SHORT CUT
ชวนย้อนดูเส้นทางการเมืองไทย ใครคือนายกรัฐมนตรีจากการเลือกตั้งเพียงคนเดียว ที่สามารถบริหารประเทศได้จนครบวาระ 4 ปีของสภาผู้แทนราษฎร
นับตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ. 2475 จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลากว่า 92 ปีที่ประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีมาแล้วกว่า 30 คน
แต่คำถามที่น่าสนใจและสะท้อนภาพความผันผวนทางการเมืองไทยได้เป็นอย่างดีคือ "มีนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งและดำรงตำแหน่งครบวาระ 4 ปี กี่คน?" คำตอบคือ เพียง 1 คนเท่านั้น
บุคคลเดียวในประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่สร้างสถิตินี้ได้คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร (ยศในขณะนั้น) ในการดำรงตำแหน่งสมัยแรกระหว่างปี พ.ศ. 2544 - 2548
เพื่อให้เกิดความชัดเจน "การดำรงตำแหน่งครบวาระ" ในบริบทนี้หมายถึง การที่นายกรัฐมนตรีสามารถบริหารประเทศได้ตลอดอายุของสภาผู้แทนราษฎรชุดนั้นๆ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พุทธศักราช 2540 ได้กำหนดวาระของสภาผู้แทนราษฎรไว้ที่ 4 ปี ดังนั้น รัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่เริ่มต้นเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 และบริหารมาจนเกือบครบ 4 ปี ก่อนจะมีการยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ในต้นปี พ.ศ. 2548 จึงถือเป็นรัฐบาลจากการเลือกตั้งเพียงชุดเดียวที่อยู่จนครบวาระสภาฯ
แม้จะมีนายกรัฐมนตรีหลายท่านที่อยู่ในตำแหน่งเป็นเวลานาน แต่ก็ไม่มีใครที่เข้าเงื่อนไข "ครบวาระ 4 ปีของสภาฯ" เช่นกัน
จอมพล ป. พิบูลสงคราม : ดำรงตำแหน่งรวมกันยาวนานที่สุดกว่า 15 ปี แต่อำนาจส่วนใหญ่มาจากการสนับสนุนของกองทัพและรัฐประหาร ไม่ได้ขึ้นอยู่กับวงจรการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย
พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ : อยู่ในตำแหน่งกว่า 8 ปี แต่ไม่เคยบริหารจนครบวาระสภาฯ เลยแม้แต่ครั้งเดียว ท่านมักใช้การ "ยุบสภา" เป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อจัดการความขัดแย้งในรัฐบาลผสม
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา : ดำรงตำแหน่งเกือบ 9 ปี แต่จุดเริ่มต้นมาจากการรัฐประหารในปี 2557 แม้จะบริหารรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในปี 2562 จนครบวาระสภาฯ แต่ก็ไม่ได้เริ่มต้นจากการชนะเลือกตั้งในสมัยแรกตามครรลองประชาธิปไตย
ปรากฏการณ์นี้ชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของเสถียรภาพทางการเมืองไทย ซึ่งมักถูกตัดบทด้วยการรัฐประหาร, การยุบสภาเชิงกลยุทธ์ หรือความขัดแย้งทางการเมืองที่รุนแรง
ทำให้การบริหารประเทศอย่างต่อเนื่องจนครบวาระ 4 ปี กลายเป็น "เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากในประวัติศาสตร์การเมืองไทย"