
SHORT CUT
ทำไมรัฐบาลกว่า 20 ประเทศทั่วโลกถึงออกมารณรงค์ให้ประชาชนจัดเตรียม 'เสบียงฉุกเฉิน' แล้วคนไทยต้องเตรียมสำรองอาหารและสิ่งของจำเป็นติดบ้านไว้หรือไม่?
กระแสเตือนภัยให้ประชาชนจัดเตรียม ‘เสบียงฉุกเฉิน’ สำหรับพึ่งพาตนเองกำลังได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางทั่วโลก หลังรัฐบาลหลายประเทศออกแนวทางให้ประชาชนสำรองอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค และเงินสดติดบ้าน เพื่อให้พร้อมรับมือหากเกิดวิกฤตที่กระทบต่อระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน
การยกระดับการเตือนภัยในระดับสากลคาดว่าเกิดจากความกังวลหลายด้าน เช่น ความขัดแย้งทางทหาร การโจมตีทางไซเบอร์ รวมถึงภัยธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหวใหญ่ พายุรุนแรง และน้ำท่วม ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยและมีความรุนแรงมากขึ้น
รัฐบาลยุคใหม่จึงเปลี่ยนยุทธศาสตร์จากการพึ่งพาส่วนกลางเพียงอย่างเดียว มาเป็นการสร้าง ‘ความเข้มแข็งของพลเรือน’ (Civil Resilience) โดยส่งเสริมให้ประชาชนดูแลตัวเองได้ในระยะแรก เพื่อให้เจ้าหน้าที่รัฐสามารถนำกำลังไปช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและพื้นที่วิกฤตที่สุดก่อน โดยแต่ละประเทศต่างกำหนดแนวทางและระยะเวลาสำรองเสบียงให้สอดคล้องกับภัยพิบัติและสภาพแวดล้อมเฉพาะถิ่น
ญี่ปุ่น (สำรอง 3 วัน – 1 สัปดาห์): เน้นรับมือแผ่นดินไหวใหญ่และภูเขาไฟฟูจิระเบิด โดยกำหนดมาตรฐานน้ำดื่ม 3 ลิตร/คน/วัน พร้อมใช้นวัตกรรมอาหารกระป๋อง, ข้าวอัลฟา (Alpha Rice), เตาแก๊สพกพา และถุงสุขาฉุกเฉิน ผ่านระบบ Rolling Stock (ซื้อหมุนเวียนทานประจำ)
เยอรมนี (สำรอง 10 วัน): ออกแนวทางเพื่อรับมือเหตุไฟฟ้าดับและห่วงโซ่อุปทานชะงัก โดยเน้นสำรองของเหลว 14 ลิตร/คน/สัปดาห์ และอาหารแห้งที่คุ้นเคยในชีวิตประจำวัน
สวีเดน (สำรองอย่างน้อย 7 วัน): แจกคู่มือ ‘If crisis or war comes’ ครอบคลุมการอยู่รอดโดยไม่มีไฟฟ้า น้ำประปา และระบบเงินดิจิทัล โดยเน้นอาหารแช่แข็งและอาหารแห้ง วิทยุมือหมุน และอุปกรณ์รักษาความอบอุ่น
สหรัฐอเมริกา (สำรอง 3 วัน - 2 สัปดาห์): FEMA แนะนำชุดเสบียง 3 วันสำหรับการอพยพ และ 2 สัปดาห์สำหรับการหลบภัยในที่พัก โดยใช้น้ำดื่ม 1 แกลลอน/คน/วัน และเน้นกระจายจุดเก็บไว้ที่บ้าน ที่ทำงาน และรถยนต์
สหราชอาณาจักร (สำรอง 3 วัน): โครงการ ‘Be Ready’ แนะนำสำรองน้ำดื่ม อาหารกระป๋อง วิทยุ FM มือหมุน พาวเวอร์แบงก์ และเงินสดเหรียญ/ธนบัตรย่อย
สิงคโปร์ (สำรอง 3 วัน): เน้นภัยในเขตเมืองและก่อการร้ายผ่านกระเป๋า Ready Bag โดยระบุข้อแนะนำเฉพาะภูมิอากาศร้อนชื้น ให้แยกแบตเตอรี่ถอดเก็บใส่ถุงสูญญากาศ พร้อมสำรองหน้ากาก N95 และนกหวีด
สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ยืนยันว่า ไม่มีการประกาศให้ประชาชนกักตุนเสบียง จากสถานการณ์ความขัดแย้งในต่างประเทศ และการเตรียมพร้อมนี้ ไม่ใช่ข้อกำหนดบังคับหรือคำสั่งฉุกเฉิน
อย่างไรก็ตาม สำหรับประเทศไทย การเตรียมเสบียงและสิ่งของจำเป็นติดบ้านไว้ถือเป็น ‘การป้องกันความเสี่ยงในชีวิตประจำวัน’ จากภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นจริงบ่อยครั้ง เช่น น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินถล่ม พายุรุนแรง หรือระบบไฟฟ้า/สื่อสารขัดข้องชั่วคราว
สิ่งของพื้นฐาน: น้ำดื่ม อาหารสำเร็จรูป ยาประจำตัว ไฟฉาย อุปกรณ์ปฐมพยาบาล แบตเตอรี่สำรอง และเงินสดจำนวนหนึ่ง (เผื่อระบบแอปพลิเคชันธนาคารขัดข้อง) รวมถึงการจัดเตรียมสิ่งของเพิ่มเติมสำหรับครอบครัวที่มีเด็กทารก ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยด้วย
อย่างไรก็ตาม การมีเสบียงไม่ได้หมายความว่าจะต้องหลบอยู่ในบ้านตลอดเวลา หากเป็นภัยพิบัติที่กระทบตัวอาคารหรือน้ำป่าไหลหลาก ประชาชนยังคงต้องพร้อมอพยพตามคำแนะนำของภาครัฐทันที
ทั้งนี้ การจัดเตรียมสิ่งของสำรองไม่ใช่การตื่นตระหนก แต่เป็นแนวทางเตรียมความพร้อมพื้นฐานที่ช่วยให้ดูแลตัวเองและครอบครัวได้ในช่วงแรกของวิกฤต ก่อนที่ความช่วยเหลือจากหน่วยงานภายนอกจะเข้าถึงอย่างครอบคลุม