันมีข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจมากกว่าในอดีต

สิ่งที่เปลี่ยนไป คือ “ระบบรับมือ”

บทเรียนจากปี 2554 ทำให้การบริหารจัดการน้ำของไทยและกรุงเทพมหานครต้องพัฒนาขึ้น ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ระบบติดตามสถานการณ์ และการวางแผนระบายน้ำ

กรุงเทพมหานครมีการจัดทำบัญชีจุดเสี่ยงน้ำท่วม โดยข้อมูลปัจจุบันระบุจุดเสี่ยง 737 จุด ซึ่งมาจากการถอดบทเรียนสถานการณ์น้ำท่วมในปี 2565 และนำมาใช้ประกอบการวางแผนแก้ไขปัญหาและจัดลำดับความสำคัญของพื้นที่เสี่ยง

ขณะเดียวกัน กรุงเทพมหานครมีระบบตรวจวัดระดับน้ำและติดตามสถานการณ์ผ่านศูนย์ข้อมูล รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการระบายน้ำที่ได้รับการพัฒนาเพิ่มเติมตลอดช่วงที่ผ่านมา

ส่วนแนวป้องกันน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย และคลองมหาสวัสดิ์ มีความยาวรวมประมาณ 88 กิโลเมตร โดย กทม. ระบุว่ายังมีบางช่วงที่เป็นแนวฟันหลอ ซึ่งเป็นจุดที่ต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะในช่วงน้ำทะเลหนุนหรือมีน้ำจากพื้นที่ตอนบนไหลลงมา

2554 คือบทเรียน 2569 คือบททดสอบระบบ

หากมองภาพรวม น้ำท่วมกรุงเทพฯ ปี 2554 และปี 2569 จึงไม่ใช่สถานการณ์เดียวกันที่เกิดซ้ำในรูปแบบเดิม

ปี 2554 คือวิกฤตน้ำขนาดใหญ่ที่เกิดจากมวลน้ำและปัจจัยหลายด้านสะสมพร้อมกัน ขณะที่ปี 2569 สถานการณ์มีลักษณะเฉพาะของน้ำฝนในเมืองและความสามารถในการระบายน้ำในช่วงเวลาสั้น

สิ่งที่เหมือนกันคือกรุงเทพฯ ยังคงเป็นเมืองที่มีความเสี่ยงต่อน้ำท่วมจากทั้งฝนตกหนัก น้ำเหนือ และน้ำทะเลหนุน แต่สิ่งที่ต่างออกไปอย่างชัดเจนคือ “ระบบรับมือ”

ประสบการณ์จากมหาอุทกภัยปี 2554 กลายเป็นบทเรียนให้หน่วยงานรัฐลงทุนทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบตรวจวัด และการบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น คำถามสำคัญในปี 2569 อาจไม่ใช่เพียงว่า กรุงเทพฯ จะท่วมเหมือนปี 2554 หรือไม่ แต่คือ เมื่อฝนหนักและน้ำมาเร็วขึ้น เมืองสามารถระบายน้ำได้เร็วเพียงใด และระบบที่สร้างขึ้นหลังบทเรียนปี 2554 จะรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้มากแค่ไหน

สำหรับท่านที่ต้องการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน และผลกระทบจากอุทกภัย สามารถร่วมสมทบทุนเพื่อช่วยเหลือ ผ่านทางบัญชี

.

มูลนิธิเนชั่น

ธ.กรุงศรีอยุธยา เลขที่บัญชี 333-0-01399-6 หรือ

ธ.กสิกรไทย เลขที่บัญชี 192-3-59782-0

.

"เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน"

 

related