svasdssvasds

เทียบนโยบาย 5 พรรคใหญ่ พรรคไหนใช้งบมากสุด-น้อยสุด ศึกเลือกตั้ง 69

เทียบนโยบาย 5 พรรคใหญ่ พรรคไหนใช้งบมากสุด-น้อยสุด ศึกเลือกตั้ง 69

กกต. สรุปนโยบายหาเสียงเลือกตั้งปี 2569 จาก 51 พรรคการเมือง รวม 527 นโยบาย โดยกำหนดให้ทุกพรรคต้องระบุวงเงินและที่มาของงบประมาณ

SHORT CUT

  • พรรคกล้าธรรมเป็นพรรคที่เสนอนโยบายโดยใช้วงเงินงบประมาณสูงสุดที่ 2.27 ล้านล้านบาท
  • พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคที่ใช้วงเงินงบประมาณน้อยที่สุดใน 5 พรรคใหญ่ที่ 1.48 แสนล้านบาท
  • พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่เสนอนโยบายจำนวนมากที่สุดถึง 91 นโยบาย ใช้งบประมาณ 2.12 ล้านล้านบาท
  • พรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทยเสนอนโยบายโดยใช้วงเงินงบประมาณ 7.4 แสนล้านบาท และ 2.4 แสนล้านบาทตามลำดับ

กกต. สรุปนโยบายหาเสียงเลือกตั้งปี 2569 จาก 51 พรรคการเมือง รวม 527 นโยบาย โดยกำหนดให้ทุกพรรคต้องระบุวงเงินและที่มาของงบประมาณ

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สรุปการส่งนโยบายของพรรคการเมืองที่ใช้วงเงินงบประมาณ เพื่อใช้หาเสียงในการเลือกตั้งปี 2569 มีทั้งสิ้น 527 นโยบาย จาก 51 พรรคการเมือง 

เมื่อพิจารณานโยบายหาเสียงของ 5 พรรคการเมืองใหญ่ พบว่ามีรายละเอียดของนโยบายหาเสียง ,วงเงินที่ต้องใช้ ,ที่มาของเงิน ,ความคุ้มค่าในการดำเนินนโยบาย ,ประโยชน์ในการดำเนินนโยบาย ,ผลกระทบ และความเสี่ยงในการดำเนินนโยบายที่น่าสนใจดังนี้

พรรคการเมืองที่ส่งนโยบายมากที่สุดได้แก่ พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)จำนวน 91 นโยบาย  คิดเป็น 17.27% จากนโยบายทั้งหมด

โดยพรรคประชาธิปัตย์ ใช้วงเงินงบประมาณ 2,124,200 ล้านบาท โดยนโยบายที่น่าสนใจของพรรค ปชป. เช่น

  • ประกันรายได้ผลิตผลทางการเกษตร 3.6 แสนล้านบาท
  • ประกันรายได้ผู้ใช้แรงงาน 1.2 แสนล้านบาท
  • ยกระดับชลประทาน 25,000 ล้านบาท
  • เส้นทางเพิ่มโอกาสท่องเที่ยวจากโครงการคมนาคม 25,000 ล้านบาท
  • แม่น้ำสายใหม่ คลองชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท
  • คมนาคมเชื่อมโลก 5 หมื่นล้านบาท
  • รถไฟฟ้า+รถเมล์ ค่าโดยสารสูงสุด 30 บาทต่อเที่ยว ด้วยระบบคิดค่าโดยสารแบบโซนนิ่ง และตั๋วร่วมวงเงิน 5 หมื่นล้านบาท เป็นต้น

พรรคเพื่อไทย 43 นโยบาย ใช้งบ 243,300 ล้านบาท

พรรคเพื่อไทย จำนวน 43 นโยบาย คิดเป็น 8.16% ใช้วงเงินงบประมาณ 243,300 ล้านบาท นโยบายที่น่าสนใจ เช่น คนไทยไร้จน 6 หมื่นล้านบาท/ปี 30 บาทรักษาทุกที่ด้วย AI วงเงิน 3 พันล้านบาท 30 บาทรักษาทุก(ข์)ใจ 2 พันล้านบาท/ปี รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย 1 พันล้านบาท/ปี นโยบายของขวัญเพื่อคนไทย 3.5 พันล้านบาท/ปี เรียนได้งบ จบได้งาน 5 พันล้านบาท/ปี 

นโยบายซอฟต์พาวเวอร์ (THACCA) 5 พันล้านบาท นโยบายพักหนี้เกษตรกร 1.5 หมื่นล้านบาท/ปี นโยบายผ่อนดี 1 ปี ฟรี 1 งวด วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท นโยบายประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% วงเงิน 3.1 หมื่นล้านบาท นโยบายคูปองซื้อปุ๋ย-เมล็ดพันธุ์ 1 หมื่นล้านบาท/ปี

พรรคประชาชน (ปชน.) 36 นโยบาย 6.83% รวมใช้วงเงินงบประมาณ 741,835,000,000 บาท นโยบายที่น่าสนใจ เช่น จัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชน 3 พันล้านบาท/ครั้ง โครงการเมกะโปรเจกต์ยกระดับคุณภาพชีวิตทั่วไทย 1.3 แสนล้านบาท/ปี ยกระดับทักษะแรงงาน ผ่านการสร้างระบบกลาง และแจกคูปองยกระดับทักษะ 2 หมื่นล้านบาท/ปี 

