
SHORT CUT
รัฐ-เอกชนประสานเสียง หนุนเก็บ 'ค่าธรรมเนียมท่องเที่ยว' จากชาวต่างชาติ 450 บาท คาดสร้างรายได้ 8,000 ล้านบาทต่อปี ต่อยอดพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวไทย
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยกระทรวงสาธารณสุข และตัวแทนภาคเอกชนชั้นนำ ร่วมประชุมหารือแลกเปลี่ยนแนวทางจัดเก็บ 'ค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยว' จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อสรุปทิศทางการดำเนินงานต่อเนื่องจากการรับฟังความคิดเห็นผ่านช่องทางออนไลน์ที่สิ้นสุดเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 ซึ่งผลปรากฏว่ามีประชาชนเห็นด้วยกับร่างประกาศดังกล่าวสูงถึง 80.50% โดยทุกภาคส่วนเห็นพ้องให้เดินหน้ามาตรการนี้เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานการท่องเที่ยว คุ้มครองความปลอดภัยของผู้เดินทาง และลดภาระภาษีของประชาชนคนไทยอย่างยั่งยืน
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวถือเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศแล้วกว่า 22 ล้านคน สร้างรายได้ทะลุ 1 ล้านล้านบาท การจัดเก็บค่าธรรมเนียมท่องเที่ยวตามมาตรฐานสากลซึ่งดำเนินการอยู่ในกว่า 80 ประเทศทั่วโลก จะเป็นกลไกสำคัญในการนำรายได้กลับมาดูแลความปลอดภัย พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว และช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขของสถานพยาบาลภาครัฐจากอุบัติเหตุของชาวต่างชาติ
โดยสาระสำคัญของร่างประกาศฯ กำหนดจัดเก็บค่าธรรมเนียมในอัตรา 450 บาทต่อคน เฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางอากาศเป็นลำดับแรกเมื่อประกาศมีผลบังคับใช้ ส่วนช่องทางทางบกและทางน้ำจะชะลอการจัดเก็บไว้เป็นเวลา 1 ปี ขณะที่ผลการรับฟังความคิดเห็นออนไลน์จากผู้ตอบแบบสอบถามเกือบ 6,000 คน พบว่าร้อยละ 78.30 เห็นด้วยกับอัตราดังกล่าว และส่วนใหญ่หนุนให้จัดเก็บรวมไปกับบัตรโดยสารเครื่องบินเพื่อลดความล่าช้า ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง
รายได้จากการจัดเก็บหลังหักค่าบริหารจัดการและค่าประกันภัย คาดว่าจะเหลือเม็ดเงินเข้ากองทุนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยไม่ต่ำกว่า 8,000 ล้านบาทต่อปี โดยจะถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนหลัก ได้แก่ การนำไปจัดหาประกันภัยคุ้มครองนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ชำระค่าธรรมเนียม เพื่อปกป้องกรณีเสียชีวิตและชดเชยค่ารักษาพยาบาล ซึ่งจะประสานกับระบบสาธารณสุขให้สามารถเบิกจ่ายและตรวจสอบสิทธิได้จริง และส่วนที่สองจะนำไปใช้อนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และพัฒนาชุมชนท่องเที่ยวทั่วประเทศ
ด้านตัวแทนภาคเอกชนได้ให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมแก่กระทรวงฯ โดยขอให้พิจารณากำหนดอัตราค่าธรรมเนียมที่ไม่กระทบต่อการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยว การยกเว้นค่าธรรมเนียมแก่ผู้ค้าและผู้เดินทางข้ามแดนตามชายแดน ตลอดจนการสื่อสารรายละเอียดเงื่อนไขประกันภัยให้ชัดเจน ทั้งนี้ เอกชนได้เน้นย้ำถึงความโปร่งใส โดยขอให้มีการเปิดเผยข้อมูลรายรับ การเบิกจ่าย และผลการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวต่อสาธารณะ ซึ่งกระทรวงฯ จะนำข้อสรุปทั้งหมดไปปรับปรุงร่างประกาศฯ ให้สมบูรณ์ ก่อนเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาอนุมัติตามขั้นตอนต่อไป