จีนโชว์รถยนต์บินได้-หุ่นยนต์ Humanoid เปิดโอกาสธุรกิจไทยในฉงชิ่ง

จีนโชว์รถยนต์บินได้-หุ่นยนต์ Humanoid เปิดโอกาสธุรกิจไทยในฉงชิ่ง

สำรวจเทคโนโลยีจีน รถยนต์บินได้ eVTOL หุ่นยนต์ Humanoid H.O.W. และเมืองเศรษฐกิจแห่งอนาคต เปิดมุมมองผู้นำเทคโนโลยีจากฉงชิ่ง พร้อมเจาะโอกาสลงทุนของธุรกิจไทย ตั้งแต่ไทยทาวน์ EV ไปจนถึงการพัฒนาเทคโนโลยีร่วมกัน

SHORT CUT

  • จีนนำเสนอเทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น รถยนต์บินได้ (eVTOL) ที่บินได้ไกล 200 กม. และหุ่นยนต์ Humanoid ที่พัฒนาสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์
  • นครฉงชิ่งเปิดโอกาสทางธุรกิจให้ไทยผ่านโครงการ 'ไทยทาวน์ในฉงชิ่ง' เพื่อดึงดูดผู้ประกอบการร้านอาหารและธุรกิจที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมไทย
  • เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมในห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมใหม่ เช่น การผลิตชิ้นส่วนหุ่นยนต์ และธุรกิจบริการหลังการขายรถยนต์ไฟฟ้า

สำรวจเทคโนโลยีจีน รถยนต์บินได้ eVTOL หุ่นยนต์ Humanoid H.O.W. และเมืองเศรษฐกิจแห่งอนาคต เปิดมุมมองผู้นำเทคโนโลยีจากฉงชิ่ง พร้อมเจาะโอกาสลงทุนของธุรกิจไทย ตั้งแต่ไทยทาวน์ EV ไปจนถึงการพัฒนาเทคโนโลยีร่วมกัน

ถ้าพูดถึงเทคโนโลยีจีนเมื่อสิบกว่าปีก่อน หลายคนอาจยังนึกถึงโรงงานผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์หรืออุตสาหกรรมที่เน้นการผลิตจำนวนมาก แต่ภาพของจีนในวันนี้เปลี่ยนไปมาก

หุ่นยนต์ที่เดินสองขา เต้นรำ พับผ้า หรือทำงานร่วมกับมนุษย์ได้ กำลังถูกพัฒนาให้เข้าสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ ขณะที่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าก้าวไปถึงการทดลองรถยนต์บินได้ และเริ่มมองหาพื้นที่การเดินทางแห่งใหม่เหนือน่านฟ้าเมืองใหญ่

เทคโนโลยีเหล่านี้อาจดูเหมือนเรื่องไกลตัวสำหรับผู้ประกอบการไทย แต่เมื่อมองลึกลงไปในกระบวนการผลิต การพัฒนาเทคโนโลยี และบริการที่ต้องรองรับอุตสาหกรรมใหม่ กลับพบว่ามีโอกาสทางธุรกิจอีกหลายส่วนที่ไทยสามารถเข้าไปมีบทบาทได้

ประเด็นนี้ถูกหยิบมาพูดคุยในงานเสวนา “China’s Next Chapter: Unlock the Opportunities through the City of Future” จัดโดย H.O.W. (House of Wisdom) คอมมูนิตี้นักธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญที่ก่อตั้งโดย ธนา เธียรอัจฉริยะ และเรืองโรจน์ พูนผล โดยเชิญผู้แทนภาครัฐ ผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยี และผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนจากจีน มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกับนักธุรกิจและนักลงทุนไทย

เมืองฉงชิ่ง ประเทศจีน มีความสำคัญต่อธุรกิจไทยอย่างไร?

