ไขดราม่า 'กะเพรา 4 สายพันธุ์' ปลูกกินได้ ห้ามขยายพันธุ์ขาย

ไขดราม่า 'กะเพรา 4 สายพันธุ์' ปลูกกินได้ ห้ามขยายพันธุ์ขาย

เจาะลึกข้อเท็จจริงดราม่ากะเพรา 4 สายพันธุ์ หลัง ซีพีแรม จดคุ้มครองพันธุ์พืช รัฐบาลยันประชาชนยังปลูกกินเองได้ปกติ ห้ามเพียงนำ 4 สายพันธุ์นี้ไปขยายพันธุ์ขาย

SHORT CUT

  • ซีพีแรมได้จดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชกะเพราใหม่ 4 สายพันธุ์ในตระกูล 'แก้วจุรี' ซึ่งเป็นที่มาของดราม่า
  • ประชาชนทั่วไปยังสามารถนำกะเพราทั้ง 4 สายพันธุ์นี้มาปลูกเพื่อบริโภคในครัวเรือนได้ตามปกติ
  • ข้อห้ามตามกฎหมายคือห้ามนำส่วนขยายพันธุ์ของ 4 สายพันธุ์นี้ไปเพาะเพื่อจำหน่ายในเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต
  • การคุ้มครองนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อกะเพราสายพันธุ์พื้นเมืองอื่นๆ ซึ่งเกษตรกรยังสามารถปลูกและจำหน่ายได้เหมือนเดิม
  • บริษัทพัฒนาพันธุ์พืชนี้เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหารของตนเอง ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อขายเมล็ดพันธุ์แก่บุคคลทั่วไป

เจาะลึกข้อเท็จจริงดราม่ากะเพรา 4 สายพันธุ์ หลัง ซีพีแรม จดคุ้มครองพันธุ์พืช รัฐบาลยันประชาชนยังปลูกกินเองได้ปกติ ห้ามเพียงนำ 4 สายพันธุ์นี้ไปขยายพันธุ์ขาย

กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ หลังมีกระแสข่าวว่า บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ได้รับการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ในพืชกะเพรา จนเกิดความกังวลในกลุ่มเกษตรกรและประชาชนทั่วไป เช่น เกษตรกรผู้ปลูกกะเพราใน ต.บ้านใหม่ จ.นนทบุรี ที่เกรงว่าจะไม่สามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อได้ หรือต้องซื้อเมล็ดพันธุ์ในราคาสูง

เปิดโฉม 4 สายพันธุ์ตระกูล 'แก้วจุรี'

ข้อมูลจากกรมวิชาการเกษตรระบุว่า กะเพราที่ได้รับการจดทะเบียนคุ้มครองคือตระกูล 'แก้วจุรี 01, 02, 03 และ 04' โดยพัฒนามาจากกะเพราพันธุ์พื้นเมือง (รหัส CPR1) ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ผ่านการปรับปรุงพันธุ์และเทคนิคเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ มีระยะเวลาคุ้มครองตามกฎหมาย 12 ปี (ปี 2567–2579)

ภาครัฐออกโรงยัน 'ชาวบ้านยังปลูกกินเองได้ปกติ'

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกมาชี้แจงว่า การคุ้มครองสิทธิดังกล่าวเป็นไปตาม พ.ร.บ. คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 โดยยืนยันว่า ประชาชนยังสามารถนำพันธุ์กะเพราที่ได้รับความคุ้มครองมาปลูกเพื่อบริโภคในครัวเรือนได้ตามปกติ ไม่ได้ห้ามประชาชนปลูกรับประทานแต่อย่างใด

ไขดราม่า 'กะเพรา 4 สายพันธุ์' ปลูกกินได้ ห้ามขยายพันธุ์ขาย

เคลียร์ชัด! กฎหมาย 'ห้าม' อะไรกันแน่?

สาระสำคัญของกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืชคือ ห้ามนำส่วนขยายพันธุ์ (เช่น เมล็ด หรือต้นพันธุ์) ของ 4 สายพันธุ์ที่จดทะเบียน ไปขยายพันธุ์เพื่อจำหน่ายเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต สิทธินี้คุ้มครองเฉพาะส่วนขยายพันธุ์ของพันธุ์ใหม่ ไม่ได้ครอบคลุมไปถึงใบกะเพราที่ใช้ประกอบอาหารทั่วไป

เหตุผลฝั่งเอกชน ทำไมต้องวิจัยกะเพราเฉพาะ

ทางด้าน ซีพีแรม ชี้แจงว่า การพัฒนาสายพันธุ์แก้วจุรีขึ้นมา เพื่อให้ได้กะเพราที่มีกลิ่นหอม รสเผ็ดเข้มข้น และผลผลิตสม่ำเสมอ สำหรับนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหารพร้อมรับประทาน โดยส่งเสริมให้เกษตรกรลูกไร่ปลูกส่งโรงงานโดยเฉพาะ ไม่ได้ผลิตเมล็ดพันธุ์วางขายทั่วไปแก่ประชาชน

ไขดราม่า 'กะเพรา 4 สายพันธุ์' ปลูกกินได้ ห้ามขยายพันธุ์ขาย

กะเพราไทยมีนับร้อยสายพันธุ์ ตลาดยังเปิดกว้าง

กรมวิชาการเกษตรและเอกชนยืนยันตรงกันว่า ประเทศไทยมีสายพันธุ์กะเพรามากกว่า 200 สายพันธุ์ กะเพราทั่วไป กะเพราแดง กะเพราขาว หรือพันธุ์พื้นเมืองอื่นๆ ที่ประชาชนใช้กันอยู่ เกษตรกรยังคงซื้อเมล็ดพันธุ์ ปลูก ขยายพันธุ์ และทำมาหากินได้ตามปกติทุกประการ

ข้อสังเกตจากไบโอไทย ประเด็นที่ต้องจับตาต่อ

ขณะที่ มูลนิธิชีววิถี (BioThai) โดยนายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ตั้งข้อสังเกตถึงเรื่องทุนวิจัยที่ใช้ร่วมกับมหาวิทยาลัยของรัฐ รวมถึงห่วงกังวลในอนาคตหากประเทศไทยเข้าร่วมอนุสัญญา UPOV 1991 ซึ่งอาจทำให้ข้อจำกัดในการเก็บเมล็ดพันธุ์ของเกษตรกรเข้มงวดขึ้นกว่ากฎหมายปัจจุบัน จึงเสนอให้ทบทวนเพื่อป้องกันการผูกขาดในระยะยาว 

บทสรุปสำหรับประชาชน ผัดกะเพราได้สบายใจ

จากข้อเท็จจริงทั้งหมด สรุปได้ว่าดราม่า 'ห้ามชาวบ้านปลูกกะเพรา' ไม่เป็นความจริง ประชาชนยังปลูกกินในบ้านได้ เกษตรกรยังปลูกกะเพราสายพันธุ์ทั่วไปขายได้ตามปกติ มีเพียงการห้ามนำ 4 สายพันธุ์เฉพาะของเอกชนไปทำพันธุ์ขายแข่งเท่านั้น

related