
ตำแหน่งในหน้าที่การงาน บนโลกนี้ไม่ได้มีแค่มนุษย์เท่านั้น แมวก็เช่นกัน รู้ไหม ทั่วโลก มีแมวหลายตัวที่ดำรงตำแหน่งสำคัญ จนมนุษย์ยังอิจฉา
ว่าด้วยเรื่องของ ‘ตำแหน่ง’ ผู้คนทั่วโลกต่างมีตำแหน่งงานที่หลากหลาย แต่รู้ไหม ‘แมว’ ก็มีตำแหน่งเหมือนกันนะ
หลายแห่งบนโลก มีการให้ตำแหน่งสำคัญกับแมว ซึ่งถ้ารู้จักประวัติของแมวเหล่านี้แล้วล่ะก็ เชื่อว่า หลายคนน่าจะอิจฉาชีวิตของพวกมันอย่างแน่นอน แล้วทั่วโลกมีตำแหน่งแมวอะไรบ้างล่ะ? คนสมัครได้ไหม?
จากการสืบค้นข้อมูล เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ให้ตำแหน่งแก่แมวเยอะมาก ๆ ได้แก่
ทำงานตำแหน่ง Cheif Mouser (หัวหน้าหน่วยจับหนู) ประจำกระทรวงการต่างประเทศ สหราชอาณาจักร ประจำการตั้งแต่ปี 2016-2020 ก่อนจะได้เลื่อนตำแหน่งเป็นนักการทูตแมวท่านแรก (Lord Palmerston) เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2025 ประจำการที่เบอร์มิวดา
ผลงานตลอดระยะเวลา 4 ปีครึ่งของการทำงาน พาลเมอร์สตันมีสถิติการจับหนูอย่างน้อย 38 ตัว (คาดว่าจริง ๆ มีมากกว่านั้น) และในฐานะนักการทูตแมว พาลเมอร์สตัน มีผู้ติดตามทางโซเชียลมีเดีย กว่า 1 แสนคน เคยระดมทุนช่วยสัตว์ได้มากกว่า 3,000 ปอนด์ (หนึ่งแสนเจ็ดหมื่นกว่าบาท)
พาลเมอร์สตันเกษียณอายุแล้ว เพื่อไปใช้ชีวิตสงบ ๆ ในชนบทกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงฯ Andrew Murdoch ซึ่งปัจจุบัน พาลเมอร์สตันกลับดาวแมวไปแล้วอย่างสงบเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2026 ด้วยวัย 15 ปี
ทำงานตำแหน่ง Cheif Mouser to the Cabinet Office (หัวหน้านักล่าหนูประจำสำนักคณะรัฐมนตรี) นอกจากหน้าที่จับหนูแล้ว แลร์รี ยังมีหน้าที่อื่น ๆ อีก เช่น ต้อนรับแขกผู้มาเยือนบ้านเลขที่ 10, ตรวจสอบความปลอดภัยของอาคาร และทดสอบความสบายของเฟอร์นิเจอร์ (เพื่องีบหลับ)
เดิมแลร์รี เป็นแมวจร ก่อนถูกส่งตัวไปยังศูนย์พักพิงสัตว์ และถูกรับเลี้ยงมายังบ้านเลขที่ 10 เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2011 เคยรับใช้นายกรัฐมนตรีมาแล้ว 6 คน ตั้งแต่เดวิด แคเมอรอน จนถึงเคียร์ สตาร์เมอร์ คนปัจจุบัน
ทุกวันนี้แลร์รียังคงปฏิบัติหน้าที่ตามเดิม แม้จะอู้งีบหลับบ่อย ๆ ก็ตาม นอกจากนี้ ยังเคยมีผลสำรวจความเห็นด้วย โดยระบุว่า ท่ามกลางความผันผวนทางการเมืองของอังกฤษ แลร์รีได้รับความนิยมมากกว่านักการเมืองหลายคนเสียอีก เพราะเป็นสิ่งเดียวที่อยู่ยั้งยืนยงและเป็นกลาง
ทำงานตำแหน่ง Cheif Mouser to HM Treasury (หัวหน้านักล่าหนูประจำกระทรวงการคลัง) เริ่มงานเมื่อปี 2016 ประจำการอยู่ที่อาคารเลขที่ 1 ถนน House Guards Road (ที่ตั้งกระทรวงการคลังอังกฤษ) ได้ค่าจ้าง เป็นอาหาร โดยค่าใช้จ่ายของแกลดสโตนมาจากเงินบริจาคโดยสมัครใจของเจ้าหน้าที่กระทรวงฯ (ไม่ใช่เงินภาษีประชาชน)
จุดเด่นของแกลดสโตนคือมักปรากฎตัวพร้อมกับโบว์ไทลายจุดสีแดงขาว ได้รับฉายาว่าเป็น ‘นักฆ่าเลือดเย็น’ เพราะจับหนูตัวแรกได้ภายใน 48 ชั่วโมงหลังเริ่มเข้าทำงาน และทำสถิติจับหนูได้ถึง 6 ตัวภายใน 3 เดือนแรก
