ติดโซลาร์เซลล์ปี 69-71 ลดภาษี 2 แสน! สู้ค่าไฟแพง ใครได้สิทธิบ้าง?

ติดโซลาร์เซลล์ปี 69-71 ลดภาษี 2 แสน! สู้ค่าไฟแพง ใครได้สิทธิบ้าง?

ค่าไฟจ่อปรับขึ้นหลัก 5 บาท! รัฐใจดีคลอดมาตรการลดภาษีติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปสูงสุด 2 แสนบาท ปี 69-71 เช็กเงื่อนไขด่วน ใครได้สิทธิ-คุ้มค่าแค่ไหนในยุควิกฤตพลังงาน

ยุค "ค่าไฟแพง" ไม่ใช่เรื่องชั่วคราวอีกต่อไป ด้วยผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางที่ดันราคา LNG พุ่งสูงขึ้น ประกอบกับโครงสร้างค่าไฟฟ้ารูปแบบใหม่ (Progressive Rate) ที่กำลังจะมาถึง มาตรการลดหย่อนภาษีติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่รัฐเข็นออกมาในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่ทางเลือกในการรักษ์โลก แต่คือ "ทางรอด" ของเงินในกระเป๋าคนไทยทุกคน

ใครคือ "ผู้โชคดี" เช็กเงื่อนไขรับสิทธิลดภาษี

ไม่ใช่ทุกคนที่จะเดินไปซื้อแผงมาติดแล้วลดภาษีได้ทันที รัฐกำหนดไว้ชัดเจนว่าต้องเป็น บุคคลธรรมดา ที่เป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 (บ้านอยู่อาศัย) เท่านั้น, โดยชื่อผู้ใช้สิทธิจะต้องตรงกับชื่อเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า ที่สำคัญระบบที่ติดตั้งต้องเป็นแบบเชื่อมต่อโครงข่าย (On-grid) และมีกำลังผลิตไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ (kWp) ต่อหลัง และต้องเป็นการติดตั้งบนหลังคา ดาดฟ้า หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของตัวอาคารเท่านั้น โดยจำกัดสิทธิ 1 คน ต่อ 1 มิเตอร์ และต้องเป็นระบบที่มีการขออนุญาตเชื่อมต่อกับทางการเรียบร้อยแล้วครับ

เปิดตัวเลข: ลดหย่อนได้เท่าไหร่-เริ่มเมื่อไหร่

มาตรการนี้เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2569 ยาวไปจนถึง 31 ธันวาคม 2571, โดยคุณสามารถนำค่าอุปกรณ์และค่าติดตั้งระบบ Solar Rooftop มาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท (รวม VAT แล้ว), ตัวอย่างเช่น หากคุณติดตั้งระบบขนาด 3 กิโลวัตต์ ในราคาประมาณ 110,000-120,000 บาท คุณก็นำยอดนี้ไปยื่นลดหย่อนได้ทั้งหมด ซึ่งจะช่วยให้ได้เงินคืนภาษีกลับมาประมาณ 5,000-25,000 บาท ขึ้นอยู่กับฐานภาษีของแต่ละคน

คุ้มไหมที่จะลงทุน เปิดสูตรคืนทุนฉบับบ้านอยู่อาศัย

จากข้อมูลของศูนย์วิจัย EIC ระบุว่ามาตรการนี้จะช่วยให้คนติดโซลาร์คืนทุนเร็วขึ้น 1-3 ปีเลยทีเดียว ปกติบ้านที่จ่ายค่าไฟเดือนละ 2,000-5,000 บาท หากติดโซลาร์ขนาด 3 kWp จะคืนทุนใน 8 ปี แต่ด้วยการลดภาษีและค่าไฟที่แพงขึ้น จะช่วยให้คืนทุนได้ใน 6-7 ปี ยิ่งถ้าเป็นบ้านที่ใช้ไฟสูง (ค่าไฟ 5,000-10,000 บาท) และติดระบบขนาด 5 kWp ในช่วงที่ค่าไฟแตะ 5 บาทต่อหน่วย ระยะเวลาคืนทุนอาจจะเหลือเพียง 4 ปีเท่านั้นครับ ถือเป็นการลงทุนที่สร้างความคุ้มค่าในระยะยาวได้จริง

สิ่งที่ต้องระวังก่อนควักกระเป๋าจ่าย

เรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดบ่อยคือ สิทธินี้ไม่ใช่การได้เงินสดคืนทันทีจากร้านค้า แต่ต้องนำไป ยื่นภาษีเงินได้ประจำปี เท่านั้น และที่สำคัญที่สุดคือ คุณต้องจ่ายเงินให้ผู้ประกอบการที่จดทะเบียน VAT และต้องขอ ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) แบบเต็มรูปมาเป็นหลักฐานด้วย, สุดท้ายสำหรับใครที่มีรายได้สุทธิไม่เกิน 150,000 บาทต่อปี ซึ่งปกติได้รับยกเว้นภาษีอยู่แล้ว การใช้สิทธินี้จะไม่ช่วยให้คุณได้เงินคืนเพิ่มขึ้นนะครับ, ดังนั้นก่อนจะติดตั้ง ควรเลือกผู้ให้บริการที่มีมาตรฐาน มีการรับประกัน และสามารถออกเอกสาร e-Tax Invoice ให้คุณได้อย่างถูกต้อง

related