
SHORT CUT
ถอดบทเรียนเหตุสลดฟ้าผ่ากลางสนามกอล์ฟ พร้อมเปิดวิธีเอาตัวรอด มาตรฐานสากล และท่าทางปลอดภัยที่ทุกคนต้องรู้ ก่อนสายเกินไปเมื่อต้องเผชิญฝนฟ้าคะนองกลางแจ้ง
เหตุการณ์ฟ้าผ่ากลางสนามแข่งขันกลายเป็นความสูญเสียสะเทือนใจ ล่าสุดเกิดเหตุสลดกับ 'น้องเอย่า' เอยาวรินทร์ ประดับญาติ นักกอล์ฟดาวรุ่งวัยเพียง 15 ปี ที่เสียชีวิตจากฟ้าผ่าขณะแข่งขันใน อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งก่อนหน้านี้เพียง 2 เดือน ในเดือนสิงหาคม ซอฟวัน อาแว นักเตะวัย 24 ปี สโมสรเอฟซี ยะลา ก็เสียชีวิตจากฟ้าผ่ากลางสนามฟุตบอลขณะแข่งขันที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เช่นกัน
ในระดับสากลมีกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดเพื่อปกป้องชีวิตนักกีฬา โดยสมาคมกอล์ฟแห่งสหรัฐอเมริกา (USGA) กำหนดว่าหากตรวจพบประจุไฟฟ้าเกินกำหนด ต้องสั่งหยุดการแข่งขันทันทีแม้ฝนยังไม่ตกหนัก ขณะที่สหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (FIFA) กำหนดว่าหากพบฟ้าผ่าในรัศมี 8-10 ไมล์ การแข่งขันจะถูกระงับทันที และจะเริ่มแข่งใหม่ได้ก็ต่อเมื่อผ่านไป 30 นาทีโดยไม่มีฟ้าผ่าเพิ่มเติม
สิ่งสำคัญที่ผู้จัดการแข่งขันและสนามกอล์ฟควรมี คือเครื่องตรวจจับสนามกระแสไฟฟ้าในอากาศ (Electric Field Monitor / Lightning Warning System) ซึ่งทำหน้าที่ตรวจวัดการเปลี่ยนแปลงของสนามไฟฟ้าในบรรยากาศที่จะสูงขึ้นก่อนเกิดฟ้าผ่า ทำให้สามารถแจ้งเตือนนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ให้หลบเข้าที่ปลอดภัยได้ล่วงหน้าก่อนเกิดเหตุร้าย
ประชาชนทุกคนสามารถสังเกตสัญญาณเตือนภัยธรรมชาติได้ด้วยตนเอง 2 สัญญาณหลัก คือ
เมื่อเกิดฝนฟ้าคะนอง การเลือกที่หลบภัยคือชี้ขาดชีวิต
หากติดอยู่กลางสนามโล่งและหาอาคารหลบไม่ได้ ให้ปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยและความปลอดภัยดังนี้
ขณะอยู่กลางแจ้ง ห้ามถือร่มที่มีปลายเหล็กแหลม และห้ามใช้โทรศัพท์มือถือ รวมถึงเลี่ยงการสัมผัสโลหะและแหล่งน้ำที่เป็นตัวนำไฟฟ้า (หากอยู่ในรถให้ปิดกระจกมิดชิดและอย่าแตะตัวถังรถ) และสำคัญที่สุด ควรรอจนกว่าจะผ่านไป 30 นาทีหลังได้ยินเสียงฟ้าผ่าครั้งสุดท้าย จึงค่อยออกจากที่หลบภัยหรือกลับไปเล่นกีฬาต่อได้อย่างปลอดภัย
ความสูญเสียที่เกิดขึ้นนำมาซึ่งการตื่นตัวของหน่วยงานภาครัฐ โดย นางโปรดปราน สมานมิตร ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้แสดงความเสียใจและเตรียมเชิญสมาคมกีฬากอล์ฟแห่งประเทศไทยฯ และสมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย ร่วมหารือเร่งด่วนเพื่อกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด และวางระบบเฝ้าระวังเตือนภัยฝนฟ้าคะนองในสนามแข่งขันทุกระดับ