หนึ่งในเมืองที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ ฉงชิ่ง (Chongqing) มหานครทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ซึ่งกำลังผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล ยานยนต์ไฟฟ้า ระบบขนส่งอัจฉริยะ และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีแห่งอนาคต

ธนา เธียรอัจฉริยะ ผู้ร่วมก่อตั้ง H.O.W. มองว่า จีนเป็นหนึ่งในประเทศที่ผู้ประกอบการไทยควรติดตามความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องการขยายตลาดหรือสร้างพันธมิตรในจีน การได้รับข้อมูลจากผู้ที่ทำงานอยู่ในอุตสาหกรรมโดยตรงจะช่วยให้เข้าใจทั้งโอกาสและทิศทางของตลาดได้มากขึ้น

จีนโชว์รถยนต์บินได้-หุ่นยนต์ Humanoid เปิดโอกาสธุรกิจไทยในฉงชิ่ง

โครงการไทยทาวน์ในฉงชิ่งคืออะไร?

หนึ่งในโอกาสที่อยู่ใกล้ตัวธุรกิจไทยมากที่สุดอาจเป็นเรื่องอาหาร การท่องเที่ยว และวัฒนธรรม ฉงชิ่งอยากมี ‘ไทยทาวน์’ ดึงร้านอาหารและวัฒนธรรมไทยเข้าตลาดจีน

หวัง กั๋วชิ่ง ผู้แทนสภาประชาชนเขตหยูจง นครฉงชิ่ง ระบุว่า ฉงชิ่งมีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาราว 500 ล้านครั้งต่อปี โดยเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 5 ล้านคน ขณะที่หลังจีนใช้นโยบายยกเว้นวีซ่าในปี 2024 จำนวนนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปฉงชิ่งเพิ่มขึ้น 72% ตามข้อมูลที่นำเสนอในงาน

อย่างไรก็ตาม ตลาดท่องเที่ยวส่วนใหญ่ของฉงชิ่งยังเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งกลายเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจที่สามารถนำเสนอประสบการณ์จากต่างประเทศได้โดยไม่ต้องเดินทางออกนอกจีน

จึงเกิดแนวคิดพัฒนา โครงการไทยทาวน์ (Thai Town) ในย่านชาซีเซี่ยง (Chashixiang) เพื่อดึงผู้ประกอบการไทยเข้าไปเปิดร้านค้า ร้านอาหาร และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมไทย

แนวคิดของโครงการคือการนำประสบการณ์แบบไทยเข้าไปให้ผู้บริโภคชาวจีนสัมผัสโดยตรง ทั้งอาหารไทยที่ปรุงโดยคนไทย สินค้าไทย และกิจกรรมทางวัฒนธรรม

หลิว ตันจู ผู้ช่วยผู้แทนสภาประชาชนเขตหยูจง อธิบายว่า ภาครัฐของฉงชิ่งมีแนวทางสนับสนุนโครงการทั้งด้านอสังหาริมทรัพย์ นโยบาย และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปลงทุน

สำหรับธุรกิจไทย โครงการลักษณะนี้อาจเป็นช่องทางเข้าสู่ตลาดผู้บริโภคจีนโดยตรง โดยเฉพาะผู้ประกอบการอาหารและบริการที่มีจุดแข็งด้านประสบการณ์และวัฒนธรรมไทย

อย่างไรก็ตาม การเข้าไปลงทุนยังต้องพิจารณากำลังซื้อ พฤติกรรมผู้บริโภค ต้นทุนดำเนินงาน และการแข่งขันในพื้นที่จริงด้วย

จีนโชว์รถยนต์บินได้-หุ่นยนต์ Humanoid เปิดโอกาสธุรกิจไทยในฉงชิ่ง

หุ่นยนต์ Humanoid ของจีน เริ่มจากของโชว์สู่การทำงานจริง

อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจคือ Humanoid Robotics หรือหุ่นยนต์รูปร่างคล้ายมนุษย์ ซึ่งบริษัทเทคโนโลยีจีนกำลังเร่งพัฒนาให้สามารถทำงานได้หลากหลายมากขึ้น

โอเวน จ้าน ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Anhui Zuxing Robot Group เปิดเผยถึงการพัฒนาหุ่นยนต์จูซิง (ZX) ซึ่งผลิตในเมืองอู๋ซี ประเทศจีน โดยออกแบบให้มีรูปร่างและการเคลื่อนไหวคล้ายมนุษย์ และสามารถนำไปใช้งานในเชิงพาณิชย์ได้