ปัจจุบันแกลดสโตนเกษียณอายุแล้ว เพราะปัญหาสุขภาพเล็กน้อย โดยแกลดสโตนได้ไปอาศัยอยู่ในที่พักส่วนตัวที่เงียบสงบกับเจ้าหน้าที่ของกระทรวงการคลังคนหนึ่งที่รับอุปการะแกลดสโตน ซึ่งอัปเดตล่าสุด แกลดสโตนมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงดี
เป็นหนึ่งในตำนานแมวที่โด่งดังที่สุดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กับสมญานาม แมวที่รอดชีวิตมาจากเรือรบจมถึง 3 ลำ
โดยเหตุการณ์แรกเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคม 1941 เรือบิสมาร์กถูกจมโดยกองทัพเรืออังกฤษ หลังเรือจมไม่กี่ชั่วโมง ลูกเรือของเรือรบอังกฤษ HMS Cossack พบมันลอยอยู่บนแผ่นไม้กลางทะเล จึงช่วยมันขึ้นมา และตั้งชื่อให้มันว่า ‘ออสการ์’
เหตุการณ์ที่สอง หลังจากรอดตายมาได้ ออสการ์ ได้กลายเป็นแมวประจำเรือ HMS Cossack ต่อมาในเดือนตุลาคม 1941 เรือลำนี้ถูกตอปิโดจากเรือดำน้ำเยอรมันยิงจนได้รับความเสียหายหนักและจมลงไป และออสการ์หรือแซมก็รอดมาได้อีกครั้ง และถูกส่งไปยังดินแดนโพ้นทะเลของสหราชอาณาจักร ซึ่งที่นี่เองที่มันได้รับฉายา แซมผู้ไม่มีวันจม
เหตุการณ์ครั้งที่สาม แซมถูกย้ายไปประจำการบนเรือ HMS Ark Royal และในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน เรือลำนี้ก็ถูกตอร์ปิโดจากเรือดำน้ำเยอรมันจมลงเช่นกัน ส่วนแซมถูกพบในสภาพเกาะอยู่บนแผ่นไม้กระดาน โดยไม่ได้รับบาดเจ็บเลย
หลังจากผ่านเหตุการณ์รอดตายมาได้ถึง 3 ครั้งในมีกี่เดือน กองทัพเรืออังกฤษตัดสินใจว่า ‘พอแค่นี้เถอะ’ เพื่อความปลอดภัยของแมวและเรือ (ลูกเรือบางคนมองว่า แซมอาจเป็นตัวนำโชคหรือไม่ก็ตัวกาลกิณี)
แซมจึงถูกส่งไปยัง Home for Sailors ในเมืองเบลฟาสต์ ไอร์แลนด์เหนือ และกลับดาวแมวอย่างสงบในปี 1955
ดอร์กินส์ ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลวิหาร Southwark ในลอนดอน เดิมทีเป็นแมวจรจัดที่อาศัยอยู่ในตลาดโบโร และเริ่มปรากฎตัวบ่อย ๆ ที่ประตูฝั่งตะวันตกของวิหารในช่วงปี 2008 เพื่อรออาหารจากเจ้าหน้าที่
หลังเจอมันบ่อยเข้า ทางมหาวิหารก็ใจอ่อน ตัดสินใจรับมันเข้าไปเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการ และตั้งชื่อให้ว่า Doorkins ล้อมาจาก Door ที่แปลว่าประตู ส่วน Manificat มาจากบทสวดสรรเสริญในทางศาสนาคริสต์
หน้าที่ของดอร์กินส์ คือการให้การต้อนรับ (Cathedral Cat) มันมักจะนอนเล่นอยู่บนเบาะอุ่น ๆ ใกล้กับแท่นพิธี หรือเดินทักทายผู้ที่มาสวดมนต์และนักท่องเที่ยว
ครั้งหนึ่งมันเคยเฝ้ารับเสด็จ สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 ครั้งที่พระองค์มาเยี่ยมวิหารในปี 2012 บัญชีโซเชียลของมันมีผู้ติดตามนับหมื่น และมีสินค้าที่ระลึกเป็นของตัวเอง เช่น การ์ดและหนังสือ เพื่อนำรายได้มาซ่อมบำรุงวิหาร
