โอ้กะจู๋ ปรับใหญ่รอบ 13 ปี เพิ่มเมนูไซซ์เล็ก ราคาใหม่ ไม่มี Service Charge

โอ้กะจู๋ ปรับใหญ่รอบ 13 ปี เพิ่มเมนูไซซ์เล็ก ราคาใหม่ ไม่มี Service Charge

เมื่อ ‘อาหารจานใหญ่’ อาจไม่ตอบโจทย์ทุกมื้อ โอ้กะจู๋ปรับเกมรอบ 13 ปี ให้มากินคนเดียวง่ายขึ้น เพิ่มไซซ์เล็ก ไม่มี Service Charge และกลับมากินซ้ำบ่อยขึ้น

SHORT CUT

  • โอ้กะจู๋ปรับตัวครั้งใหญ่ในรอบ 13 ปี โดยเพิ่มเมนูขนาดเล็กลง เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่มาคนเดียวหรือต้องการความหลากหลาย ทำให้สามารถแวะทานได้บ่อยขึ้น
  • ยกเลิกการเก็บค่าบริการ (Service Charge) และปรับราคาสุทธิให้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ทำให้ลูกค้าจ่ายตามราคาที่เห็นในเมนูโดยไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง
  • การเปลี่ยนแปลงนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความถี่ในการกลับมาใช้บริการของลูกค้า โดยยังคงคุณภาพวัตถุดิบออร์แกนิกจากฟาร์มเช่นเดิม

เมื่อ ‘อาหารจานใหญ่’ อาจไม่ตอบโจทย์ทุกมื้อ โอ้กะจู๋ปรับเกมรอบ 13 ปี ให้มากินคนเดียวง่ายขึ้น เพิ่มไซซ์เล็ก ไม่มี Service Charge และกลับมากินซ้ำบ่อยขึ้น

โอ้กะจู๋ปรับอะไรใหม่ในปี 2569?

ใครคุ้นกับ 'โอ้กะจู๋' ในภาพของสลัดชามโต อาหารจานใหญ่จนหลายเมนูต้องสั่งมาแบ่งกันกิน รอบนี้อาจเห็นอะไรเปลี่ยนไปพอสมควร

แต่พฤติกรรมการกินของคนวันนี้เริ่มเปลี่ยน มื้อหนึ่งอาจมากินคนเดียว อยากสั่งหลายอย่างแต่ไม่อยากได้จานใหญ่ หรือมองหาราคาที่ตัดสินใจง่ายขึ้น ขณะที่ร้านอาหารเองก็ต้องหาวิธีทำให้ลูกค้ากลับมาได้บ่อยกว่าเดิม

ล่าสุดโอ้กะจู๋ประกาศปรับเมนูและบริการครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เปิดสาขาแรกที่เชียงใหม่เมื่อปี 2556 ภายใต้แนวคิด ‘Same Roots, New Moves’ ตั้งแต่การเพิ่มเมนู ลดขนาดอาหารลง เพิ่ม Side Dish และ Add-on ให้เลือก รวมถึงปรับราคาให้รวม VAT และไม่มี Service Charge โดยเริ่มพร้อมกันทุกสาขาทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม 2569

พูดง่าย ๆ คือ โอ้กะจู๋กำลังขยับจากภาพของร้านที่ต้องชวนกันมากินจานใหญ่ ไปหามื้ออาหารที่แวะกินได้ง่ายขึ้นในชีวิตประจำวัน

‘โอ้กะจู๋’ จานเล็กลง เลือกง่ายขึ้น

อู๋ ชลากร เอกชัยพัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด (มหาชน) หรือ OKJ ระบุว่า บริษัทนำความคิดเห็น ข้อมูลและเสียงของลูกค้าที่เก็บมาตลอด ทั้งเรื่องเมนู ขนาดอาหาร ราคา และประสบการณ์ภายในร้าน แต่ยังคงคุณภาพทั้งวัตถุดิบและผักออร์แกนิกจากฟาร์มของบริษัท

จุดที่เห็นชัดที่สุดคือเรื่อง ‘ขนาดอาหาร’ โอ้กะจู๋เติบโตมากับภาพของอาหารจานใหญ่ เหมาะกับการมาหลายคน แต่เมื่อคนกินข้าวคนเดียวมากขึ้น หรืออยากสั่งอาหารในปริมาณพอดีกับหนึ่งมื้อ จานใหญ่ก็อาจกลายเป็นข้อจำกัดได้เหมือนกัน

เมนูสเต๊กก็ถูกปรับใหม่ พร้อมเพิ่มเมนูและตัวเลือกอาหารให้ครอบคลุมตั้งแต่มาคนเดียว มากับเพื่อน ไปจนถึงครอบครัว และปรับการบริการให้เร็วขึ้น เช่นเดียวกับปรับราคาและยกเลิก Service Charge ลูกค้าจะเห็นตั้งแต่ตอนสั่งว่าจานนี้ราคาเท่าไร และจ่ายจริงตามราคานั้น

โอ้กะจู๋ ปรับใหญ่รอบ 13 ปี เพิ่มเมนูไซซ์เล็ก ราคาใหม่ ไม่มี Service Charge

ทำไมโอ้กะจู๋จึงปรับเมนูและขนาดอาหาร?