ปัจจุบันบริษัทนำเสนอการใช้งานหุ่นยนต์ในหลายรูปแบบ ตั้งแต่ภาคการศึกษา พิพิธภัณฑ์ งานวิจัย และกิจกรรมการตลาด ไปจนถึงงานในชีวิตประจำวัน เช่น พับผ้า เทขยะ และอยู่เป็นเพื่อนมนุษย์

ในภาคอุตสาหกรรม หุ่นยนต์ยังถูกพัฒนาให้รองรับงานยกของหนัก ประกอบชิ้นส่วน และเข้าไปปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงอันตราย

ส่วนการใช้งานที่พบได้ในกิจกรรมเชิงพาณิชย์ ได้แก่ การเต้นรำ การเตะฟุตบอล การแนะนำสินค้า และการทำหน้าที่ให้ข้อมูลแก่ผู้ใช้บริการ

โอเวนระบุว่า หุ่นยนต์ ZX มีราคาอยู่ที่ประมาณ 7,000–8,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 235,900–269,600 บาท ตามอัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้ในการนำเสนอ

ระดับราคาดังกล่าวทำให้บริษัทมองว่า หุ่นยนต์คล้ายมนุษย์มีโอกาสเข้าถึงผู้ใช้งานได้กว้างขึ้นในอนาคต คล้ายกับการขยายตัวของสมาร์ตโฟนและรถยนต์ไฟฟ้า

แต่การที่หุ่นยนต์สามารถเต้นหรือเคลื่อนไหวได้คล้ายมนุษย์ ยังเป็นคนละเรื่องกับความสามารถในการทำงานที่ซับซ้อนได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะงานที่ต้องอาศัยความแม่นยำ ความปลอดภัย และการตัดสินใจในสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

สำหรับประเทศไทย โอเวนมองเห็นโอกาสความร่วมมือในด้านการผลิตและจัดหาชิ้นส่วนหุ่นยนต์ รวมถึงภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการนำหุ่นยนต์เข้าไปช่วยทำงาน การพัฒนาอุตสาหกรรมนี้ยังต้องอาศัยบุคลากรที่มีความรู้ด้านซอฟต์แวร์ ข้อมูล วิศวกรรม และระบบควบคุม ซึ่งเป็นอีกด้านที่ไทยสามารถพัฒนาความร่วมมือกับจีนได้

รถยนต์บินได้ (eVTOL) บินได้ 200 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

รถยนต์บินได้ ชาร์จครั้งเดียวบิน 200 กิโลเมตร จีนมองไกลถึงตลาดเชิงพาณิชย์

จากหุ่นยนต์มาถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ จีนกำลังพัฒนาเทคโนโลยีที่อาจเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางในอนาคต ซิน หลี่ ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจ บริษัท China Automobile Development United Investment (CDUI) เล่าถึงการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมรถยนต์จีน จากช่วงที่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากยุโรปและสหรัฐอเมริกา มาสู่การพัฒนานวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของตัวเอง

หนึ่งในแนวทางสำคัญคือการรวมความร่วมมือระหว่างผู้ผลิตรถยนต์ 13 บริษัท ผ่านการจัดตั้ง CDUI โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานด้านการพัฒนาของจีน

ปัจจุบันจีนมีความก้าวหน้าในการพัฒนาแบตเตอรี่ ระบบชาร์จความเร็วสูง และเทคโนโลยีเปลี่ยนแบตเตอรี่ โดยซิน หลี่ ยกตัวอย่างเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่สามารถชาร์จประมาณ 10 นาที เพื่อรองรับระยะทางวิ่ง 500 กิโลเมตร ทั้งนี้ สมรรถนะจริงขึ้นอยู่กับรุ่นรถ แบตเตอรี่ และเงื่อนไขการใช้งาน

ขณะที่เทคโนโลยีอีกประเภทซึ่งกำลังถูกจับตาคือ eVTOL (Electric Vertical Take-Off and Landing) หรืออากาศยานไฟฟ้าที่สามารถขึ้นลงในแนวดิ่ง ซึ่งมักถูกเรียกรวม ๆ ว่า รถยนต์บินได้

ตามข้อมูลที่ซิน หลี่ นำเสนอ ต้นแบบที่อยู่ระหว่างการพัฒนามีคุณสมบัติ ได้แก่

  • บินได้ไกลสูงสุดประมาณ 200 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
  • ความเร็วสูงสุดประมาณ 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • รองรับน้ำหนักบรรทุกประมาณ 220 กิโลกรัม
  • มีแนวคิดการสั่งงานบางส่วนผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน

จีนกำลังให้ความสนใจกับอุตสาหกรรมการบินระดับต่ำ หรือ Low-altitude Economy ซึ่งครอบคลุมการใช้ประโยชน์จากอากาศยานที่บินในระดับความสูงต่ำ ทั้งการขนส่ง การเดินทาง และบริการรูปแบบใหม่

ซิน หลี่ มองว่า เมื่อการจราจรบนถนนในเมืองใหญ่เริ่มมีข้อจำกัด การใช้พื้นที่ทางอากาศจึงเป็นหนึ่งในแนวทางที่อาจช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทาง

อย่างไรก็ตาม รถยนต์บินได้ยังมีโจทย์สำคัญที่ต้องแก้ก่อนเปิดให้บริการอย่างแพร่หลาย ทั้งกฎระเบียบและใบอนุญาต ระบบควบคุมการบิน จุดขึ้นลง และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง

เขาคาดการณ์ว่า เทคโนโลยีประเภทนี้อาจเริ่มเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ได้ภายในอีก 5–6 ปี แต่ระยะเวลาดังกล่าวยังเป็นการประเมินของผู้ประกอบการ และขึ้นอยู่กับความพร้อมของเทคโนโลยีและกฎระเบียบในแต่ละพื้นที่

โอเวน จ้าน ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Anhui Zuxing Robot Group

รถ EV จีนบุกไทย โอกาสอยู่ที่อะไหล่ บริการหลังการขาย และซัพพลายเชน

สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ความเชื่อมโยงระหว่างไทยกับจีนเกิดขึ้นแล้วในปัจจุบัน ซิน หลี่ ระบุว่า ผู้ผลิตรถยนต์มากกว่าครึ่งหนึ่งในเครือข่ายของ CDUI มีฐานการผลิตอยู่ในประเทศไทย โดยมองว่าไทยมีข้อได้เปรียบจากการเป็นฐานการผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวา และเป็นจุดเชื่อมต่อไปยังตลาดอาเซียน

เขายังระบุว่า ไทยมีอัตราการเข้าถึงตลาดรถยนต์ไฟฟ้าประมาณ 12% ตามข้อมูลที่นำเสนอในงาน

อย่างไรก็ตาม การตั้งโรงงานผลิตรถยนต์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรม เพราะเมื่อมีรถยนต์เข้าสู่ตลาดมากขึ้น ธุรกิจที่เกี่ยวข้องก็ต้องเติบโตตามไปด้วย

ตั้งแต่ศูนย์บริการหลังการขาย การซ่อมบำรุง การจัดหาอะไหล่ การพัฒนาบุคลากร ไปจนถึงเครือข่ายซัพพลายเออร์ในประเทศ

นี่เป็นพื้นที่ที่ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าไปมีบทบาทได้ โดยเฉพาะธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญด้านการบริการและการจัดการระบบหลังการขาย

จีนมองหาพาร์ทเนอร์ร่วมลงทุนด้านเทคโนโลยี เลิกคิดแค่จ้างผลิต 

อีกประเด็นที่ถูกหยิบขึ้นมาพูดถึงคือ รูปแบบความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างไทยกับจีนในอนาคต เฉา เหวินเซี่ย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการประยุกต์ใช้เศรษฐกิจดิจิทัลเอเชียแปซิฟิก มองว่า ผู้ประกอบการไทยควรขยายแนวคิดจากการจ้างโรงงานจีนผลิตสินค้า หรือ OEM แล้วนำกลับมาจำหน่ายในไทย ไปสู่การลงทุนและพัฒนาเทคโนโลยีร่วมกัน

แนวคิดดังกล่าวถูกเรียกว่า Technology Co-existence ซึ่งมุ่งให้ธุรกิจจากทั้งสองประเทศนำความเชี่ยวชาญของตัวเองมาพัฒนาสินค้า บริการ และตลาดร่วมกัน

3 ธุรกิจไทยกลุ่มไหนมีโอกาสเติบโตจากความร่วมมือกับจีน?