ปัจจุบันดอร์กินส์เกษียณไปแล้ว ด้วยปัญหาสุขภาพและสายตาที่เริ่มพล่ามัว และก็กลับดาวแมวไปอย่างสงบเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2020 โดยทางมหาวิหารได้จัดพิธีไว้อาลัยให้แก่ดอร์กินส์อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นเหตุการณ์หาได้ยากมากสำหรับสัตว์เลี้ยง และร่างของดอร์กินส์ก็ถูกฝังไว้ในสวนของวิหาร
ครั้งหนึ่ง สถานีรถไฟสาย Kishiogawa ในจังหวัดวากายามะ ประเทศญี่ปุ่น เคยประสบปัญหาขาดทุนและไร้นักท่องเที่ยวติดต่อกัน จนเรียกได้ว่าใกล้เจ๊ง แต่สถานีแห่งนี้กลับฟื้นฟูขึ้นมาได้อีกครั้ง ด้วยการกู้ของแมวเหล่านี้
ทามะ เป็นแมวนายสถานีตัวแรกที่เดิมทีเป็นแมวจรสามสี อาศัยอยู่แถวสถานีคิชิ (Kishi Station) โดยมีเจ้าของร้านขายของชำใกล้สถานีเป็นผู้ดูแล
ต่อมาในปี 2007 บริษัทรถไฟ Wakayama Electric Railway ได้ทำการแต่งตั้งทามะให้เป็นนายสถานีอย่างเป็นทางการ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว เมื่อการมีแมวเป็นนายสถานีรถไฟได้ผล ทามะทำให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาจำนวนมาก สร้างรายได้ให้ท้องถิ่นกว่า 1,000 ล้านเยนภายในปีแรก ต่อมาก็ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นถึง ประธานกิติมศักดิ์
ทามะได้กลับดาวแมวในปี 2015 ด้วยวัย 16 ปี (เทียบอายุคน 80 ปี) มีการจัดพิธีศพยิ่งใหญ่ และได้รับการยกย่องว่า ‘เทพเจ้าอารักษ์ประจำสถานี’
นิทามะ เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากทามะ (ซึ่งนิทามะ ก็แปลว่า ทามะตัวที่ 2) มันถูกพบที่สถานีรถไฟในเมืองโอคายามะท่ามกลางสายฝน ก่อนจะถูกส่งตัวมาฝึกงานที่วากายามะ
หลังจากทามะจากไป นิทามะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายสถานีต่อในเดือนสิงหาคม 2015 แต่ก็ได้กลับดาวแมวเช่นกัน ในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2025 ด้วยวัย 15 ปี หลังจากมีอาการเบื่ออาหาร และได้รับการแต่งตังให้เป็น ‘นายสถานีพิเศษกิติมศักดิ์’ เคียงคู่มาทะตัวแรก
ยงทามะ (ทามะตัวที่ 4) รับหน้าที่เป็นนายสถานีฝึกหัดในปี 2017 หลังจากซันทามะ (ทามะตัวที่ 3) ถูกสั่งย้ายไปประจำการที่สวนสัตว์โอกายะมะ ยงทามะ ประจำการอยู่ที่สถานีอิตะกิโซะ ซึ่งอยู่บนสายรถไฟเดียวกัน และเมื่อไม่นานมานี้ ยงทามะ ได้รับการแต่งตั้งให้ขึ้นดำรงตำแหน่ง "นายสถานีคิชิ รุ่นที่ 3" อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2026
แมวที่มีตำแหน่งเป็นถึง นายกเทศมนตรีกิติมศักดิ์ แห่งเมืองทัลคีตนา รัฐอลาสกา เดิมที สตับส์ดเป็นแมวจรสีส้มที่ถูกพบในกล่องหน้าร้านขายของชำ และเจ้าของร้านก็รับเลี้ยงเอาไว้
ครั้งหนึ่งในปี 1997 ชาวเมืองทัลคีตนาไม่พอใจผู้สมัครรับเลือกตั้งที่เป็นมนุษย์ จึงพร้อมใจกันเขียนชื่อ Stubbs ลงในช่อง Vote-in (ผู้สมัครอิสระ) จนสตับส์ชนะการเลือกตั้งและได้รับตำแหน่งนายกเทศมนตรีกิติมศักดิ์ ตั้งแต่ยังเป็นลูกแมว
เนื่องจากเมืองทัลคีตนาเป็นเมืองเล็กๆ ที่ไม่มีสำนักงานเทศบาลจริงๆ "ที่ทำการ" ของท่านนายกฯ จึงอยู่ที่ร้าน Nagle's General Store ซึ่งเขาจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนอนและรับแขก
ในทุก ๆ ยามบ่าย สตัยส์จะไปที่ร้านอาหารใกล้ ๆ เพื่อดื่ม ‘น้ำผสมแคทนิป’ จากแก้วไวน์หรือแก้วค็อกเทล เป็นภาพที่นักท่องเที่ยวประทับใจมา ได้กลายเป็นแม่เหล็ก ดึงดูดคนจากทั่วโลกในมาเยือนเมืองเล็ก ๆ นี้ กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นได้มหาศาล
สตับส์ครองตำแหน่งยาวนานถึง 20 ปี จนกระทั่งในปี 2013 สตับส์ถูกสุนัขในท้องถิ่นรุมกัดจนได้รับบาดเจ็บสาหัส (ปอดทะลุ,กระดูกซี่โครงหัก) แต่ก็รอดชีวิตมาได้ หลังจากนั้นก็พักรักษาตัวยาวนานหลายสัปดาห์ อย่างไรเสีย สตับส์ได้กลับดาวแมวไปอย่างสงบด้วยวัยชราในวันที่ 21 กรกฎาคม 2017
แมวตำรวจตัวสีดำผู้โด่งดังแห่งกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์นิมิสอาศัยอยู่ที่บ้านเรือ ในคลองอัมสเตอร์ดัมกับเจ้าของชื่อลิเดีย มีพี่ชายด้วยนะชื่อทอมมี่
เนื่องจากนิมิสตอนเด็ก ๆ มักซนจนตกน้ำบ่อย ๆ และกำแพงในคลองอัมสเตอร์ดัมก็สูงและชัน ทำให้ปีนขึ้นมาเองยาก ลิเดียจึงตัดสินใจซื้อชูชีพสีเหลืองสะท้อนแสงมาใส่ให้นิมิสเพื่อความปลอดภัย คนสังเกตได้ง่ายถ้ามันตกน้ำ
เมื่อนิมิสใส่เสื้อกั๊กเหลืองเดินบาดตระเวนไปมา เพื่อนบ้านและผู้คนแถวนั้นเริ่มแซวว่าเหมือน ตำรวจสายตรวจเลย ลิเดียจึงเกิดไอเดีย นำสัญลักษณ์ POLOTIE (ตำรวจในภาษาดัตช์) มาติดที่เสื้อของมัน จนกลายเป็นภาพจำ ‘แมวตำรวจ’ ที่คนทั่วโลกจดจำ
และแน่นอน นิมิสเคยถ่ายรูปคู่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจอัมสเตอร์ดัมตัวจริง ซึ่งคุณพี่ตำรวจก็ยินดีรับนิมิสเป็นเพื่อนร่วมงานกิติมศักดิ์ด้วยล่ะ ปัจจุบันนิมิสมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงดี
ดร.เลออน หรือ ฉายา เลออน อัดโวกาโต (Leon Advogato) เป็นแมวจรจัดที่เดินเข้ามาขอพักพิงจา่กพายุฝนที่รุนแรงในอาคารของสภาทนายความแห่งบราวิล (Order of Attorneys of Brazil - OAB) ในรัฐอมาปา ปี 2019
ในตอนแรกมีคนมาร้องเรียนเกี่ยวกับแมวจรที่เดินไปมาในพื้นที่ ทำให้สถานที่ที่ควรน่านับถือดูไม่ค่อยดีนัก แต่ประธารของ OAB ในขณะนั้น ตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยวิธีสร้างสรรค์ นั่นคือการจ้าง เลออนให้เป็นพนักงานอย่างเป็นทางการ เพื่อให้เขาได้มีสิทธิ์อยู่ในอาคารนี้อย่างถูกต้อง
เมื่อได้รับการว่างจ้าง หน้าที่ของเลออน คือการต้อนรับแขกผู้มาเยือน โดยเขามีบัตรพนักงานประจำตัว (ID Card) พร้อมรูปและตำแหน่งอย่างเป็นทางการ และจากเดิมที่เป็นพนักงานต้อนรับ ต่อมามันได้เลื่อนตำแหน่ง เป็นทนายความ และมักปรากฎตัวในชุดสูทจิ๋ว ซึ่งกลายเป็นไวรัลไปทั่วโลก
นอกจากนี้ยังมีสถาบัน ดร.เลออน (Instituto Dr. Leon) ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไร มุ่งเน้นไปที่ด้านสิทธิสัตว์และการช่วยเหลือสัตว์ที่ถูกทอดทิ้งในบราซิล
อย่างไรก็ตาม ดร.เลออนได้กลับดาวแมวไปแล้วในวันที่ 3 มิถุนายน 2020 แต่หลังจากนั้นไม่กี่เดือนก็มีผู้เข้ามาสืบทอด ชื่อ เลโอนา ถูกพบในสภาพบาดเจ็บหน้าอาคารเดียวกันกับเลออน และกลายมาเป็นทูตด้านสิทธิสัตว์ในชื่อ ดร.เลโอนา