รวมปฏิรูประบบให้บริการสุขภาพทั้งใน กทม.และต่างจังหวัด บริหารจัดการกองทุน สปสช. พัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลผู้ป่วย ระบบยาในโรงพยาบาล รวมถึงลดภาระงานบุคลากรทางการแพทย์ วงเงินที่ต้องใช้ 3.55 หมื่นล้านบาท/ปี เพิ่มศักยภาพให้บริการดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วยระยะยาว วงเงิน 4.5 หมื่นล้านบาท/ปี เงินอุดหนุนเด็ก จัดทำศูนย์เลี้ยงเด็กที่มีคุณภาพ 2.7 หมื่นล้านบาท/ปี เพิ่มเบี้ยคนพิการ 3.4 หมื่นล้านบาท/ปี

พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ส่งแค่ 8 นโยบาย คิดเป็น 1.52% รวมใช้วงเงิน 148,326,000,000 บาท โดยนโยบายที่น่าสนใจ เช่น คนละครึ่งพลัส 4.4 หมื่นล้านบาท (เฉพาะในส่วนของรัฐ) มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ผ่อนเดือนละ 300 บาท 60 งวด รวมวงเงิน 3.2 พันล้านบาท ค่าไฟฟ้าหน่วยละ 3 บาท วงเงิน 63,360 ล้านบาท/ปี พยาบาลอาสา ดูแลผู้สูงวัย 1 หมู่บ้าน 1 พยาบาลอาสา วงเงิน 13,500 ล้านบาท/ปี ทหารอาสา จำนวน 1 แสนคน รายได้ 1.2 หมื่นบาท/เดือน รวมวงเงิน 22,700 ล้านบาท/ปี สร้างกำแพงชายแดน ป้องกันภัยรุกราน 866 ล้านบาท การศึกษาเท่าเทียมพลัส 700 ล้านบาท เป็นต้น

พรรคกล้าธรรม 38 นโยบาย 7.21% ใช้วงเงินงบประมาณ 2,272,230 ล้านบาท โดยนโยบายที่น่าสนใจของพรรคประชาธิปัตย์ เช่น การจัดการด้านน้ำ และระบบชลประทาน วงเงินราว 4-5.5 แสนล้านบาท เปลี่ยนที่ดินทำกินให้เป็นทุนชีวิต วงเงินราว 3.5-4.8 หมื่นล้านบาท การลดต้นทุนปัจจัยการผลิต ใช้วงเงินราว 3.5-4 หมื่นล้านบาท สนับสนุนนิคมเกษตรกร อุตสาหกรรม ครบทุกภาคมุ่งสู่เกษตร วงเงินราว 8 หมื่น-1.2 แสนล้านบาท เป็นต้น

ขณะที่พรรคชื่อดังอื่น ๆ เช่น พรรคไทยก้าวใหม่ และพรรครักชาติ เท่ากันที่ 30 นโยบาย คิดเป็น 5.69% ของนโยบายทั้งหมด พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) 21 นโยบาย คิดเป็น 3.98% พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) 7 นโยบาย คิดเป็น 1.33% พรรคเสรีรวมไทย 6 นโยบาย คิดเป็น 1.14% พรรคเศรษฐกิจ 4 นโยบาย คิดเป็น 0.76% พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พรรคประชาชาติ พรรคพลวัต และพรรคโอกาสใหม่ เท่ากันที่ 3 นโยบาย คิดเป็น 0.57% ส่วนพรรคไทรวมพลัง ส่ง 2 นโยบาย คิดเป็น 0.38% 

สำหรับนโยบายหาเสียงเหล่านี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้กำหนดให้พรรคการเมืองจัดทำนโยบายหาเสียง โดยจะต้องระบุแหล่งที่มาของเงิน และวงเงินที่ต้องใช้ในการดำเนินนโยบาย ความคุ้มค่า ประโยชน์ที่จะได้รับ ผลกระทบ และความเสี่ยงจากการดำเนินนโยบาย ส่งให้ กกต.ก่อนวันเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569 ไม่น้อยกว่า 20 วัน คือภายในวันที่ 19 มกราคม 2568 เพื่อ กกต. จะนำไปเผยแพร่ให้กับประชาชนรับทราบเป็นการทั่วไป

ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2569 รัฐบาลตั้งวงเงินรายจ่าย 3,780,600 ล้านบาท ประกอบด้วยงบประจำ 2,654,642.2 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 70.2% ของวงเงินงบประมาณรายจ่ายในปีนี้ ขณะที่ประมาณการรายได้อยู่ที่ 2,920,600 ล้านบาท

สำหรับรายจ่ายประจำของรัฐบาล ได้แก่ เงินเดือน ค่าตอบแทนข้าราชการ ค่ารักษาพยาบาล ค่าสาธารณูปโภค เงินอุดหนุน ฯลฯ เมื่อเทียบกับวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี มีสัดส่วนประมาณ 70-80% ขณะที่สัดส่วนงบประมาณในการลงทุนที่จะนำไปใช้พัฒนาประเทศประมาณ 20% 

นอกจากนี้ รัฐบาลยังตั้งวงเงินชดใช้หนี้เงินคงคลัง ที่เบิกมาใช้ในปีก่อน 123,541.1 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 3.3% และตั้งวงเงินชำระหนี้ต้นเงินกู้ 151,200 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 4% เหลืองบลงทุนที่ใช้ในการพัฒนาประเทศ 861,736.3 ล้านบาท ของวงเงินงบประมาณรายจ่ายในปีนี้ และน้อยกว่าปีที่แล้ว 70,625.8 ล้านบาท

ดังนั้น โจทย์ของรัฐบาลใหม่ ย่อมต้องนับหนึ่งเมื่อเข้าไปบริหาร และจัดการงบประมาณตามนโยบายที่หาเสียงไว้ ในปีงบประมาณถัดไป 

related