
SHORT CUT
`
จากประเด็นร้อนทางการเมืองล่าสุดที่ รัฐบาลผลักดัน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน โดยอ้างจะเอามาแก้วิกฤตเศรษฐกิจ ในช่วงเวลานี้ แต่เจอแรงต้านอย่างหนัก จากฝ่ายค้านที่ชี้ว่าขัดรัฐธรรมนูญและอาจเป็นเพียงการตีเช็คเปล่า ?
ความขัดแย้งทางการเมืองปะทุขึ้นทันทีที่มีมติ ครม. โดย ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ชี้ว่าแม้วงเงินกู้ 2 แสนล้านบาทแรกสำหรับการเยียวยาประชาชนจะมีความจำเป็นเร่งด่วน แต่อีก 2 แสนล้านบาทที่เป็นการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาวนั้น ไม่ได้เร่งด่วนจนถึงขั้นต้องออกเป็นกฎหมายพิเศษ
ไหม ศิริกัญญา ได้เน้นย้ำจุดยืนอย่างชัดเจนว่า "การออก พ.ร.ก.ไม่ควรที่จะออกพร่ำเพรื่อ ควรใช้อย่างระมัดระวัง เฉพาะเท่าที่จำเป็น เพราะนี่คือการใช้อำนาจฝ่ายบริหารที่ข้ามหัวสภาฯ ไปเลย"
รัฐบาลควรนำส่วนนี้ไปจัดทำเป็น พ.ร.บ. เพื่อให้สภาได้ตรวจสอบรายละเอียด ป้องกันการเซ็นเช็คเปล่าให้รัฐบาลนำเงินไปทำอะไรก็ได้โดยไร้ทิศทาง
ประเด็นร้อนยิ่งร้อนมากขึ้นไปอีก เมื่อ กรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าประชาธิปัตย์ โพสต์ Facebook ส่วนตัว ให้ความเห็นว่า พรรคมีมติยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความความชอบด้วยกฎหมายของการกู้เงินครั้งนี้ เนื่องจากมองว่าวิกฤตพลังงานปัจจุบันไม่เข้าเงื่อนไข "จำเป็นเร่งด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้" ตามที่รัฐธรรมนูญระบุไว้เหมือนในอดีตช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง แฮมเบอร์เกอร์ หรือโควิด
.
นอกจากนี้ กรณ์ จาติกวณิช ยังเตือนสติรัฐบาลอนุทินต่อไปอีกว่า "อย่าเอาทุกเหตุผล ประชาชนเดือดร้อนมาอ้าง เพียงเพื่อให้รัฐบาลได้ตีเช็คเปล่า โดยไม่ด่วนจริงมาใช้มือเติบเลย มีช่องทางในการใช้ทักษะบริหารราชการแผ่นดินแบบมีวินัยการคลังที่ยังสามารถทำได้อยู่"
.
ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากฝ่ายค้าน , เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง ได้ออกมาชี้แจงว่า รัฐบาลกำลังเผชิญกับวิกฤต 5 ระลอก ทั้งสงคราม ราคาพลังงาน ต้นทุนการผลิต ค่าครองชีพ และกำลังซื้อถดถอย ซึ่งงบประมาณปกติปี 2569 รวบรวมได้ไม่เกิน 5 หมื่นล้านบาท และงบกลางเหลือเพียง 2 หมื่นล้านบาทเศษ ทำให้ไม่ทันต่อสถานการณ์วิกฤตปากท้อง จึงจำเป็นต้องออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อใช้เยียวยาและเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างละครึ่ง
โดยยืนยันว่ากู้จากแหล่งเงินในประเทศ และหนี้สาธารณะจะแตะระดับ 69% ซึ่งยังไม่ทะลุเพดานกรอบวินัยการคลัง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง