เปิดใจผู้ผลิต ‘แทรกเตอร์ไฟฟ้าไทยแท้’ TACT หลังถูกดราม่าจัดซื้อ

เปิดใจผู้ผลิต ‘แทรกเตอร์ไฟฟ้าไทยแท้’ TACT หลังถูกดราม่าจัดซื้อ

เปิดใจผู้ผลิต ‘แทรกเตอร์ไฟฟ้าไทยแท้’ TACT หลังถูกโยงดราม่าจัดซื้อรถแทรกเตอร์ EV งบหมื่นล้าน ชี้แจงทุกข้อสงสัยชาวนา ยืนยันนวัตกรรมไทยใช้งานได้จริงในแปลงเกษตร

SHORT CUT

  • TACT ยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับดราม่างบประมาณภาครัฐ บริษัทระบุว่าไม่ได้เป็นผู้จัดทำงบประมาณหรือยื่นเสนอราคาตามที่เป็นข่าว พร้อมขอให้แยกข้อถกเถียงเรื่องการจัดซื้อออกจากเทคโนโลยีแทรกเตอร์ไฟฟ้าที่พัฒนาโดยคนไทย
  • แทรกเตอร์ไฟฟ้าไทยถูกพัฒนาให้ใช้งานในไร่นาจริง ผ่านการทดสอบในพื้นที่เกษตร สามารถทำงานในดินเหนียวและพื้นที่หล่ม มีระบบชาร์จเคลื่อนที่ รวมถึงใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศจำนวนมากเพื่อให้ง่ายต่อการซ่อมบำรุง
  • TACT ระบุว่าแทรกเตอร์ไฟฟ้าถูกส่งออกไปทำตลาดในมาเลเซียแล้ว และมองว่าการสนับสนุนห่วงโซ่การผลิตในประเทศจะช่วยลดต้นทุนพลังงานของเกษตรกร พร้อมสร้างงาน องค์ความรู้ และมูลค่าทางเศรษฐกิจภายในประเทศ

เปิดใจผู้ผลิต ‘แทรกเตอร์ไฟฟ้าไทยแท้’ TACT หลังถูกโยงดราม่าจัดซื้อรถแทรกเตอร์ EV งบหมื่นล้าน ชี้แจงทุกข้อสงสัยชาวนา ยืนยันนวัตกรรมไทยใช้งานได้จริงในแปลงเกษตร

ประเด็นโครงการจัดหาเครื่องจักรกลการเกษตรระบบพลังงานไฟฟ้าของภาครัฐกำลังเป็นที่ถกเถียงในโลกออนไลน์ หลังมีการเผยแพร่ภาพ ‘รถแทรกเตอร์ไฟฟ้ายี่ห้อ TACT’ ประกอบการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเมืองและการใช้งบประมาณภาครัฐ โดยเฉพาะประเด็นงบประมาณ 8,000 ล้านบาท ที่นำไปสู่ข้อสงสัยว่ารถแทรกเตอร์ไฟฟ้าจะมีราคาสูงถึงคันละ 16 ล้านบาทจริงหรือไม่? 

แม้จะมีการชี้แจงว่าตัวเลข 500 ที่ถูกนำมาคำนวณหมายถึงศูนย์บริการหรือจุดให้บริการชุมชน ไม่ใช่จำนวนรถแทรกเตอร์โดยตรง แต่ประเด็นดังกล่าวยังชวนให้สังคมตั้งคำถามว่า งบประมาณทั้งหมดครอบคลุมค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง และโครงการนี้มีรายละเอียดการจัดซื้อที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และคุ้มค่ากับเงินภาษีประชาชนมากน้อยเพียงใด?

เปิดใจผู้ผลิต ‘แทรกเตอร์ไฟฟ้าไทยแท้’ TACT หลังถูกดราม่าจัดซื้อ

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด นายกิ่งเพชร เหมโพธิรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย อชิเทค จำกัด (TACT) ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง โดยระบุว่าบริษัทเป็นผู้พัฒนายานยนต์เกษตรไฟฟ้าสัญชาติไทย และต้องการแยกประเด็นเรื่องเทคโนโลยีของบริษัทออกจากข้อถกเถียงทางการเมืองและงบประมาณ พร้อมตอบข้อสงสัยของเกษตรกรเกี่ยวกับการใช้งานจริง การซ่อมบำรุง ระบบชาร์จ และแหล่งอะไหล่

 

วอนสังคมแยกแยะ ‘ดราม่างบประมาณ’ ออกจาก ‘เทคโนโลยีฝีมือคนไทย’

นายกิ่งเพชรระบุว่า จุดเริ่มต้นของบริษัทมาจากโรงงานแปรรูปโลหะและการผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักรกลการเกษตรให้กับแบรนด์ระดับโลกมายาวนานกว่า 30 ปี พร้อมยืนยันว่า TACT ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการจัดทำงบประมาณของภาครัฐ และไม่ได้เป็นผู้ยื่นเสนอราคาตามที่ปรากฏเป็นข่าว

สำหรับรถที่ปรากฏตามสื่อต่าง ๆ บริษัทระบุว่าเป็นแทรกเตอร์ไฟฟ้ารุ่น KIN40CS และ KIN48 ซึ่งวิจัยและพัฒนาขึ้นที่โรงงานในจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยจุดประสงค์ของการพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวคือการสร้างทางเลือกเพื่อลดต้นทุนด้านพลังงานให้กับเกษตรกรไทย

 นายกิ่งเพชรจึงขอให้สังคมแยกการพิจารณาตัวเทคโนโลยีและผลงานของผู้ประกอบการไทยออกจากข้อถกเถียงทางการเมืองที่กำลังเกิดขึ้น

เปิดใจผู้ผลิต ‘แทรกเตอร์ไฟฟ้าไทยแท้’ TACT หลังถูกดราม่าจัดซื้อ

คำถามสำคัญของชาวนา ถ้าเครื่องเสียแล้วใครซ่อม?

นอกเหนือจากเรื่องงบประมาณ อีกประเด็นที่ถูกตั้งคำถามคือความเหมาะสมของรถแทรกเตอร์ไฟฟ้ากับชีวิตจริงของเกษตรกร โดยเฉพาะหากเป็นการใช้งานผ่านโครงการภาครัฐ เกษตรกรอาจเผชิญปัญหาการรอคิวใช้เครื่องจักร รวมถึงความกังวลว่าเมื่อเครื่องเสียจะต้องรออะไหล่เป็นเวลานานหรือไม่

ในประเด็นนี้ TACT ยอมรับว่าเรื่องการบริหารจัดการ การกระจายคิว และค่าใช้จ่ายในระดับพื้นที่เป็นสิ่งที่ภาครัฐต้องออกแบบให้รอบคอบ แต่ในส่วนที่ผู้ผลิตสามารถรับผิดชอบได้ บริษัทพยายามแก้ปัญหาเรื่องการซ่อมบำรุงตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ . บริษัทระบุว่า ชิ้นส่วนสำคัญจำนวนมาก ทั้งโครงสร้างแชสซีส์ งานกลึง เฟือง เกียร์ส่งกำลัง ชุดสายไฟ และอุปกรณ์ต่อพ่วง ผลิตจากโรงงานของบริษัทและซัพพลายเออร์ภายในประเทศไทยเกือบทั้งหมด ส่วนที่ยังต้องนำเข้า ได้แก่ แบตเตอรี่ ระบบขับเคลื่อน และชุดควบคุมไฟฟ้าขั้นสูง

แนวทางดังกล่าวทำให้บริษัทมองว่าสามารถสำรองอะไหล่และให้บริการได้รวดเร็วกว่าเครื่องจักรที่พึ่งพาชิ้นส่วนนำเข้าจากต่างประเทศเป็นหลัก

เปิดใจผู้ผลิต ‘แทรกเตอร์ไฟฟ้าไทยแท้’ TACT หลังถูกดราม่าจัดซื้อ

รถแทรกเตอร์ไฟฟ้า ‘ลุยนาหล่ม’ ได้จริงหรือ?

อีกคำถามสำคัญคือ รถแทรกเตอร์ไฟฟ้าจะเหมาะกับสภาพไร่นาของไทยหรือไม่ โดยเฉพาะพื้นที่ดินเหนียว นาน้ำ และพื้นที่หล่ม ซึ่งต้องอาศัยแรงลากจูงสูงในการทำงาน

TACT ระบุว่า จุดเด่นของมอเตอร์ไฟฟ้าคือสามารถให้แรงบิดสูงตั้งแต่รอบต่ำ หรือ Instant Torque และรถได้ผ่านการทดสอบสมรรถนะร่วมกับศูนย์จักรกลเกษตรแห่งชาติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน รวมถึงการทำงานจริงร่วมกับกลุ่มหมอดิน จังหวัดสุพรรณบุรี ของกรมพัฒนาที่ดิน

ตามข้อมูลที่บริษัทเปิดเผย ผลการทดสอบพบว่ารถสามารถลากจูงผานไถในพื้นที่ดินเหนียวจัดได้ และบริษัทระบุว่ามีการใช้พลังงานต่ำกว่าเครื่องยนต์สันดาปแบบเดิม

แล้วจะชาร์จไฟกลางทุ่งนาอย่างไร?

อีกข้อจำกัดสำคัญของรถแทรกเตอร์ไฟฟ้าคือเรื่องแหล่งพลังงาน เพราะพื้นที่เกษตรจำนวนมากอยู่ห่างจากสถานีชาร์จหรือระบบไฟฟ้าที่รองรับการชาร์จกำลังสูง

TACT ระบุว่า บริษัทได้รับทุนวิจัยจาก สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) เพื่อพัฒนา ‘Hybrid Mobile Charger’ หรือเครื่องชาร์จเคลื่อนที่แบบไฮบริด ซึ่งทำหน้าที่เสมือนสถานีพลังงานเคลื่อนที่ สามารถลากไปยังพื้นที่ทำการเกษตรและชาร์จรถได้ถึงบริเวณหัวแปลง

ระบบดังกล่าวมีความจุพลังงานมากกว่า 800 kWh ต่อการเติมน้ำมันดีเซลเต็มถังของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และได้รับการออกแบบให้รองรับทั้งรถแทรกเตอร์ ยานพาหนะ และโดรนเพื่อการเกษตร

จากฝีมือคนไทย สู่ตลาดมาเลเซียในชื่อ ‘Terra Glide EV Tractor’

นอกจากการพัฒนาเพื่อใช้งานในประเทศไทย นายกิ่งเพชรเปิดเผยว่า TACT ได้ส่งออกรถแทรกเตอร์พลังงานไฟฟ้าเข้าสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ในประเทศมาเลเซีย โดยร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่นอย่าง MKR ภายใต้ชื่อ ‘Terra Glide EV Tractor’ ซึ่งเปิดตัวทำตลาดอย่างเป็นทางการแล้ว

ภาพข่าวสถานีโทรทัศน์ Berita RTM มาเลเซีย ขณะสัมภาษณ์รัฐมนตรี/ผู้บริหารหน้ารถ Terra Glide EV

บริษัทมองว่า การเข้าสู่ตลาดต่างประเทศถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนศักยภาพของเทคโนโลยีและวิศวกรรมไทย รวมถึงความเป็นไปได้ที่เครื่องจักรกลการเกษตรพลังงานไฟฟ้าที่พัฒนาในประเทศจะสามารถแข่งขันในตลาดต่างประเทศได้

เดิมพันอนาคตเกษตรกรไทย ด้วยพลังห่วงโซ่การผลิตในประเทศ

นายกิ่งเพชรกล่าวว่า กว่าจะมาถึงวันที่เทคโนโลยีของ TACT สามารถนำมาใช้งานได้จริง ประเทศไทยได้ลงทุนกับการวิจัยและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งผ่าน สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) ตลอดจนมาตรการส่งเสริมการลงทุนจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)

การลงทุนเหล่านี้จึงไม่ควรหยุดอยู่เพียงงานวิจัยหรือต้นแบบ แต่ควรถูกต่อยอดไปสู่เทคโนโลยีที่สามารถนำมาใช้งานจริงในภาคเกษตร และสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจกลับคืนสู่ประเทศ

สำหรับ TACT เป้าหมายจึงไม่ได้อยู่ที่การเติบโตของบริษัทเพียงอย่างเดียว แต่คือการทำให้เกษตรกรไทยมีทางเลือกใหม่ในการลดต้นทุนด้านพลังงาน โดยเฉพาะในวันที่ค่าน้ำมันยังเป็นหนึ่งในภาระสำคัญของการทำเกษตร

หากประเทศไทยต้องการเดินหน้าไปสู่พลังงานสะอาดอย่างจริงจัง การสนับสนุนสินค้าที่ใช้วัตถุดิบและห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ หรือ Made in Thailand ก็เป็นอีกกลไกที่จะช่วยให้ประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้กระจายไปสู่เศรษฐกิจไทยในวงกว้าง

เพราะเมื่อเครื่องจักรหนึ่งคันสามารถผลิตและพัฒนาขึ้นจากห่วงโซ่อุปทานในประเทศ เงินที่ถูกใช้ไปย่อมไม่ได้จบลงเพียงที่ผู้ผลิต แต่ยังหมุนเวียนต่อไปถึงโรงงานเหล็ก โรงกลึง ผู้ผลิตชิ้นส่วน ช่างเทคนิค ตลอดจนวิศวกรไทยรุ่นใหม่ เกิดเป็นทั้งการจ้างงาน การสะสมองค์ความรู้ และการสร้างฐานอุตสาหกรรมใหม่ที่อาจต่อยอดไปสู่หนึ่งใน New S-Curve ของประเทศได้ในอนาคต

ไม่ใช่แค่ ‘ล้ำ’ แต่ต้องใช้ได้จริงและซ่อมได้จริง

ขณะเดียวกัน การพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับภาคเกษตรไม่ได้มีโจทย์เพียงเรื่องความทันสมัย แต่ต้องตอบโจทย์สภาพการใช้งานจริงของเกษตรกรไทย ทั้งภูมิอากาศ สภาพดิน ความชื้น ไปจนถึงข้อจำกัดเรื่องการซ่อมบำรุงในพื้นที่ชนบท

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ TACT ระบุว่า บริษัทเลือกออกแบบเครื่องจักรโดยใช้ชีวิตจริงของเกษตรกรเป็นจุดตั้งต้น ตั้งแต่โครงสร้าง กลไก ระบบส่งกำลัง ไปจนถึงจุดยึดอุปกรณ์ต่อพ่วง โดยพยายามพัฒนาบนพื้นฐานของอะไหล่และมาตรฐานที่ช่างในประเทศไทยคุ้นเคย

แนวคิดคือ เมื่อเกิดปัญหา เกษตรกรไม่ควรต้องรออะไหล่เฉพาะทางหรือส่งเครื่องกลับไปยังศูนย์บริการที่อยู่ห่างไกล ช่างในชุมชนควรสามารถดูแลระบบกลไกพื้นฐานและหาอะไหล่เทียบมาทดแทนได้ ขณะที่ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าก็ต้องรองรับสภาพแวดล้อมของภาคเกษตรไทย ซึ่งต้องเผชิญทั้งน้ำ ความชื้น ฝุ่น และการใช้งานกลางแจ้งเป็นประจำ

แนวคิดสำคัญจึงไม่ใช่การสร้างเครื่องจักรที่ ‘ล้ำยุคที่สุด’ แต่เป็นการสร้างเทคโนโลยีที่ ใช้งานได้จริง ซ่อมได้จริง และช่วยลดรายจ่ายได้จริง

เปลี่ยนค่าน้ำมัน สู่เงินทุนที่เหลืออยู่ในมือเกษตรกร

สำหรับเกษตรกร ต้นทุนพลังงานไม่ใช่เพียงตัวเลขบนกระดาษ แต่คือเงินสดที่ต้องจ่ายออกไปในแต่ละวัน หากเครื่องจักรพลังงานไฟฟ้าสามารถช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันได้ เงินที่เคยต้องจ่ายเป็นค่าน้ำมันก็อาจเปลี่ยนกลับมาเป็นเงินทุนสำหรับซื้อปุ๋ย จ่ายค่ายา ลงทุนในรอบการผลิตครั้งต่อไป หรือกลายเป็นกำไรที่เหลืออยู่ในมือของเกษตรกรมากขึ้น

ในมุมของ TACT นี่จึงเป็นมากกว่าการเปลี่ยนเครื่องยนต์จากน้ำมันมาเป็นไฟฟ้า แต่คือความพยายามนำองค์ความรู้ งานวิจัย และเงินลงทุนที่ประเทศไทยสะสมมาตลอดหลายปี กลับมาสร้างผลลัพธ์ให้เกิดขึ้นในไร่นาจริง

พร้อมกันนั้น ยังเป็นการสร้างห่วงโซ่การผลิตที่ทำให้เงินลงทุนหมุนเวียนอยู่ภายในประเทศ ตั้งแต่โรงงาน ผู้ผลิตชิ้นส่วน โรงกลึง ช่างเทคนิค และวิศวกร ไปจนถึงเกษตรกรไทย ซึ่งท้ายที่สุดควรเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีเหล่านี้อย่างเป็นรูปธรรม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

 

related