
SHORT CUT
เกิดเหตุระทึกขวัญ กบฏฮูตียิงขีปนาวุธถล่มสนามบินริยาด เมืองหลวงซาอุดีอาระเบีย ดับ 12 ราย บาดเจ็บ 309 ราย ทางการสั่งปิดให้บริการชั่วคราว พร้อมยกเลิกเที่ยวบินระนาว
เหตุการณ์ความไม่สงบครั้งใหญ่ปะทุขึ้นเมื่อช่วงค่ำของวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืนที่ผ่านมา เมื่อกลุ่มกบฏฮูตีได้ยิงขีปนาวุธกว่า 2 ลูก พุ่งเป้าโจมตีเข้าใส่อาคารผู้โดยสารหลังที่ 3 และอาคารผู้โดยสารหลังที่ 4 ของท่าอากาศยานนานาชาติคิง คาลิด ในกรุงริยาด ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศซาอุดีอาระเบียอย่างจัง สร้างความตื่นตระหนกและโกลาหลไปทั่วทั้งสนามบิน
องค์การการบินพลเรือนแห่งชาติ ประเทศซาอุดีอาระเบีย แถลงยืนยันตัวเลขความสูญเสียว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 309 ราย โดยในกลุ่มผู้เสียชีวิตแบ่งเป็นชาวซาอุดีอาระเบีย 4 ราย และชาวต่างชาติอีก 8 ราย ประกอบด้วยชาวบังกลาเทศ 2 ราย รวมถึงชาวสหรัฐอเมริกา, อียิปต์, จอร์แดน, ซีเรีย, ปาเลสไตน์ และซูดาน ประเทศละ 1 ราย ขณะที่ผู้บาดเจ็บทั้ง 309 คน ถูกเร่งนำตัวส่งรักษาตามโรงพยาบาลหลายแห่ง และพบว่ามีบางส่วนอยู่ในอาการวิกฤต
แรงระเบิดได้สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อโครงสร้างพื้นฐานและทรัพย์สินภายในท่าอากาศยาน ทางการจึงสั่งระงับการให้บริการเป็นการชั่วคราวทันที เพื่อตรวจสอบระบบความปลอดภัยและประเมินขอบเขตความเสียหาย วิกฤตครั้งนี้ส่งผลให้เที่ยวบินทั้งขาเข้าและขาออกถูกยกเลิกมากกว่า 260 เที่ยวบิน มีเที่ยวบินล่าช้ากว่า 209 เที่ยวบิน และส่งผลกระทบต่อการเดินทางของผู้โดยสารมากกว่า 8,000,000 คน ในสนามบินนานาชาติคิง คาลิด
เหตุการณ์นี้นับเป็นการโจมตีที่ร้ายแรงที่สุดในรอบ 20 ปีของซาอุดีอาระเบีย ที่น่าตกใจคือ นี่เป็นการโจมตีสนามบินคิง คาลิด เป็นครั้งที่ 2 ภายในเวลาเพียง 4 วันเท่านั้น นับตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม ซึ่งการโจมตีระลอกแรกครั้งนั้นได้คร่าชีวิตกัปตันเครื่องบินชาวซาอุฯ ไป 3 ราย (ที่สนามบินคิง คาลิด 1 ราย และสนามบินนานาชาติอับฮา 2 ราย) พร้อมทั้งสร้างความเสียหายแก่เครื่องบินของสายการบินซาอุดี แอร์ไลน์ ทั้งลำ
รายงานข่าวระบุชัดเจนว่า กลุ่มผู้ลงมือก่อเหตุคือกลุ่มกบฏฮูตี ซึ่งเป็นกองกำลังติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากประเทศอิหร่าน โดยในความขัดแย้งระลอกล่าสุดนี้ กลุ่มกบฏฮูตีได้เปลี่ยนยุทธวิธีมาเป็นการล็อกเป้าหมายท่าอากาศยานนานาชาติเป็นเป้าหมายหลักในการโจมตี
หลังเกิดเหตุ กองกำลังพันธมิตรทางทหารนำโดยกองทัพซาอุดีอาระเบีย รัฐบาลเยเมน และกลุ่มชาติอาหรับ ได้เปิดปฏิบัติการตอบโต้ทางทหารทันที ทั้งการโจมตีทางอากาศและการโจมตีภาคพื้นดิน เข้าใส่ฐานที่มั่นของกลุ่มกบฏฮูตีใกล้ช่องแคบบับเอลมันเดบ ฝั่งทะเลแดง ล่าสุดสามารถรุกคืบและยึดคืนท่าเรือทะเลแดงในเมืองโมคาได้สำเร็จ พร้อมประกาศเป้าหมายกวาดล้างและถอนรากถอนโคนกลุ่มกบฏฮูตี ซึ่งปัจจุบันยึดครองพื้นที่ที่มีประชากรราว 70% ของเยเมน รวมถึงกรุงซานา
สถานการณ์ความรุนแรงดังกล่าวส่งแรงกระเพื่อมไปถึงระดับโลก ทำเนียบขาว สหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับรายงานสรุปสถานการณ์การโจมตีสนามบินริยาดแล้ว โดยผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐอเมริกาอาจจะพิจารณาและจะทำการตัดสินใจอย่างรวดเร็วต่อสถานการณ์นี้