หนุนเก็บค่าธรรมเนียมท่องเที่ยว 450 บาท ตามรอย 85 ประเทศทั่วโลก หวังลดภาระค่ารักษาต่างชาติ

หนุนเก็บค่าธรรมเนียมท่องเที่ยว 450 บาท ตามรอย 85 ประเทศทั่วโลก หวังลดภาระค่ารักษาต่างชาติ

ททช. เคาะเก็บค่าธรรมเนียมต่างชาติ 450 บาท เล็งเริ่มใช้ไตรมาสแรกปี 2570 หวังนำรายได้ซื้อประกันสุขภาพแก้หนี้เสียสาธารณสุข พร้อมตั้งกองทุนพัฒนาท่องเที่ยว

SHORT CUT

  • รัฐบาลเตรียมเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ (ค่าเหยียบแผ่นดิน) 450 บาทต่อคน โดยตั้งเป้าเริ่มบังคับใช้ในไตรมาสแรกของปี 2570
  • รายได้จะถูกนำไปซื้อประกันสุขภาพเพื่อแก้ปัญหาหนี้สูญค่ารักษาพยาบาลชาวต่างชาติกว่า 7,000 ล้านบาทต่อปี และนำส่วนที่เหลือไปตั้งกองทุนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว
  • ภาควิชาการแนะให้บูรณาการระบบตรวจสอบสิทธิให้ชัดเจน สื่อสารเงื่อนไขความคุ้มครองให้โปร่งใส และพัฒนาระบบรองรับหลายภาษาเพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและสร้างความเชื่อมั่น

ททช. เคาะเก็บค่าธรรมเนียมต่างชาติ 450 บาท เล็งเริ่มใช้ไตรมาสแรกปี 2570 หวังนำรายได้ซื้อประกันสุขภาพแก้หนี้เสียสาธารณสุข พร้อมตั้งกองทุนพัฒนาท่องเที่ยว

คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ททช.) มีมติผ่านความเห็นชอบในการจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือ 'ค่าเหยียบแผ่นดิน' ในอัตรา 450 บาทต่อคน (ประมาณ 10 ดอลลาร์สหรัฐ) หลังจากผลประชาพิจารณ์กว่า 80% เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว

โดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะผู้กำกับดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำรายละเอียดหลักเกณฑ์ให้โปร่งใสและตรวจสอบได้ ก่อนนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยตั้งเป้าเริ่มจัดเก็บภายในไตรมาสแรกของปี 2570

รายได้จากการจัดเก็บจะถูกนำไปใช้ในสองส่วนหลัก คือ การจัดซื้อประกันสุขภาพเพื่อดูแลนักท่องเที่ยวเพื่อลดภาระภาษีของประชาชน และเงินส่วนที่เหลือจะถูกนำไปตั้งกองทุนพัฒนาการท่องเที่ยว ปัจจุบันมีกว่า 85 ประเทศทั่วโลกที่ใช้มาตรการจัดเก็บค่าธรรมเนียมในลักษณะนี้

แบ่งเป็น 3 รูปแบบหลัก ได้แก่ การรวมในตั๋วเครื่องบิน (เช่น ญี่ปุ่น 3,000 เยน หรือ 620 บาท), การเก็บภาษีที่พัก (เช่น กลุ่มประเทศยุโรป 1-15.93 ยูโร หรือ 40-620 บาทต่อคืน) และการเก็บเมื่อเข้าประเทศ (เช่น ภูฏาน 100 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 3,500 บาทต่อวัน)

 

นายศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักวิชาการอิสระ ระบุว่าแต่ละปีมีชาวต่างชาติเข้าไทยกว่า 20 ล้านคน สร้างภาระค่ารักษาพยาบาลรวมกว่า 17,000 ล้านบาท แต่โรงพยาบาลเก็บเงินได้จริงเพียง 9,900 ล้านบาท ส่งผลให้เกิดหนี้ค้างชำระราว 7,000 ล้านบาทต่อปี

การดึงเงินส่วนนี้มาซื้อประกันสุขภาพจะช่วยแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด ขณะเดียวกันเงินที่เหลืออีกปีละกว่า 8,000 ล้านบาท (สะสม 80,000 ล้านบาทใน 10 ปี) สามารถนำไปพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเมืองรองและชุมชนได้ โดยเสนอแนะให้เชื่อมระบบการเก็บเงินเข้ากับตั๋วเครื่องบินเพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง

ด้านนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สนับสนุนนโยบายนี้อย่างเต็มที่ เนื่องจากสอดคล้องกับผลสำรวจโรงพยาบาลศูนย์กว่า 30 แห่งที่พบปัญหาหนี้สูญปีละหลายพันล้านบาท การมีประกันสุขภาพจะช่วยโอนย้ายความเสี่ยงจากโรงพยาบาลไปยังบริษัทประกันภัยแทน

อย่างไรก็ตาม นายชธกร สนประเทศ จาก Beacon Strategic Think Tank ให้ข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า ข้อมูลจากโรงพยาบาล 32 แห่งในปี 2567 ยังคงตอกย้ำปัญหาหนี้ค้างชำระที่มีส่วนต่างกว่า '7,022 ล้านบาท' (เรียกเก็บ 16,957 ล้านบาท แต่เก็บได้ 9,935 ล้านบาท)

แต่เนื่องจากค่าธรรมเนียม 450 บาทนี้เป็นเงินสมทบกองทุนเพื่อหลายวัตถุประสงค์ ไม่ได้นำไปชำระหนี้เดิมโดยอัตโนมัติ ภาครัฐจึงจำเป็นต้องสื่อสารขอบเขตความคุ้มครองให้ชัดเจน โดยเฉพาะกับกลุ่มผู้ป่วยชาวต่างชาติที่เดินทางมารักษาตามนัด เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด

นอกจากนี้ ยังเสนอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานประกันภัย ร่วมกันพัฒนาระบบตรวจสอบสิทธิที่ใช้งานได้จริง เปิดเผยเงื่อนไขอย่างโปร่งใส และจัดทำบริการสื่อสารหลายภาษา โดยเฉพาะภาษาจีน ควบคู่กับการรักษามาตรฐานจริยธรรมทางการแพทย์เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว

related