1. เกษตรและเทคโนโลยีอาหาร

จีนมีตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่และมีความต้องการอาหารคุณภาพสูง ผู้ประกอบการไทยจึงมีโอกาสนำเทคโนโลยีการเกษตรและอาหารเข้ามาช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้า โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีจุดเด่นด้านรสชาติ คุณภาพ และมาตรฐานการผลิต

2. การแพทย์และการดูแลผู้สูงอายุ

การเข้าสู่สังคมสูงวัยของจีนทำให้ธุรกิจด้านสุขภาพ การดูแลผู้สูงอายุ และเทคโนโลยีช่วยเหลือในชีวิตประจำวันมีโอกาสขยายตัว

ธุรกิจไทยที่มีประสบการณ์ด้านบริการสุขภาพและการดูแลผู้สูงอายุอาจสามารถพัฒนาความร่วมมือกับผู้ประกอบการจีน ทั้งด้านเทคโนโลยีและรูปแบบบริการ

3. หัตถศิลป์และซอฟต์พาวเวอร์ไทย

สินค้าเชิงวัฒนธรรม งานหัตถศิลป์ และความคิดสร้างสรรค์ของไทยเป็นอีกกลุ่มที่มีโอกาสเข้าสู่ตลาดจีน

การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยด้านการออกแบบ การผลิต การตลาด และการเข้าถึงผู้บริโภค อาจช่วยให้ผู้ประกอบการไทยขยายตลาดได้กว้างขึ้น โดยยังรักษาเอกลักษณ์ของสินค้าไว้

เหอ เลี่ย รองประธานบริหารคณะกรรมการระหว่างประเทศ สมาคมการลงทุนแห่งประเทศจีน (Investment Association of China: IAC) กล่าวว่า แนวทางความร่วมมือที่จีนให้ความสำคัญคือการนำจุดแข็งของแต่ละฝ่ายมาเติมเต็มกัน โดยไทยมีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการและการบริการ ขณะที่จีนมีความพร้อมด้านเทคโนโลยีและห่วงโซ่อุปทาน

หวัง กั๋วชิ่ง ผู้แทนสภาประชาชนเขตหยูจง

ธุรกิจไทยกลุ่มไหนมีโอกาสเติบโตจากความร่วมมืออุตสาหกรรมแห่งอนาคตกับจีน?

จากไทยทาวน์ในฉงชิ่ง ไปจนถึงหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ รถยนต์ไฟฟ้า และอากาศยาน eVTOL สิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญจีนหยิบมานำเสนอในเวที H.O.W. มีจุดร่วมคือความต้องการสร้างความร่วมมือทางธุรกิจกับผู้ประกอบการจากต่างประเทศ

สำหรับประเทศไทย โอกาสเหล่านี้มีระดับความพร้อมแตกต่างกัน บางธุรกิจสามารถเริ่มต้นได้ทันที เช่น ร้านอาหาร การท่องเที่ยว และบริการหลังการขายรถยนต์ไฟฟ้า ขณะที่อุตสาหกรรมหุ่นยนต์และรถยนต์บินได้ยังต้องอาศัยการพัฒนาเทคโนโลยี บุคลากร และกฎระเบียบอีกมาก

ผู้ประกอบการไทยจึงต้องประเมินให้ชัดว่าธุรกิจของตัวเองมีความเชี่ยวชาญด้านใด และสามารถเข้าไปสร้างมูลค่าในห่วงโซ่อุตสาหกรรมของจีนได้อย่างไร

เพราะแม้จีนจะเป็นตลาดขนาดใหญ่และมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสูง แต่ขนาดของตลาดเพียงอย่างเดียวก็ไม่ได้รับประกันความสำเร็จของธุรกิจที่เข้าไปลงทุน

สิ่งที่น่าติดตามต่อจากนี้คือ เมื่อจีนเริ่มมองหาพันธมิตรในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ผู้ประกอบการไทยจะสามารถขยับจากบทบาทผู้ซื้อเทคโนโลยีและฐานการผลิต ไปสู่การเป็นผู้ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีได้มากเพียงใด

related