เหตุผลหนึ่งที่ 'โอ้กะจู๋' ปรับรอบนี้มาจากการแข่งขันในตลาดร้านอาหารที่สูงขึ้น ข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่า ตลาดร้านอาหารไทยในปี 2568 มีมูลค่ากว่า 5.72 แสนล้านบาท เติบโต 4.8% จากปีก่อน ขณะเดียวกันผู้บริโภคมีตัวเลือกมากขึ้น ตั้งแต่ร้านอาหารเต็มรูปแบบ ร้านจานด่วน เดลิเวอรี ไปจนถึงแบรนด์สุขภาพที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

สำหรับร้านที่เติบโตมาจากจุดขายเรื่องอาหารสุขภาพและวัตถุดิบออร์แกนิกจากฟาร์มของบริษัทในเชียงใหม่ และบริหารวัตถุดิบตั้งแต่ฟาร์มจนถึงร้านตามระบบ Farm-to-Table

 การรักษาฐานลูกค้าเดิมอย่างเดียวอาจไม่พอ เพราะการแข่งขันของร้านอาหารวันนี้ กินพื้นที่ตั้งแต่ “วันนี้จะกินอะไร” ไปจนถึง “มื้อนี้จ่ายเท่าไร”

เป้าหมายคือทำให้ลูกค้ากลับมาบ่อยขึ้น

ในมุมธุรกิจ โอ้กะจู๋กำลังพยายามเพิ่มความถี่ในการกลับมาใช้บริการบ่อยขึ้น ตั้งเป้าเพิ่มทั้ง Repeat Rate หรืออัตราการกลับมาใช้บริการซ้ำ และ Customer Lifetime Value หรือมูลค่าที่ลูกค้าหนึ่งคนใช้จ่ายกับแบรนด์ตลอดช่วงเวลาที่เป็นลูกค้า จากร้านที่หลายคนอาจเลือกเมื่อมากันเป็นกลุ่ม ให้มีตัวเลือกสำหรับมื้อทั่วไปมากขึ้น เปิดทางให้ลูกค้าจัดมื้ออาหารตามงบและความอยากของตัวเองได้มากกว่าเดิม

โอ้กะจู๋ ปรับใหญ่รอบ 13 ปี เพิ่มเมนูไซซ์เล็ก ราคาใหม่ ไม่มี Service Charge

รวมสมาชิก 5 แบรนด์ไว้ในเบอร์เดียว

อีกส่วนที่โอ้กะจู๋ขยับพร้อมกันคือระบบสมาชิก ‘OKJ TOGETHER’ ซึ่งรวมสมาชิกของ 5 แบรนด์ในเครือ ได้แก่ โอ้กะจู๋, โอ้ จู๊ซ, โจ วิงส์, โอ้กะจู๋ แรปแอนด์โรล และกริลล์ แอนด์ กราวด์ เข้าไว้ด้วยกัน

ระบบใช้แนวคิด ‘1 เบอร์ = 1 Member’ สมาชิกจึงใช้บัญชีเดียวกันข้ามแบรนด์ในเครือได้

ปัจจุบัน OKJ มีสมาชิกมากกว่า 452,000 ราย และปรับการสะสมคะแนนใหม่ จากเดิมใช้จ่าย 500 บาท ได้ 1 คะแนน มาเป็นทุก 80 บาท ได้ 1 คะแนน พร้อม 1 ดาว

ส่วนจำนวนสาขา ทั้ง 5 แบรนด์มีรวมกันมากกว่า 85 สาขาทั่วประเทศ ณ เดือนกันยายน 2569 และบริษัทคาดว่าจะเพิ่มเป็นมากกว่า 90 สาขาภายในสิ้นปี

โอ้กะจู๋ ปรับใหญ่รอบ 13 ปี เพิ่มเมนูไซซ์เล็ก ราคาใหม่ ไม่มี Service Charge

13 ปีผ่านไป โจทย์ใหม่คือทำอย่างไรให้ ‘กินง่ายขึ้น’

โอ้กะจู๋เริ่มต้นจากเชียงใหม่เมื่อปี 2556 และสร้างชื่อจากอาหารสุขภาพ ผักออร์แกนิก และจานขนาดใหญ่ จนกลายเป็นภาพจำที่แข็งแรงมากของแบรนด์

13 ปีต่อมา ภาพจำเดียวกันนั้นกำลังถูกนำมาปรับใหม่ ผักจากฟาร์มยังอยู่ อาหารสุขภาพยังเป็นแกนหลัก จานใหญ่ก็ยังมี เพียงแต่เพิ่มทางเลือกสำหรับวันที่ลูกค้ามาคนเดียว อยากกินน้อยลง มีงบต่างกัน หรือแค่อยากรู้ตั้งแต่เปิดเมนูว่ามื้อนี้จะจ่ายเท่าไร

“การเปลี่ยนแปลงที่ดีที่สุด คือการเปลี่ยนเพื่อทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับลูกค้าดีขึ้น” 

สำหรับ โอ้กะจู๋ การปรับใหญ่รอบ 13 ปีจึงมีเดิมพันค่อนข้างตรงไปตรงมา จากร้านที่หลายคนนึกถึงเมื่ออยากกินอาหารสุขภาพจานใหญ่ สู่การขยับเข้าไปอยู่ในตัวเลือกของมื้อธรรมดาได้บ่อยแค่ไหน

โอ้กะจู๋ ปรับใหญ่รอบ 13 ปี เพิ่มเมนูไซซ์เล็ก ราคาใหม่ ไม่มี Service Charge

related